โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"บลจ.กสิกรไทย" หั่นกำไรบจ.ปี’63 โตติดลบ 20%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 เม.ย. 2563 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2563 เวลา 06.57 น.

บลจ.กสิกรไทย ปรับเป้ากำไรบริษัทจดทะเบียนปี 2563 คาดลดลง 20% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จากผลกระทบไวรัสโควิด-19 มองเป้าดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีมีโอกาสแตะ 1,350 จุด แนะนำนักลงทุนจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงหลากหลายสินทรัพย์ในภาวะตลาดผันผวน

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะส่งผลให้ตลาดเงินตลาดทุนดูซบเซาลงไปในช่วงที่ผ่านมา แต่ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวมีทิศทางที่ดีขึ้นจากมาตรการของภาครัฐในการควบคุมการแพร่กระจายและการพยุงเศรษฐกิจ ซึ่งมีแนวโน้มว่าการเปิดเศรษฐกิจและการฟื้นตัวจะเป็นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยตลาดเงินตลาดทุนได้มีการฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในช่วงที่ผ่านมากว่า 20%

โดยรวมถึงแม้จะมีความผันผวนที่สูงและปัจจัยลบอยู่บ้างแต่คาดว่าจะเป็นไปอย่างจำกัดมากขึ้น ดังนั้น บลจ.กสิกรไทย จึงแนะนำให้ผู้ลงทุนมองเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว โดยให้ผู้ลงทุนจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่รับได้ เน้นกระจายลงทุนในกองทุนหลากหลายประเภทสินทรัพย์ ทั้งกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยง และกลุ่มสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อให้สินทรัพย์แต่ละประเภททำหน้าที่สร้างผลตอบแทนในภาวะตลาดเช่นนี้

นายวศิน กล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่มสินทรัพย์ปลอดภัย ผู้ลงทุนสามารถพิจารณากองทุนตราสารหนี้ โดยบลจ.กสิกรไทย แนะนำกองทุนเปิดเค บริหารเงิน (K-CASH) ซึ่งจะเน้นเรื่องสภาพคล่องสูงและมีความผันผวนต่ำ หรือหากต้องการผลตอบแทนที่มากขึ้นแต่จะมีความผันผวนเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย แนะนำกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ พลัส (K-FIXEDPLUS)

ส่วนผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มาก และต้องการจับจังหวะในช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลง ก็สามารถเพิ่มสัดส่วนในกองทุนหุ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนรวมเพื่อการออมแบบพิเศษ (SSFX) อย่างกองทุนเปิดเค ซูเปอร์สตาร์ เพื่อการออมพิเศษ (K-SUPSTAR-SSFX) ซึ่งนอกจากจะได้ลงทุนในหุ้นของบริษัทชั้นนำที่มีความมั่นคงสูงเพื่อโอกาสทำกำไรในระยะยาวแล้ว ผู้ลงทุนยังจะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้นอีก 2 แสนบาท โดยลงทุนได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้เท่านั้น

สำหรับกองทุนต่างประเทศ แนะนำกองทุนเปิดเค โกลบอล อินคัม (K-GINCOME) ที่เน้นกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก และปรับสัดส่วนให้สอดรับกับภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และกองทุนเปิดเค ไชน่า คอนโทรล โวลาติลิตี้ (K-CCTV) ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศจีนซึ่งได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) และมีการปรับสัดส่วนการลงทุนอยู่ตลอดเวลาเพื่อลดความผันผวนของกองทุน ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าในระยะสั้นตลาดยังมีความผันผวนอยู่สูง โดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น แต่คาดว่าปัจจัยลบในช่วงที่ผ่านมาจะมีผลอย่างจำกัดมากขึ้น

“บลจ.กสิกรไทย ประเมินว่าภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าจะคลี่คลายได้เร็วเพียงใด ซึ่งคาดการณ์ไว้ไม่เกินไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ โดยหากควบคุมได้ภายในไตรมาสที่ 2 มองว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับมาได้ภายในครึ่งปีหลัง ถึงแม้มีลักษณะเป็น U-Shape Recovery ที่ฟื้นตัวกลับมาอย่างช้าๆ เนื่องจากภาครัฐและธนาคารกลางทั่วโลกต่างเร่งดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อเสริมสภาพคล่องรวมถึงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลัง อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังคงต้องติดตามปัจจัยที่มีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ได้แก่ ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัส ระยะเวลาและความเข้มงวดของมาตรการล็อกดาวน์จากภาครัฐ รวมถึงประสิทธิภาพจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งจากภาครัฐและธนาคารกลาง” นายวศินกล่าว

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจของไทยยังคงได้รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 เป็นปัจจัยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับต่ำสุด และคาดว่ามีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% เพื่อเสริมสภาพคล่องและสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดตราสารหนี้

ด้านตลาดหุ้นไทยภายหลังจากที่ตลาดได้มีการปรับตัวขึ้นมากว่า 20% จากจุดต่ำสุด ในขณะที่มีการปรับคาดการณ์ผลกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ลงทุนยังคงต้องระมัดระวังกับความผันผวนในระยะสั้น โดย บลจ.กสิกรไทย มองว่าหากตลาดมีการปรับตัวลง ถือเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนเพื่อผลตอบแทนในระยะยาว ทั้งนี้ คาดดัชนีปลายปีแตะ 1,350 จุด บนสมมติฐานว่าสถานการณ์โควิด-19 สามารถควบคุมได้ภายในไตรมาสที่ 2 สะท้อนอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิล่วงหน้า (Forward P/E) ปี 2564 ที่ 15 เท่า โดยคาดการณ์การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 2563 จะติดลบจากปีก่อนหน้าประมาณ 20% และจะสามารถกลับมาเติบโตได้เป็นปกติในปี 2564

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจกองทุนของบลจ.กสิกรไทย สามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท ผ่านแอป K PLUS, K-My Funds, ธนาคารกสิกรไทย และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ตามช่องทางดังกล่าว และสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...