TKNยอดขายจีน มีแววกลับมาดี สินค้าใหม่ดันยอด
ทันหุ้น –สู้โควิด –TKN เตรียมส่งผลิตภัณฑ์ใหม่กระตุ้นตลาดช่วงไฮซีซัน ดันผลงานครึ่งปีหลังเด่น เผยยอดขายจีนเริ่มกลับมาดีมากกว่าไตรมาสแรก เน้นกลยุทธ์เดินหน้าบริหารต้นทุน ขณะที่ต้นทุนสาหร่ายลดลงหนุนอัตรากำไรดีขึ้น มั่นใจปีนี้รักษารายได้ใกล้คียงปีก่อนที่ 5,300 ล้านบาท ด้านโบรกชี้ปี 2564 เข้าสู่ช่วงขาขึ้นรอบใหม่ และมีลุ้นทำกำไรสูงสุด เป้า 16.10 บาท
นายจิระพงษ์ สันติภิรมย์กุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจหลังจากนี้ บริษัทเน้นควบคุมต้นทุนและบริหารอัตรากำไรให้มีเสถียรภาพ โดยในช่วงไตรมาส 2/2563 บริษัทเริ่มเห็นยอดขายจากประเทศจีน หรือ พันธมิตร Orion’s Group กลับเข้ามาดีขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและกลับมาอยู่ในระดับการเติบโตตามแผนที่บริษัทได้เคยวางไว้
*ออกสินค้าใหม่รับไฮซีซัน
โดยในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 จะมีการกระตุ้นยอดขายมากขึ้น เนื่องจากเป็นไฮซีซันของธุรกิจ อีกทั้งยังเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วงปลายไตรมาส 3/2563 ถึงต้นไตรมาส 4/2563 เพื่อกระตุ้นยอดขายอีกด้วย ทำให้บริษัทคาดว่าการเติบโตของผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังน่าจะดีกว่าเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกปี และจะพ้นจุดต่ำสุดของธุรกิจไปแล้ว
อย่างไรก็ตามการเติบโตของรายได้ปีนี้ บริษัทพยายามรักษาการเติบโตให้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาหรือมียอดขายที่ 5,300 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สำหรับต้นทุนของสาหร่ายปีนี้ลดลงประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งงผลดีต่อบริษัท ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้บริษัทจะมีอัตรากำไรที่ดีขึ้น
นอกจากนี้บิษัทยังอยู่ระหว่างการควบรวมโรงงานทั้ง 2แห่งเข้าด้วยกันโดยการย้ายเครื่องจักรการผลิตจากโรงงานนพวงศ์ ปทุมธานี ไปไว้ในพื้นที่โรงงานโรจนะ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จเฟส 1ภายในปีนี้
*เชียร์ซื้อชูเป้า 16.10 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง TKN ว่า มองผลประกอบการในปี 2564 จะเข้าสู่ช่วงขาขึ้นรอบใหม่ และมีลุ้นทำกำไรสูงสุด โดยปัจจุบัน TKN มีกำลังการผลิตที่ 8,400 ตันต่อปี และจะเพิ่มเป็นประมาณ 8,800 ตันต่อปี ภายในปีนี้ แม้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตในไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 64% เพราะผลกระทบชั่วคราวจากโควิด-19 แต่เมื่อจีนกลับมาปกติแต่ Coverage ของสินค้ากว้างมากขึ้น, รายได้ในประเทศค่อยๆ ฟื้นตัว, อินโดนีเซียกลับมาเติบโต, ตลาดใหม่อย่างรัสเซีย และเกาหลีใต้มีโอกาสได้การตอบรับดี
และหากมี Distributor ที่แข็งแกร่งในสหรัฐฯ และยุโรป เท่ากับว่าสินค้าของ TKN อยู่ในตลาดที่มีผู้บริโภคมากถึง 3,000 ล้านคน แต่รายได้ต่อปียังต่ำเพียง 5,000 - 6,000ล้านบาท จึงมองว่าปี 2564 จะเป็นปีเริ่มต้นของการเติบโตรอบใหม่ที่มีนัยสำคัญของ TKN หากยอดขายในทุกประเทศเติบโตสูงพร้อมกันในปี 2564 อาจทำให้กำลังการผลิตที่มีไม่เพียงพอ
อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยยังไม่รวมโอกาสในกลุ่มประเทศใหม่ๆ ไว้ในประมาณการ โดยคาดกำไรปี 2564 ที่ 627 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.5% จากปีนี้ ซึ่งกำไรปี 2564 มีโอกาสทำได้ดีกว่าที่คาดไว้และทำ New high ได้ จากจีน สหรัฐฯ ยุโรป และ GPM ที่ดีกว่าคาด แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ 16.10 บาท