ตามรอย “นักล่าปีศาจ” ย่านฮิตใจกลาง “กรุงโซล”
ให้เพลงหลักของภาพยนตร์แอนิเมชัน “เกิร์ลกรุ๊ปนักล่าปีศาจ” (KPop Demon Hunters) ทั้ง Soda Pop (โซดาป็อป) ของฝั่งบอยแบนด์ “Saja Boys” (ซาจาบอย) และ Golden (โกลเดน) ของสามสาวเกิร์ลกรุ๊ป “Huntr/x” (ฮันทริกซ์) กลายเป็นเพลที่ใคร ๆ พากันเต้นตาม และประชันเสียงร้องตาม
แม้จะเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันที่สร้างจากฝั่งอเมริกาแต่เรื่องราวทั้งหมดรวมถึงฉากหลังที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง ล้วนเป็นกลิ่นอายแบบ K-Pop ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่มีเนื้อร้องทั้งภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ หรือฉากต่าง ๆ ที่เป็นสถานที่เกิดเหตุในเรื่อง องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีประจำประเทศไทย อาสาพาตามรอยสถานที่ที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์
ออกสตาร์ทที่แรกด้วยการเดินชมเส้นทาง “ป้อมปราการนักซาน” (Naksan Fortress Trail Walk) ที่ว่ากันว่าเป็นเส้นทางเดินที่ดีที่สุดบนส่วนของกำแพงเมืองโซล (Hanyangdoseong) ซึ่งล้อมรอบเมืองหลวงสมัยโชซอนที่ชื่อ “ฮันยาง” สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1396 ตามพระราชบัญชา พระเจ้าแทโจ อีซองกเย และดำรงอยู่มากกว่า 600 ปี เป็นหนึ่งในกำแพงเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เส้นทางป้อมปราการนักซานใช้เวลาเดินประมาณ 2–3 ชั่วโมง เริ่มจากประตูฮึงอินจีมุน (Heunginjimun) ผ่าน พิพิธภัณฑ์กำแพงเมืองฮันยาง, หมู่บ้านอีฮวา, สวนสาธารณะนักซาน และประตูฮเยฮวามุน (Hyehwamun) โดยเป็นเส้นทางเดินเลียบแนวกำแพงเมืองเก่าที่ได้รับการบูรณะ ขึ้นไปถึงบนสันเขาของนักซาน เป็นจุดชมทิวทัศน์ของกรุงโซลแบบพาโนรามาที่จะสวยเป็นพิเศษในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่จะมีสีเขียว เหลือง แดง ของหมู่ต้นไม้ทั้งบนเขาและพื้นเบื้องล่างมาแต่งแต้มสีสันให้กับเมือง ขณะที่ในเวลากลางคืน แสงไฟที่ตกแต่งตลอดแนวกำแพงและไฟจากเมืองที่สว่างไสว สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่ชวนให้บรรดาคู่รักออกเดินขึ้นเขาแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ณ จุดสูงสุดของแนวกำแพงเมืองเก่าที่ว่า ถูกใช้เป็นฉากที่รูมิ ตัวเอกของเรื่องฝั่งหญิงนัดพบกับจินอู ตัวเอกฝั่งชายเพื่อเจรจาตกลงบางอย่างร่วมกัน ทำให้ผู้ชมทั่วโลกได้เห็นความงดงามของการผสมผสานระหว่างประเพณีดั้งเดิมและความทันสมัยของกรุงโซลไปพร้อมกับการชมภาพยนตร์
เส้นทางป้อมปราการนักซานถูกยกให้เป็น “เส้นทางประวัติศาสตร์ใจกลางเมืองที่สะท้อนอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของโซล” โดยเป็นเส้นทางเดินแบบไม่วนซ้ำ สามารถชมทัศนียภาพธรรมชาติของสวนสาธารณะนักซานที่อยู่ด้านบนได้ด้วย เดินขึ้นมาจากฝั่งประตูฮึงอินจิมุน วันนี้มีคาเฟ่ตั้งเรียงรายตามแนวไหล่เขาให้เลือกนั่งพัก จิบชากาแฟพร้อมกับชมวิวเมืองอีกด้านหรือนั่งตากแดดอุ่น ๆ ในวันที่หนาวเหน็บ มาไม่ยากมุ่งหน้ามาทงแดมุน ออกทางออก 7 จะเจอกับประตูฮึงอินจิมุนพอดี
สถานที่ที่ถูกใช้เป็นฉากหลังอีกแห่งคือ “ถนนมยองดง” หรือเมียงดงที่คนไทยคุ้นเคย เมื่อสามสาวฮันทริกซ์มาเจอกับซาจาบอยที่มาเปิดคอนเสิร์ตกลางย่านช้อปปิ้งยอดฮิต ซึ่งถือเป็นย่านคึกคักตลอดกาลจนเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเกาหลีใต้ แต่แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่รวมเอาแบรนด์แฟชั่น ศิลปะ อาหาร และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันแห่งนี้ เดิมเคยเป็นพื้นที่อยู่อาศัยในสมัยราชวงศ์โชซอน ตั้งแต่ช่วงการปกครองของญี่ปุ่นพื้นที่ นี้จึงค่อย ๆ เริ่มพัฒนาเป็นย่านการค้า
ตลอดความยาวราว 1 กิโลเมตร เริ่มจาก สถานีมยองดง (สาย 4) ผ่านย่านอึลจิโร และห้างสรรพสินค้าล้อตเต้ ในพื้นที่นี้มีห้างสรรพสินค้า, ร้านแบรนด์แฟชั่น, ร้านขายส่ง, ถนนเครื่องสำอาง และตรอกอาหารข้างทาง รวมอยู่ด้วยกัน ที่นี่จึงมักถูกเรียกว่าเป็น “มหานครแห่งแฟชั่น” อีกตำแหน่งด้วย นอกเหนือจากการเป็นหนึ่งในจุดช้อปปิ้งสำคัญของโซล และในพื้นที่เดียวกันนี้ยังมีมหาวิหารมยองดง โรงละครศิลปะมยองดง และถนนการ์ตูน ซ่อนตัวอยู่ด้วย โดยหลังถูกใช้เป็นฉากหนึ่งของภาพยนตร์แอนิเมชันดังที่นี่ก็ได้รับการยกย่องใหม่ในฐานะ ถนนสัญลักษณ์ของวัฒนธรรม K-Culture อีกตำแหน่ง
ว่ากันว่าในช่วงเวลากลางวันตั้งแต่ราว ๆ เที่ยงเป็นต้นไป ที่นี่คือศูนย์กลางช้อปปิ้งที่เนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ เลยมาช่วงบ่ายแก่บรรดาร้านอาหารและร้านขายของแนวสตรีทจะพากันเข็นรถขายของของตัวเองมาตั้งประจำตำแหน่ง เปลี่ยนถนนทุกสายในพื้นที่ให้เป็นถนนคนเดินที่ไม่มีรถมาเอี่ยว ยามค่ำแสงไฟทั้งจากร้านรวงรอบ ๆ และรถเข็นขายของที่พาให้ทั้งย่านสว่างไสวทำให้กลายเป็นจุดชมวิวกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยแสงนีออนของวัฒนธรรมป๊อปเกาหลี
มาที่ย่าน “หมู่บ้านบุกชนฮันอก” ที่นี่มีกลิ่นอายของซาจาบอยไปทั่ว เพราะชุดฮันบกสีดำพร้อมกับหมวกปีกกว้างแบบโบราณ เป็นหนึ่งในชุดที่นักท่องเที่ยวรุ่นเยาว์นิยมเช่าสวมใส่เพื่อมาเดินเล่นถ่ายรูป บุกชอนเป็นย่านที่อยู่อาศัยแบบดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงของกรุงโซล ตั้งอยู่ระหว่าง พระราชวังคยองบกกุง, ชางด็อกกุง, และศาลเจ้าชงมโย เป็นหมู่บ้านมรดกวัฒนธรรมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 600 ปี
ชื่อ “บุกชน” มาจากความหมายว่าเป็น ย่านด้านบนของแม่น้ำชองกเยชอนและถนนชงโน โดยเป็นพื้นที่ที่มีบ้านแบบดั้งเดิมของเกาหลีที่เรียกว่า “ฮันอก” รวมตัวอยู่หนาแน่น เช่น ย่านกาฮเวดง, ซงฮยอนดง, อันกุกดง, ซัมชองดง และกเยดง ในสมัยราชวงศ์โชซอน บุกชนเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นขุนนางและราชวงศ์ ปัจจุบันยังคงมีบ้านแบบฮันอกอยู่ราว 900 หลัง ซึ่งถือเป็นย่านฮันอกที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ที่สำคัญคือยังคงเป็นหมู่บ้านมรดกวัฒนธรรมที่คนยังอาศัยอยู่จริง
บุกชนเป็นหมู่บ้านมรดกวัฒนธรรมแบบใช้ชีวิตร่วมกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม จนได้รับการขนานนามว่า “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งในเมือง” เพราะมีแหล่งประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุ และข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีดั้งเดิมจำนวนมากอยู่รวมกัน โดยมีจุดชมวิวเลขที่ 31 กาฮเวดง สามารถมองเห็น หลังคาฮันอก, ภูเขานัมซาน และวิวเมืองสมัยใหม่พร้อมกันได้ การเข้าชมล่าสุดมีกฎกติกามารยาทเพิ่มเติมนอกเหนือจากการห้ามส่งเสียงดังในเขตที่พักอาศัยแล้ว คือจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาแชะและแชร์ได้ตั้งแต่เวล่ 10.00-17.00 น.
ปัจจุบันหมู่บ้านบุกชนมีบ้านบางหลังเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มีโอกาสเข้าพักในบ้านเกาหลีแบบดั้งเดิม ซึ่งมีทั้งแบบที่ปรับปรุงใหม่เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น และแบบที่ยังคงรูปแบบเดิมโดยมีเจ้าของบ้านพักอาศัยอยู่ด้วย เพื่อทำหน้าที่ดูแลผู้มาเยือนแบบใกล้ชิด
มาชมบ้านโบราณ มาพักในบ้านฮันอกแล้ว แนะนำให้ลองลงมือทำกิจกรรมเวิร์คช้อปอย่างการวาดภาพมินฮวาบนแผ่นไม้ จิตรกรรมพื้นบ้านเกาหลี “มินฮวา” เป็นงานศิลปะที่แสดงออกถึงความหวังและความปรารถนาของผู้คนที่ปรากฏในช่วงศตวรรษที่ 19 ถึง ต้นศตวรรษที่ 20 หรือปลายสมัยโชซอนจนถึงการปกครองของญี่ปุ่น ชิ้นงานของจิตรกรที่ไม่โด่งดังและสร้างผลงานออกมาให้เข้าถึงบุคคลทั่วไปได้ง่าย ความเป็นมาของจิตรกรรมพื้นบ้านเหล่านี้ ไม่ได้จำกัดขอบเขตแค่ในสมัยนั้น ๆ แต่เป็นจิตรกรรมที่แสดงย้อนไปในประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและอาจย้อนไปจนถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ แต่สำหรับวันนี้การระบายสีบนแผ่นไม้กับภาพวาดเสือที่มีความหมายถึงอำนาจและเกียรติยศ หรือดอกโบตั๋นที่หมายถึงความมั่งคั่ง เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ทำให้เข้าถึงวัฒนธรรมเกาหลีดั้งเดิมให้มากขึ้นกว่าเดิม
หากอยากตามรอยภาพยนตร์แอนิเมชัน “เกิร์ลกรุ๊ปนักล่าปีศาจ” ให้มากกว่านี้ อย่าลืมแวะไปพระราชวังคย็องบก, ล็อตเต้ทาวเวอร์, สะพานชองดัม, ต็อกซัม ฮันกัง พาร์ค, โซลทาวเวอร์, โอลิมปิค สเตเดียม ตบท้ายด้วยจอภาพ 3 มิติของโคเอ็กซ์ ก่อนจะกลับมานั่งฟังเพลงโกลเดนอีกซักรอบ