“สวนผักวัยรุ่น” ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงตนเองและครอบครัว มีอาชีพ มีรายได้ ตามรอยพระราชดำริ
“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตให้แก่พสกนิกรชาวไทยมาเป็นเวลานานโดยมีแนวคิดที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาทและคำนึงถึงความพอประมาณขณะเดียวกันก็ต้องมีเหตุผลในการกระทำและมีการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวคือมีการเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับผลกระทบจากความเปลี่ยนต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยอาศัยความรู้ความรอบคอบและคุณธรรมและเพื่อเป็นการทดสอบแนวคิดการดำเนินงานพัฒนาด้านการเกษตรในปีพ.ศ. 2531 ทรงมีพระราชกระแสให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิชัยพัฒนาไปหาซื้อที่ดินติดกับวัดมงคล(ต่อมาได้รับพระราชทานนามเป็นวัดมงคลชัยพัฒนา) ซึ่งตั้งอยู่ในเขต2 ตำบลคือตำบลห้วยบงและตำบลเขาดินพัฒนา(ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลเขาดินพัฒนาอำเภอเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสระบุรี เพื่อทำการศึกษาทดลองและวิจัยเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่เป็นการสาธิตการบริหารการจัดการที่ดินและน้ำสำหรับการทำการเกษตรที่มีที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(สำนักงานกปร.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริตลอดมาพร้อมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมในการให้ความรู้และสร้างอาชีพเกษตรกรให้สามารถนำไปประยุกต์และต่อยอดเป็นรายได้ของครอบครัวพร้อมทั้งขยายผลองค์ความรู้ที่ประสบผลสำเร็จและเป็นรูปธรรมให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอีกด้วย
นางสาวพิมธิดาภาปัญญาหนูเกษตรกรเจ้าของ“สวนผักวัยรุ่น” จังหวัดสระบุรี ที่ได้เรียนรู้และนำหลักการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาจัดการในพื้นที่ของตนเองกว่า13 ไร่ปลูกพืชผักปลอดสารพิษเปิดเผยว่า ขณะนี้ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรมาแล้ว10 ปี โดยในช่วงแรกหลังจากเรียนจบด้านกราฟฟิคดีไซน์ได้ไปทำงานเกี่ยวกับกราฟฟิคดีไซน์มาแล้วหลายพื้นที่จนเริ่มมีปัญหาสุขภาพและมีค่าใช้จ่ายสูง จึงลาออกจากงานในช่วงนั้นได้รับที่ดินมาจากคุณย่าจึงเริ่มศึกษาเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่9 และได้ลงมือทำจนประสบผลสำเร็จเป็นศูนย์ทฤษฎีใหม่ “สวนผักวัยรุ่น” จากเดิมมีรายได้ จากการจำหน่ายผักปลอดสารพิษวันละ 300-500 บาท/วัน และเมื่อเมษายนปี2562 คณะองคมนตรี ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อสนองพระราโชบายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้มาเยี่ยมชมที่ศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ของตนเองทำให้ผู้คนรู้จักสวนผักวัยรุ่นมากขึ้น จนปัจจุบันมีรายได้วันละ1,500-3,500 บาท
ปัจจุบันแม้จะเข้าสู่ช่วงภัยแล้งและเป็นช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด19 แต่โชคดีที่ยังมีผลผลิตในสวนที่สามารถเพาะปลูกและนำมาจำหน่ายได้ เช่นชะอมถั่วฝักยาว ผักบุ้งจีนบวบเหลี่ยม กวางตุ้ง ข้าวโพดหวานฯลฯ แม้รายได้เราจะลดลงเหลือวันละ2 พันกว่าบาทแต่ว่าพืชผลทางการเกษตรก็ยังมีอยู่ เรายังมีกินเพราะทำการเกษตรทฤษฎีใหม่และดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงหากเทียบกับคนอื่นเรามีรายจ่ายน้อยกว่ามาก
สำหรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 หากคนในเมืองอาจจะกลับมาอยู่ที่บ้านอยากจะลองทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ใช้ชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงขอแนะนำให้ทำสวนเเบบมีภูมิคุ้มกัน คือทำน้อยปลูกน้อยแต่ปลูกหลายอย่างเหลือจากกินแล้วค่อยขาย ซึ่งขณะนี้ที่สวนก็มีการปรับเปลี่ยนมาเป็นสวนยังชีพ ทำง่ายเป็นไปได้ นำมาใช้ได้จริง ลดต้นทุนโดยการเพาะปลูกต้นกล้าเอง และใช้แรงงานในครัวเรือน ไม่ต้องจ้างแรงงาน
ทั้งนี้คุณพิมธิดาภาได้กล่าวว่ารู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่9 ที่ได้พระราชทานแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เราได้เรียนรู้และทำตามจนประสบความสำเร็จรวมทั้งในหลวงรัชกาล10 ที่ทรงสืบสานรักษาและต่อยอดโครงการฯ ตนจะขอดำเนินรอยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตลอดไปตามคติประจำใจที่ว่า“พอจึงสุขสุขจึงพอ”