โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ตามรอย “นักล่าปีศาจ” ย่านฮิตใจกลาง “กรุงโซล”

เดลินิวส์

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เพราะบทเพลงที่มีท่อนฮุคติดหูง่าย บวกกับน้ำเสียงอันทรงพลัง พร้อมท่าเต้นน่ารัก ๆ แบบเต้นตามได้ไม่ยาก และเร่งกระแสด้วยการคัฟเวอร์ของเหล่าไอดอลเกาหลี เรื่อยมาจนถึงดารา เซเลบฯ อินฟลูเอนเซอร์ชาวไทย ซึ่งรวมทั้ง “น้องเกล” แอบิเกล ของพี่ ๆ ป้า ๆ น้า ๆ อา ๆ

ให้เพลงหลักของภาพยนตร์แอนิเมชัน “เกิร์ลกรุ๊ปนักล่าปีศาจ” (KPop Demon Hunters) ทั้ง Soda Pop (โซดาป็อป) ของฝั่งบอยแบนด์ Saja Boys” (ซาจาบอย) และ Golden (โกลเดน) ของสามสาวเกิร์ลกรุ๊ป “Huntr/x” (ฮันทริกซ์) กลายเป็นเพลที่ใคร ๆ พากันเต้นตาม และประชันเสียงร้องตาม

แม้จะเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันที่สร้างจากฝั่งอเมริกาแต่เรื่องราวทั้งหมดรวมถึงฉากหลังที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง ล้วนเป็นกลิ่นอายแบบ K-Pop ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่มีเนื้อร้องทั้งภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ หรือฉากต่าง ๆ ที่เป็นสถานที่เกิดเหตุในเรื่อง องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีประจำประเทศไทย อาสาพาตามรอยสถานที่ที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์

ออกสตาร์ทที่แรกด้วยการเดินชมเส้นทาง “ป้อมปราการนักซาน” (Naksan Fortress Trail Walk) ที่ว่ากันว่าเป็นเส้นทางเดินที่ดีที่สุดบนส่วนของกำแพงเมืองโซล (Hanyangdoseong) ซึ่งล้อมรอบเมืองหลวงสมัยโชซอนที่ชื่อ “ฮันยาง” สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1396 ตามพระราชบัญชา พระเจ้าแทโจ อีซองกเย และดำรงอยู่มากกว่า 600 ปี เป็นหนึ่งในกำแพงเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เส้นทางป้อมปราการนักซานใช้เวลาเดินประมาณ 2–3 ชั่วโมง เริ่มจากประตูฮึงอินจีมุน (Heunginjimun) ผ่าน พิพิธภัณฑ์กำแพงเมืองฮันยาง, หมู่บ้านอีฮวา, สวนสาธารณะนักซาน และประตูฮเยฮวามุน (Hyehwamun) โดยเป็นเส้นทางเดินเลียบแนวกำแพงเมืองเก่าที่ได้รับการบูรณะ ขึ้นไปถึงบนสันเขาของนักซาน เป็นจุดชมทิวทัศน์ของกรุงโซลแบบพาโนรามาที่จะสวยเป็นพิเศษในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่จะมีสีเขียว เหลือง แดง ของหมู่ต้นไม้ทั้งบนเขาและพื้นเบื้องล่างมาแต่งแต้มสีสันให้กับเมือง ขณะที่ในเวลากลางคืน แสงไฟที่ตกแต่งตลอดแนวกำแพงและไฟจากเมืองที่สว่างไสว สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่ชวนให้บรรดาคู่รักออกเดินขึ้นเขาแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ณ จุดสูงสุดของแนวกำแพงเมืองเก่าที่ว่า ถูกใช้เป็นฉากที่รูมิ ตัวเอกของเรื่องฝั่งหญิงนัดพบกับจินอู ตัวเอกฝั่งชายเพื่อเจรจาตกลงบางอย่างร่วมกัน ทำให้ผู้ชมทั่วโลกได้เห็นความงดงามของการผสมผสานระหว่างประเพณีดั้งเดิมและความทันสมัยของกรุงโซลไปพร้อมกับการชมภาพยนตร์

เส้นทางป้อมปราการนักซานถูกยกให้เป็น “เส้นทางประวัติศาสตร์ใจกลางเมืองที่สะท้อนอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของโซล” โดยเป็นเส้นทางเดินแบบไม่วนซ้ำ สามารถชมทัศนียภาพธรรมชาติของสวนสาธารณะนักซานที่อยู่ด้านบนได้ด้วย เดินขึ้นมาจากฝั่งประตูฮึงอินจิมุน วันนี้มีคาเฟ่ตั้งเรียงรายตามแนวไหล่เขาให้เลือกนั่งพัก จิบชากาแฟพร้อมกับชมวิวเมืองอีกด้านหรือนั่งตากแดดอุ่น ๆ ในวันที่หนาวเหน็บ มาไม่ยากมุ่งหน้ามาทงแดมุน ออกทางออก 7 จะเจอกับประตูฮึงอินจิมุนพอดี

สถานที่ที่ถูกใช้เป็นฉากหลังอีกแห่งคือ “ถนนมยองดง” หรือเมียงดงที่คนไทยคุ้นเคย เมื่อสามสาวฮันทริกซ์มาเจอกับซาจาบอยที่มาเปิดคอนเสิร์ตกลางย่านช้อปปิ้งยอดฮิต ซึ่งถือเป็นย่านคึกคักตลอดกาลจนเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเกาหลีใต้ แต่แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่รวมเอาแบรนด์แฟชั่น ศิลปะ อาหาร และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันแห่งนี้ เดิมเคยเป็นพื้นที่อยู่อาศัยในสมัยราชวงศ์โชซอน ตั้งแต่ช่วงการปกครองของญี่ปุ่นพื้นที่ นี้จึงค่อย ๆ เริ่มพัฒนาเป็นย่านการค้า

ตลอดความยาวราว 1 กิโลเมตร เริ่มจาก สถานีมยองดง (สาย 4) ผ่านย่านอึลจิโร และห้างสรรพสินค้าล้อตเต้ ในพื้นที่นี้มีห้างสรรพสินค้า, ร้านแบรนด์แฟชั่น, ร้านขายส่ง, ถนนเครื่องสำอาง และตรอกอาหารข้างทาง รวมอยู่ด้วยกัน ที่นี่จึงมักถูกเรียกว่าเป็น “มหานครแห่งแฟชั่น” อีกตำแหน่งด้วย นอกเหนือจากการเป็นหนึ่งในจุดช้อปปิ้งสำคัญของโซล และในพื้นที่เดียวกันนี้ยังมีมหาวิหารมยองดง โรงละครศิลปะมยองดง และถนนการ์ตูน ซ่อนตัวอยู่ด้วย โดยหลังถูกใช้เป็นฉากหนึ่งของภาพยนตร์แอนิเมชันดังที่นี่ก็ได้รับการยกย่องใหม่ในฐานะ ถนนสัญลักษณ์ของวัฒนธรรม K-Culture อีกตำแหน่ง

ว่ากันว่าในช่วงเวลากลางวันตั้งแต่ราว ๆ เที่ยงเป็นต้นไป ที่นี่คือศูนย์กลางช้อปปิ้งที่เนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ เลยมาช่วงบ่ายแก่บรรดาร้านอาหารและร้านขายของแนวสตรีทจะพากันเข็นรถขายของของตัวเองมาตั้งประจำตำแหน่ง เปลี่ยนถนนทุกสายในพื้นที่ให้เป็นถนนคนเดินที่ไม่มีรถมาเอี่ยว ยามค่ำแสงไฟทั้งจากร้านรวงรอบ ๆ และรถเข็นขายของที่พาให้ทั้งย่านสว่างไสวทำให้กลายเป็นจุดชมวิวกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยแสงนีออนของวัฒนธรรมป๊อปเกาหลี

มาที่ย่าน “หมู่บ้านบุกชนฮันอก” ที่นี่มีกลิ่นอายของซาจาบอยไปทั่ว เพราะชุดฮันบกสีดำพร้อมกับหมวกปีกกว้างแบบโบราณ เป็นหนึ่งในชุดที่นักท่องเที่ยวรุ่นเยาว์นิยมเช่าสวมใส่เพื่อมาเดินเล่นถ่ายรูป บุกชอนเป็นย่านที่อยู่อาศัยแบบดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงของกรุงโซล ตั้งอยู่ระหว่าง พระราชวังคยองบกกุง, ชางด็อกกุง, และศาลเจ้าชงมโย เป็นหมู่บ้านมรดกวัฒนธรรมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 600 ปี

ชื่อ “บุกชน” มาจากความหมายว่าเป็น ย่านด้านบนของแม่น้ำชองกเยชอนและถนนชงโน โดยเป็นพื้นที่ที่มีบ้านแบบดั้งเดิมของเกาหลีที่เรียกว่า “ฮันอก” รวมตัวอยู่หนาแน่น เช่น ย่านกาฮเวดง, ซงฮยอนดง, อันกุกดง, ซัมชองดง และกเยดง ในสมัยราชวงศ์โชซอน บุกชนเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นขุนนางและราชวงศ์ ปัจจุบันยังคงมีบ้านแบบฮันอกอยู่ราว 900 หลัง ซึ่งถือเป็นย่านฮันอกที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ที่สำคัญคือยังคงเป็นหมู่บ้านมรดกวัฒนธรรมที่คนยังอาศัยอยู่จริง

บุกชนเป็นหมู่บ้านมรดกวัฒนธรรมแบบใช้ชีวิตร่วมกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม จนได้รับการขนานนามว่า “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งในเมือง” เพราะมีแหล่งประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุ และข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีดั้งเดิมจำนวนมากอยู่รวมกัน โดยมีจุดชมวิวเลขที่ 31 กาฮเวดง สามารถมองเห็น หลังคาฮันอก, ภูเขานัมซาน และวิวเมืองสมัยใหม่พร้อมกันได้ การเข้าชมล่าสุดมีกฎกติกามารยาทเพิ่มเติมนอกเหนือจากการห้ามส่งเสียงดังในเขตที่พักอาศัยแล้ว คือจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาแชะและแชร์ได้ตั้งแต่เวล่ 10.00-17.00 น.

ปัจจุบันหมู่บ้านบุกชนมีบ้านบางหลังเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มีโอกาสเข้าพักในบ้านเกาหลีแบบดั้งเดิม ซึ่งมีทั้งแบบที่ปรับปรุงใหม่เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น และแบบที่ยังคงรูปแบบเดิมโดยมีเจ้าของบ้านพักอาศัยอยู่ด้วย เพื่อทำหน้าที่ดูแลผู้มาเยือนแบบใกล้ชิด

มาชมบ้านโบราณ มาพักในบ้านฮันอกแล้ว แนะนำให้ลองลงมือทำกิจกรรมเวิร์คช้อปอย่างการวาดภาพมินฮวาบนแผ่นไม้ จิตรกรรมพื้นบ้านเกาหลี “มินฮวา” เป็นงานศิลปะที่แสดงออกถึงความหวังและความปรารถนาของผู้คนที่ปรากฏในช่วงศตวรรษที่ 19 ถึง ต้นศตวรรษที่ 20 หรือปลายสมัยโชซอนจนถึงการปกครองของญี่ปุ่น ชิ้นงานของจิตรกรที่ไม่โด่งดังและสร้างผลงานออกมาให้เข้าถึงบุคคลทั่วไปได้ง่าย ความเป็นมาของจิตรกรรมพื้นบ้านเหล่านี้ ไม่ได้จำกัดขอบเขตแค่ในสมัยนั้น ๆ แต่เป็นจิตรกรรมที่แสดงย้อนไปในประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและอาจย้อนไปจนถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ แต่สำหรับวันนี้การระบายสีบนแผ่นไม้กับภาพวาดเสือที่มีความหมายถึงอำนาจและเกียรติยศ หรือดอกโบตั๋นที่หมายถึงความมั่งคั่ง เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ทำให้เข้าถึงวัฒนธรรมเกาหลีดั้งเดิมให้มากขึ้นกว่าเดิม

หากอยากตามรอยภาพยนตร์แอนิเมชัน “เกิร์ลกรุ๊ปนักล่าปีศาจ” ให้มากกว่านี้ อย่าลืมแวะไปพระราชวังคย็องบก, ล็อตเต้ทาวเวอร์, สะพานชองดัม, ต็อกซัม ฮันกัง พาร์ค, โซลทาวเวอร์, โอลิมปิค สเตเดียม ตบท้ายด้วยจอภาพ 3 มิติของโคเอ็กซ์ ก่อนจะกลับมานั่งฟังเพลงโกลเดนอีกซักรอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...