สมาคมศิษย์เก่าวิสุทธรังษี ออกแถลงการณ์หลังปิดถนนประท้วงไล่ ผอ. จนบานปลาย เป็นเหตุทำร้ายร่างกาย
นายกสมาคมศิษย์เก่าวิสุทธรังษี ออกแถลงการณ์หลังปิดถนนประท้วงไล่ ผอ.จนบานปลายเป็นเหตุทำร้ายร่างกาย วอนทุกฝ่ายร่วมแก้ปัญหาขัดแย้งด้วยหลักเหตุผล
กรณีนายรพี ชำนาญเรือ แกนนำประชาชนเพื่อประชาชน ได้นำรถยนต์ติดป้ายร้องเรียนพฤติกรรมไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมในการบริหารงานของ นายหงษ์ดี ศรีเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนวิสุทธรังษี ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ที่บริเวณประตูทางเข้าโรงเรียนวิสุทธรังษี และขึ้นปราศรัยบนหลังคารถ ซึ่งจอดปิดกั้นถนนแสงชูโตขาออกจากตัวเมืองกาญจนบุรี โดยเรียกร้องให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) เขต 8 สั่งการให้ย้าย นายหงษ์ดี ออกนอกพื้นที่ เพื่อให้เกิดกระบวนการสืบสวนข้อร้องเรียนให้เกิดความเป็นธรรม ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย นายศุภชาติ ถนอมมิตร อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเทพมงคลรังษี และผู้สื่อข่าว โดยผู้ลงมือเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนผู้อำนวยการโรงเรียนวิสุทธรังษี ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดีที่ สภ.ท่าม่วง เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา จนกลายเป็นชนวนเหตุทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นลุกลามบานปลาย และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง ทำให้หลายฝ่ายเกิดความไม่สบายใจที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ต.ค. พล.อ.ดร.ชินวัฒน์ แม้นเดช นายกสมาคมศิษย์เก่าวิสุทธรังษี ได้ออกแถลงการณ์สมาคมศิษย์เก่าวิสุทธรังษี เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดกาญจนบุรี โดยระบุข้อความบางตอนว่า ตนมีความสลดหดหู่ใจอย่างยิ่งและมีความกังวลใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนของเราเป็นอย่างมาก เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเกียรติภูมิของโรงเรียนวิสุทธรังษีและศิษย์เก่าของสถาบันแห่งนี้อย่างไม่เคยมีมาก่อนตลอด 115 ปีที่ผ่านมา ขอวิงวอนมายังทุกท่านได้โปรดใช้สติในการแก้ปัญหา ใช้หลักเหตุผลและกระบวนการทางกฎหมายในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ เราทุกคนรักและห่วงใยต่อเกียรติภูมิของศิษย์หลวงปู่เปลี่ยนกันทุกๆ คน ดังนั้นการกระทำใดๆ ที่จะกระทบต่อชื่อเสียงของโรงเรียนและเกียรติยศศักดิ์ศรีของศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ขอให้ทุกท่านได้โปรดคำนึงถึงให้มากๆ และควรละเว้นสิ่งนั้น
กระบวนการตรวจสอบของสังคมถือเป็นการสร้างสมดุลของการบริหารของผู้บริหารของโรงเรียนและถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการตรวจสอบเพื่อถ่วงดุลกลไกการตรวจสอบตามกฎหมายและกฎระเบียบของกระทรวง มีอยู่ในทุกระดับอย่างชัดเจนขอเราจงช่วยกันให้กลไกเหล่านั้นทำหน้าที่อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
สมาคมศิษย์วิสุทธรังษี ถือกำเนิดมายาวนานควบคู่กับเกียรติภูมิของโรงเรียน วันนี้สมาคมศิษย์เก่าฯ ได้แยกออกมามีสถานะเป็นนิติบุคลตามกฎหมายและกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมของสมาคมฯ ใน 2 แนวทางหลักคือ 1.ดำเนินการหนุนเสริมให้ศิษย์ปัจจุบันและโรงเรียนมีศักยภาพในการแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศในระดับประเทศและระดับภูมิภาคอาเซียน และ 2.ดำเนินกิจกรรมเพื่อเป็นศูนย์รวมความรักความสามัคคีเพื่อความเป็นปึกแผ่นกลมเกลียวกันของศิษย์เก่าลูกหลวงปู่เปลี่ยนทุกคนทุกท่านเพื่อสร้างศักยภาพของศิษย์เก่าของเราทุกท่านทุกรุ่นเพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีแห่งเราศิษย์หลวงปู่เปลี่ยนทุกท่าน
ตนได้ยึดมั่นในการขับเคลื่อนสมาคมฯ ของเราร่วมกับคณะกรรมการบริหารสมาคมทุกท่านตามกรอบแนวทางที่ได้ขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลไว้ทุกประการ สมาคมจึงไม่มีบทบาทในการเข้าไปตรวจสอบและก้าวก่ายการบริหารของคณะบริหารของโรงเรียนแต่อย่างใด หากสมาคมฯ ถูกขับเคลื่อนผิดบทบาทและเจตนารมณ์ตามที่กล่าวอาจเกิดความเสียหายร้ายแรงแก่สมาคมได้เช่นกัน จึงอยากเรียนต่อทุกท่านด้วยความเคารพว่าทางสมาคมฯ ตระหนักในบทบาทของสมาคมและทำงานตามเจตนารมณ์ที่เราทุกคนมีร่วมกันอย่างแท้จริง ในขณะเดียวกันก็กังวลและห่วงใยต่อสถานการณ์ที่กระทบต่อเกียรติภูมิของโรงเรียนและความรู้สึกของศิษย์เก่าทุกท่านไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
ขอวิงวอนมายังทุกท่านจงใช้สติ และวิจารณญาณในการแก้ปัญหาให้กับโรงเรียนของเราในครั้งนี้และขอให้ทุกท่านจงร้อยใจเป็นดวงเดียวสร้างพลังแห่งศิษย์หลวงปู่เปลี่ยนช่วยให้โรงเรียนอันเป็นสถาบันที่เราทุกคนรักและหวงแหนได้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้เยี่ยงอารยะชนและร่วมกันกอบกู้เกียรติภูมิของโรงเรียนเขากลับคืนมาโดยเร็ว เพื่อขวัญกำลังใจของศิษย์ปัจจุบันและคณาจารย์บุคลากรการศึกษาในโรงเรียนกลับคืนสู่สภาพปกติโดยไว อย่างไรก็ตามขอยืนยันกับทุกท่านว่าสมาคมฯ จะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับศิษย์เก่าทุกท่านเพื่อร่วมกันก้าวผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้ให้ได้โดยไว