โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แอพฯวิดีโอ 'โต่วอิน' พลิกชีวิตเกษตรกรจีน

กรุงเทพธุรกิจ

เผยแพร่ 18 ม.ค. 2563 เวลา 21.00 น.

"คุณอยากได้สักชิ้นไหม"หม่า กงซัวะเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชาวจีน พูดใส่กล้องสมาร์ทโฟนของเพื่อนคนหนึ่ง ก่อนที่เขาจะกัดรวงผึ้งที่เต็มไปด้วยน้ำผึ้งสีเหลืองอำพันอย่างเอร็ดอร่อย

คลิปวิดีโอของเขาถูกเผยแพร่ไปยังผู้ติดตามกว่า 737,000คนบน "โต่วอิน" (Douyin) แอพพลิเคชั่นแชร์คลิปยอดนิยมเวอร์ชั่นจีน หรือที่คนทั่วโลกรวมถึงคนไทยรู้จักกันในนาม "ติ๊กต๊อก" (TikTok) ซึ่งมีผู้ใช้งานรวมกว่า 400 ล้านคนในแดนมังกร และทำให้หม่ากลายเป็นคนดังได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การสร้างคลิปวิดีโอกลายเป็นกลยุทธ์การขายสุดฮิตสำหรับเกษตรกรชาวจีนไปแล้ว คลิปต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคที่ฉลาดเลือกมากขึ้น ได้เห็นถึงต้นกำเนิดของผลิตภัณฑ์และเป็นหน้าต่างส่องวิถีชีวิตในชนบทที่ตราตรึงจินตนาการของผู้ชม

สำหรับบางคน การใช้แอพพลิเคชั่นนี้ช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นความยากจน ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์ของจีนคาดหวังที่จะขจัดให้หมดประเทศภายในปี 2563

"ทุกคนบอกว่า ผมมันไม่เอาถ่านตอนที่พวกเขาเห็นผมกลับมาที่นี่" หนุ่มวัย 31 ปี เล่าถึงช่วงที่เขากลับมาหมู่บ้านหลังไม่ประสบความสำเร็จในการเปิดธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ "พวกเขาบอกเราว่า เราจะหายจนได้ก็ต่อเมื่อเรียนหนังสือและได้งานทำในเมืองเท่านั้น"

ทุกวันนี้ หม่ามีรถแพงๆ ขับ และมีรายได้มากพอจนซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้แล้ว อีกทั้งยังช่วยเหลือพ่อแม่และเพื่อนร่วมหมู่บ้านให้มีบ้านและธุรกิจเป็นของตัวเอง

ในปี 2558 หม่าสานต่อธุรกิจผลิตน้ำผึ้งของครอบครัวในพื้นที่แถบเนินเขาของมณฑลเจ้อเจียงและด้วยอานิสงส์จากแอพพลิเคชั่นอีคอมเมิร์ซยุคนี้ ทำให้เขามีรายได้ 1 ล้านหยวน หรือราว 4.38ล้านบาทต่อปี แต่หลังจากนั้นไม่นานยอดขายธุรกิจนี้ก็เริ่มชะลอตัวลง

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน2561 หม่าได้เริ่มโพสต์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับวิถีชีวิตเกษตรกรของตัวเองลงบนโลกออนไลน์ ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน

คลิปเหล่านี้แสดงให้เห็นช่วงที่เขาฝ่ากองทัพผึ้งเพื่อไปเอารังผึ้งออกมา ช่วงที่เขาถอดเสื้อว่ายน้ำในแม่น้ำ และช่วงที่เขาลงแรงผ่าฟืน

"ผมไม่เคยโฆษณาผลิตภัณฑ์ของตัวเองมาก่อน และตอนนี้ผมเผยชีวิตประจำวันของผม ทิวทัศน์ในชนบทให้ทุกคนได้เห็น นั่นเป็นสิ่งที่ผู้คนสนใจกัน" หม่าเผย "แน่นอนว่าหลายคนสงสัยว่าผมอาจกำลังขายน้ำผึ้ง แต่สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจติดต่อมา เพื่อบอกว่าอยากซื้อสินค้าของผม"

เช่นเดียวกับการทำธุรกรรมส่วนใหญ่ในจีน ซึ่งผู้คนที่นี่นิยมเงินสดน้อยลงเรื่อยๆ คำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของหม่าสามารถชำระได้อย่างสะดวกผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง "วีแชท" และ "อาลีเพย์"

หม่าบอกว่า ปัจจุบันเขามียอดขายน้ำผึ้งระหว่าง 2 ล้านถึง 3 ล้านหยวนในแต่ละปี เช่นเดียวกับมันเทศแห้งและน้ำตาลทรายแดง

"ตอนผมยังวัยรุ่น พวกเรามีฐานะยากจน" หม่าย้อนความหลัง "เวลาไปโรงเรียน ผมเคยชื่นชมเด็กคนอื่นๆ ที่พกเงินมาด้วย เพราะผมไม่เคยมีเงินติดตัวแม้แต่หยวนเดียว"

จนวันนี้ หม่าขับรถบีเอ็มดับเบิลยูแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคาประมาณ 760,000 หยวน หรือราว 3.34 ล้านบาท และยังมีเงินไปลงทุนสร้างที่พักขนาดเล็กแบบเกสต์เฮาส์แห่งหนึ่ง

"การใช้โต่วอินเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต" เจ้าของธุรกิจฟาร์มเลี้ยงผึ้งเผย "ปัจจุบัน ผมสามารถซื้อทุกอย่างที่ครอบครัวผมต้องการ ผมช่วยเหลือชาวบ้านคนอื่นๆ ให้ขายผลิตภัณฑ์ของพวกเขาได้เช่นกัน ทั้งหมดคือผลประโยชน์จากเศรษฐกิจท้องถิ่น"

ในจีน มีประชาชนราว 847 ล้านคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน ดังนั้นแอพพลิเคชั่นออนไลน์จึงมีบทบาทสำคัญมากต่อความสำเร็จของหม่า

"มันเป็นความก้าวหน้า"หม่า เจี้ยนชุนพูดถึงลูกชายของเขาอย่างปลาบปลื้ม "คนสูงอายุอย่างเรารู้สึกตื้นตันใจ รายได้ที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้เราสามารถปรับปรุงบ้านทั้งหลังได้เลย"

ข้อมูลจาก ดีลอยท์ บริษัทตรวจสอบบัญชีของสหรัฐ ระบุว่า จีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับการถ่ายทอดสดคลิปวิดีโอผ่านโลกออนไลน์และเพื่อมีส่วนร่วมในเทรนด์นี้ "ไบท์แดนซ์" บริษัทแม่ของโต่วอิน เผยว่า ได้จัดการอบรมเกษตรกร 26,000 คนให้เข้าใจวิธีใช้ประโยชน์จากการทำคลิปวิดีโออย่างชำนาญ

นอกจากโต่วอินแล้ว ยังมีแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่คล้ายกัน รวมถึง "ไคว่โฉ่ว" (Kuaishou)และ "อี้จื่อป๋อ" (Yizhibo)

ปีที่แล้ว เถาเป่า แอพพลิเคชั่นอีคอมเมิร์ซยอดนิยมในจีนของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี "อาลีบาบา" เปิดโครงการที่ทำให้เกษตรกรเห็นถึงวิธีผันตัวเป็นผู้จัดรายการไลฟ์สตรีม ในความพยายามเพื่อช่วยให้พวกเขามีรายได้เพิ่ม

ข้อมูลของทางการจีนบ่งชี้ว่า จำนวนคนที่ใช้ชีวิตใต้เส้นความยากจนในชนบททั่วประเทศลดลงอย่างมากจาก 700 ล้านคนในปี 2522 เหลือเพียง 16.6 ล้านคนในปี 2561

อย่างไรก็ตาม จำนวนประชากรที่ลดลงในพื้นที่ชนบทยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง เพราะว่าชาวจีนจำนวนมากแห่เดินทางเข้าเมืองใหญ่เพื่อไปหางานที่มีรายได้ดีกว่า

"เราต้องการเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นหนุ่มสาวได้เห็นว่า การเปิดธุรกิจและมีรายได้ดีในพื้นที่ชนบทนั้นเป็นเรื่องเป็นไปได้" หม่า กงซัวะ ซึ่งจบการศึกษาปริญญาตรีเผย "เราหวังว่าจะมีคนกลับมาบ้านเกิดมากขึ้น และเมื่อนั้น หมู่บ้านต่างๆ ก็จะกลับมามีชีวิตและเศรษฐกิจเลี้ยงตัวเองได้"

ที่มา : เรื่องและภาพจากเอเอฟพี

หมายเหตุ : บทความนี้มาจากคอลัมน์ไร้พรมแดน โดย ภานุพงศ์ วัฒนเสรีกุล ในเซ็คชั่นจุดประกาย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 17 มกราคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...