โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เฮือนลาวแง้ว บ้านตาลเสี้ยน สระบุรี "เฮือนลาวขนมปังขิงสกุลช่างจีน"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 ก.ย 2566 เวลา 02.17 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2566 เวลา 09.27 น.
เฮือนลาวแง้ว บ้านตาลเสี้ยน จังหวัดสระบุรี

เฮือนลาวแง้ว บ้านตาลเสี้ยน สระบุรี “เฮือนลาวขนมปังขิงสกุลช่างจีน” สะท้อนภูมิปัญญาสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมพื้นถิ่น

เมื่อกล่าวถึงงานช่างเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยประเภท เรือนไทยภาคกลาง ในมโนทัศน์การรับรู้ของผู้คนโดยทั่วไปจะคิดถึงแต่ “เรือนเครื่องสับ” หรือ “เรือนแบบคหบดี” ตามขนบนิยมแบบเรือนไทยของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเสมือนประหนึ่งตัวแทนของบ้านไทย ในแบบเรียนประวัติศาสตร์ชาติไทย “แบบชาตินิยม” ซึ่งให้ความสำคัญอยู่ที่ความเป็นไทย แบบเชื้อชาติเดียว อันเป็นวัฒนธรรมศูนย์กลางหรือที่เรียกว่าวัฒนธรรมหลวง โดยมีลักษณะที่ปฏิเสธความหลากหลายแห่งภูมิปัญญาสร้างสรรค์ด้านต่างๆ ของแต่ละท้องถิ่นอันเป็นวัฒนธรรมราษฎร์ (ชาวบ้าน) และเช่นกัน ผู้คน “เชื้อชาติลาว” ก็เป็นรากเหง้าอีกสาแหรกหนึ่งที่สำคัญ อันมีส่วนร่วมสร้างสถาปนาความเป็นรัฐของชนชาติไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันสมัย

“ลาวแง้ว” คือกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งที่พูดภาษาลาว (ตระกูลภาษา Tai-kadai) มีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่เวียงจัน และหลวงพระบาง เป็นกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ตามชนบทหรือชานเมือง ซึ่งถ้าอยู่ในเมืองจะเรียก “ลาวเวียง” ถูกกวาดต้อนเข้ามาอยู่ในเมืองไทยช่วงสงครามระหว่างสยามกับลาว ต้นรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในช่วง พ.ศ. 2369-2371 (สมัยเจ้าอนุวงศ์) ได้มีการกวาดต้อนชาวลาวจากหัวเมืองพวน เมืองเชียงขวาง เมืองเวียงจัน เมืองหลวงพระบาง เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตหัวเมืองชั้นในของภาคกลาง ตั้งแต่ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี เลยไปจนถึงเพชรบุรี

ในจำนวนนั้นก็มีกลุ่มลาวแง้วถูกกวาดต้อนเข้ามาในคราวนั้นด้วย

อนึ่ง ชื่อที่เรียกว่า “ลาวแง้ว” เป็นชื่อที่กลุ่มลาวพวนใช้เรียกชาวลาวที่มาจากเวียงจันและหลวงพระบาง สำหรับกลุ่มลาวแง้วที่จังหวัดสระบุรี อยู่ที่บ้านตาลเสี้ยน บ้านหนองแก บ้านหนองระกำ อำเภอพระพุทธบาท และบางหมู่บ้านของอำเภอหนองโดน

บ้านเรือนของชาวลาวแง้ว หรือ“เฮือนลาวแง้ว” โดยเฉพาะที่ บ้านตาลเสี้ยน สามารถจำแนกลักษณะเรือนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. เรือนจั่วแฝด 2. เรือนจั่วเดียว 3. เรือนจั่วผสมแบบเรือนไทยภาคกลาง ลักษณะของผังพื้นเป็นเรือนยกพื้นสูง 2 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นที่เก็บของและใช้พักผ่อนในเวลากลางวัน หรือแม้แต่เป็นที่เลี้ยงวัวควาย บริเวณพื้นที่ชั้นที่ 2 ลักษณะที่ว่างพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ มีการกั้นฝาห้องเฉพาะที่เป็นห้องนอนไม่เกิน 3 ห้อง โดยมีห้องโป่งโจ่งหรือห้องโถงขนาบหัวท้ายของตัวเรือน พื้นที่ห้องครัวจะอยู่บริเวณด้านหลัง รวมถึงห้องน้ำ ห้องส้วม นิยมวางตัวเรือนขวางตะวัน

องค์ประกอบและส่วนประดับตกแต่ง ผนังเรือนนิยมทำแบบฝาโปร่งเป็นลูกกรงเหล็ก โดยผนังด้านนอกเรือนนอนจะเป็นผนังไม้แบบฝาลูกฟักกระดานดุน หรือบางแห่งทำเป็นฝาไหล เพื่อช่วยในการระบายอากาศและความร้อนภายในเรือน (เพราะเรือนลาวแง้วไม่นิยมทำชานระเบียงเปิดโล่งเหมือนเรือนไทยภาคกลาง) ในทางตรงกันข้ามกลับนิยมต่อหลังคาเพื่อคลุมพื้นที่ว่างต่างๆ ส่วนการประดับตกแต่งเอกลักษณ์ที่สำคัญคือการทำไม้ค้ำยันตกแต่งเป็นลวดลายฉลุ ทุกห้องเสาเป็นรูปแบบนอกขนบในจารีตขององค์ประกอบเรือนไทยโดยทั่วไป อีกทั้งการจำหลักส่วนคูหาผนังกั้นห้องภายในบ้าน ปรากฏเป็นลวดลายแบบช่างจีนโดยมีรูปหงส์และมังกรเข้ามาอยู่ในส่วนประกอบของลวดลายฉลุจำหลักต่างๆ

นอกจากนี้ ลักษณะของหลังคาจะไม่แหลมสูงเช่นแบบเรือนไทยทั่วไป จากข้อมูลในการลงพื้นที่พบว่าช่างที่ทำเป็นช่างชาวจีนซึ่งในยุคนั้นเป็นช่างที่มีฝีมือได้รับการว่าจ้างมาปรุงเรือนตามหัวเมืองต่างๆ โดยเฉพาะเทคนิคการทำฝาเฟี้ยม ฝาลูกฟัก เป็นวิชาช่างที่ชาวจีนเป็นต้นฉบับ ในเรื่องของความประณีต เช่น การทำเฟอร์นิเจอร์และกลึงไม้ ช่างเซี่ยงไฮ้เป็นที่นิยมในหมู่เจ้านายและขุนนาง

อนึ่ง การทำลวดลายดังกล่าวยังอาจสัมพันธ์กับ “เรือนขนมปังขิงแบบวิกตอเรียนกอทิก” แต่ได้ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นทั้งไทย-ลาว-จีน-แขก-ฝรั่ง จนก่อเกิดเป็น “เฮือนลาวแง้ว” เอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่สัมพันธ์กับพลวัตทางสังคมวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 มีนาคม 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...