โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568

สวพ.FM91

อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 22.34 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 22.34 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568

>> รอง ผกก.สภ.เมืองพัทยา นำกำลัง บุกจับหนุ่ม 27 ปี เปิดห้องพักทำเป็นโรงงานขนาดย่อม ๆ ผลิตปืนเถื่อนส่งขายทางออนไลน์

06.00 น. พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย นายณฐาภพ ยมจินดา ปลัดอำเภอบางละมุง และเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามพิเศษ สภ.เมืองพัทยา ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง นำกำลังกว่า 20 นาย เข้าตรวจค้นห้องแถวเช่าแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 12 ถนนเทพประสิทธิ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับรายงานลับว่ามีการลักลอบผลิตอาวุธปืนเถื่อน และแอบจำหน่ายผ่านโซเชียล

ระหว่างเข้าค้น เจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัย ทราบชื่อภายหลังคือ นายชอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ อยู่ภายในห้องเช่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าควบคุม พร้อมเข้าตรวจค้นโดยละเอียด

จากการตรวจค้นภายในห้อง พบของกลางจำนวนมากลักษณะคล้าย “โรงงานย่อม ๆ” ผลิตปืนเถื่อน ประกอบด้วย 1.ปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 3 กระบอก 2.แม็กกาซีน 11 อัน 3.กระสุนปืนขนาด .380 บรรจุในแม็กกาซีน 9 นัด 4.กระสุนปืนขนาด .380 อีก 33 นัด 5.กล่องบรรจุปืน 6 กล่อง 6.ลำกล้องปืนประดิษฐ์ 10 อัน 7.ซองพกใน 1 ชิ้น 8.แท่นเจาะและแท่นกลึง 1 แท่น 9.สว่านไฟฟ้า 2 เครื่อง 10.แท่นยึดสว่าน 1 แท่น 11.ดอกสว่าน 18 ดอก 12.ตะใบ 2 อัน 13.หินเจียร 1 เครื่อง 14.ค้อนยาง 1 อัน เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมควบคุมตัว นายชอ (นามสมมุติ) ไปสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายชอ (นามสมมุติ) ให้การอ้างว่า ปืนทั้งหมดผลิตไว้เพื่อ เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าที่ต้องการผ่านโซเชียล โดยยอมรับว่าเริ่มทำมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และมีลูกค้าติดต่อสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้สำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ร่างหญิงนิรนาม ถูกสายไฟรัดคอ ผูกติดกับแท่งปูนภายในคลอง คาดเสียชีวิตมาหลายวัน ตร.เร่งสอบสวน

06.30 น. สภ.บางเลน นครปฐม รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตลอยน้ำอยู่ภายในคลองส่งน้ำ ในพื้นที่ ม.6 ต.บางเลน แพทย์เวรโรงพยาบาลบางเลน เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ นครปฐม เข้าร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นคลองส่งน้ำขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 20 เมตร พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง ไม่ทราบชื่อ ลักษณะผมยาว ผิวขาว สวมเสื้อสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ ลอยคว่ำหน้าอยู่ในสภาพบวมอืดและส่งกลิ่นเหม็น

เจ้าหน้าที่นำร่างขึ้นมาชันสูตรบนฝั่ง พบร่องรอยถูกฆาตกรรมชัดเจน โดยมีสายไฟรัดอยู่ที่บริเวณลำคอ และกลางลำตัวพบว่ามีลวดผูกติดกับแท่งคอนกรีตซึ่งหล่อติดกับท่อ PVC เพื่อใช้ในการถ่วงน้ำ จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารใดๆที่สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ แพทย์ลงความเห็นเบื้องต้น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพให้แพทย์ทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาล พร้อมทั้งสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบข้อมูลการแจ้งบุคคลสูญหายในสถานีตำรวจพื้นที่ใกล้เคียง และเร่งติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางโดยรอบ เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายและไขปริศนาการเสียชีวิตในครั้งนี้ต่อไป

>> ชายวัย 43 ปี เกิดลมชักกำเริบ ขี่รถจยย.เสียหลักตกคลอง ลูกชายตามหาทั้งคืนก่อนพบร่างพ่อลอยติดกองสวะ

09.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถจยย.เสียหลักพุ่งตกลงไปในคลอง มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย เหตุเกิดบริเวณ ถนนเลียบคลองลำรี หมู่ 7 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ บริเวณถนนเลียบริมคลอง พบญาติผู้เสียชีวิตกำลังช่วยกันใช้เชือกผูกและดึง รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากน้ำ และห่างออกไป 100 เมตร พบร่างผู้เสียชีวิตลอยอยู่กับกองสวะ ทราบชื่อคือ นายมงคล อายุ 43 ปี สวมเสื้อคอกลมแขนยาวสีดำ ใส่กางเกงขาสั้น สวมหมวกกันน็อคสีขาว โดยมีลูกชายของผู้เสียชีวิตกระโดดลงน้ำไปดึงร่างผู้เป็นพ่อมาขึ้นฝั่ง

ลูกชายของผู้เสียชีวิต เล่าว่า พ่อของตนหายออกจากบ้านตั้งแต่เมื่อวานตอน 18.00 น. เพื่อจะไปรับย่าที่อนามัยคลองตาคล้าย แต่ไปไม่ถึง หลังจากนั้นติดต่อไม่ได้ ตนพยายามตามหาทั้งคืนก็ไม่เจอ จนเมื่อเช้า ตนเห็นคราบน้ำมันรถลอยอยู่ในคลอง เลยกระโดดลงคลองไปงมรถจยย.ของพ่อขึ้นมา และเดินตามทางพบหมวกกันน็อคลอยติดกองสวะอยู่แต่ไม่คิดว่าจะเป็นพ่อตัวเอง เบื้องต้นพ่อของตนมีโรคประจำตัวเป็นลมชักมานาน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนจะมอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามต่อไป

>> สมาคมตำรวจ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง ผบ.ตร. หลังเกิดกระแสกล่าวหาระบบตำรวจ พัวพันสแกมเมอร์–พนันออนไลน์

10.00 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมาคมตำรวจ สมาคม รร.นรต. ชมรมพนักงานสอบสวน และชมรมตำรวจนอกราชการ นำโดย พล.ต.อ.วินัย ทองสอง ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง ผบ.ตร. หลังมีการให้ข้อมูลบิดเบือนต่อสาธารณชน พาดพิงองค์กรตำรวจ โดยเฉพาะกรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ออกมาให้สัมภาษณ์โยงตำรวจบางรายเกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์และการพนันออนไลน์ จนกระทบภาพลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สมาคมตำรวจทั้ง 4 องค์กร เรียกร้องให้ ผบ.ตร. เร่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอิสระ ดำเนินการทางวินัย–อาญาต่อผู้กระทำผิดโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมตอบโต้คำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ระบุว่า “ตำรวจคือแก๊งอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุด” ว่าหากมีข้อมูลจริงควรส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ให้ร้ายภาพรวมองค์กรจนประชาชนสับสน พร้อมย้ำจุดยืนสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส และขอให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็นบนพื้นฐานข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้กระทบขวัญกำลังใจตำรวจจำนวนมากที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต

>> เพลิงไหม้ภายในวัดพิชยญาติการามวรวิหาร พื้นที่เขตคลองสาน

11.53 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร ถนนสมเด็จเจ้าพระยา แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นศาลาปฏิบัติธรรมคอนกรีตชั้นเดียว ประกอบกิจการ ศาสนสถาน ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ศาลาปฏิบัติธรรม เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 500 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าของพัดลม ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยปากคลองสาน

>> รวบ 10 ชาวจีนคาโรงแรมกลางเมืองตราด ยึดโทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง คาดหนีจากเมียนมา

13.00 น. พล.ต.ต.ชูเกียรติ ภูกาบพลอย ผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.ตราด, สนธิกำลัง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตราด เข้าตรวจสอบโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดตราด หลังได้รับแจ้งจากเจ้าของโรงแรมว่ามีกลุ่มชาวจีนเข้าพักหลายคนในลักษณะน่าสงสัย เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบห้องพัก 2 ห้อง พบชาวจีน จำนวน 10 ราย เป็นชาย 5 หญิง 5 อายุระหว่าง 18-36 ปี ตรวจหนังสือเดินทางพบว่ามีผู้ถือเอกสารถูกต้องเพียง 1 ราย อีก 8 ราย อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) และอีก 1 รายหลบหนีเข้าเมือง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นภายในห้องพักและสัมภาระของชาวจีน พบว่ามีโทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง แล็ปท็อป 1 เครื่อง อุปกรณ์ขยายสัญญาณโทรศัพท์ 1 เครื่อง และสเตชั่นสำหรับชาร์จแบตโทรศัพท์ 1 เครื่อง ซึ่งอุปกรณ์ที่พบทั้งหมดเข้าข่ายเป็นอุปกรณ์ของแก๊งสแกมเมอร์ จึงยึดไว้ตรวจสอบเพิ่มเติม

สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดอ้างว่าไม่รู้จักกันมาก่อน เพิ่งมาพบกันที่กรุงเทพฯ และเดินทางมาพักที่ตราด พร้อมปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ที่ตรวจพบ จากการตรวจประวัติพบว่าหลายรายเคยเดินทางเข้าไทยทางสนามบิน ก่อนจะหลบหนีไปทำงานในเมียนมาผ่านช่องทางธรรมชาติ และกลับเข้ามาหลังเกิดเหตุระเบิดในพื้นที่ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหา 8 ราย ฐานอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) 1 ราย ฐานหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย 1 ราย ฐานไม่แจ้งที่พักตามกฎหมายคนเข้าเมือง คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

>> เพลิงไหม้ในตลาดนัดถนนขวาง ทต.วิชิต พร้อมรถน้ำเข้าระงับเหตุ ไม่ลุกลาม ไม่มีผู้บาดเจ็บ จ.ภูเก็ต

13.01 น. เทศบาลตำบลวิชิต รับแจ้งเหตุเกิดไฟไหม้ภายในตลาดนัดถนนขวาง หมู่ที่ 3 ตำบลวิชิต จึงได้รีบแจ้งประสานเจ้าหน้าที่ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย งานรักษาความสงบ เทศบาลตำบลวิชิต เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยมีพันจ่าเอกยอดชาย ซ้วนลิ่ม รองปลัดเทศบาลตำบลวิชิต พร้อมด้วย นางสาวภัทรวรรณ เพ็ญสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิชิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่

เข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว โดยใช้เวลาควบคุมเพลิง 15 นาที เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากถังแก๊สรั่วจนทำให้เกิดเพลิงไหม้

พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ เทศบาลตำบลวิชิต ได้แนะนำและให้ความรู้เบื้องต้นแก่พ่อค้า แม่ค้าภายในตลาดนัดถนนขวาง ถึงวิธีการใช้ถังแก๊สได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และวิธีการดับเพลิงเบื้องต้น เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้จากก๊าซหุงต้ม

>> รวบบัญชีม้า "แก๊งส่งของทิพย์" หลอกช่างไฟ-ช่างแอร์ ซ้ำเติมคนทำมาหากิน

13.18 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(บก.ปอศ.) จับกุมตัว นายนอ(นามสมมุติ) อายุ 31 ปี ผู้ต้องหามีหมายจับติดตัวถึง 5 หมาย ในข้อหา“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมฯ หลังตำรวจจับกุม ได้ริมถนนสาธารณะหน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

การจับกุมในครั้งนี้ ถือเป็นการรวบหนุ่มหาดใหญ่ หนีคดี 5 หมายจับ กบดานไกลถึงเชียงราย โดยพบว่านายนอเป็นบัญชีม้าตัวกลางให้ "แก๊งส่งของทิพย์" สวมรอยเป็นร้านค้าเฉพาะทาง หลอกขายอุปกรณ์ช่าง แต่ส่งของไม่ตรงปก ผู้เสียหายสูญเงินจำนวนมาก
จากการสืบสวนยังพบว่า คดีนี้เกิดเมื่อปี 2566 มีผู้เสียหายจำนวนหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นช่าง หรือผู้ประกอบการรายย่อย ถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้วิธีการสร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมาหลายบัญชี โดยใช้ชื่อที่แตกต่างกัน มุ่งเป้าหลอกลวงเหยื่อที่ต้องการซื้อสินค้าเฉพาะทาง เช่น สายไฟ, อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือน้ำยาแอร์

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ได้รู้จักกับมิจฉาชีพผ่านทางเฟซบุ๊ก (โดยไม่เคยพบหน้ากันจริง) ซึ่งคนร้ายได้ทำทีเข้ามาตีสนิท สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ก่อนจะออกอุบายว่า "อ้างว่าญาติจะโอนเงินมาให้" แต่ตนเองไม่สะดวกรับเงินโดยตรง จึงขอใช้บัญชีธนาคารของผู้ต้องหาเป็นทางผ่าน เมื่อมีเงินโอนเข้ามา คนร้ายก็จะสั่งการให้ผู้ต้องหาช่วย กดเป็นเงินสดออกมา หรือ โอนต่อไปยังบัญชีอื่น ที่คนร้ายจะส่งมาให้อีกทอดหนึ่ง หลังจากทำเช่นนี้ได้ไม่นาน บัญชีธนาคารของตนก็ถูกอายัด และเมื่อพยายามติดต่อกลับไป เพื่อนในเฟซบุ๊กคนดังกล่าวก็ตัดขาดการติดต่อและหลบหนีไปทันที

>> ครูขับกระบะ พานักเรียนและแม่บ้าน จะไปร่วมงานลอยกระทง แต่เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักตกเขา บาดเจ็บยกคัน

13.20 น. รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักตกเขา ริมถนนทางลงดอห้วยชีบ้ายร่มไทร บริเวณสะพานห้วยชี ในพื้นที่ อ.เชียงกลาง จ.น่าน

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีเทา ป้ายทะเบียน น่าน สภาพรถพังเสียหาย อยู่ที่ไหล่ทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 11 ราย เป็นผู้ชาย 5 ราย และผู้หญิง 6 ราย อาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง

เบื้องต้นทราบว่า ทั้งผู้ขับขี่รถกระบะและผู้โดยสาร เป็นครู, นักเรียน 9 ราย และแม่บ้าน ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อยู่ระหว่างการเดินทาง โดยจะพานักเรียนไปร่วมทำกิจกรรมลอยกระทง แต่ยังไปไม่ถึง มาเกิดอุบัติเหตุตกเขาก่อน ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงกลาง

>> กบง. ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม ถังขนาด 15 กิโลกรัม ไว้ที่ 423 บาท ถึงสิ้นปี 68

13.49 น. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ซึ่งมีมติเห็นชอบให้คงราคาขายส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) หน้าโรงกลั่นที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพื่อให้ราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มสำหรับถังขนาด 15 กิโลกรัมอยู่ที่ประมาณ 423 บาท โดยมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 68 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 68 โดยให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) บริหารจัดการเงินกองทุนให้สอดคล้องกับแนวทางการดูแลราคาก๊าซ LPG ต่อไป

โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติให้คงราคาจำหน่ายก๊าซหุงต้ม (LPG) อยู่ที่ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม ต่อไปอีก 1 เดือน หรือ ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย. 68 เพื่อดูแลและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่วันนี้ (5 พ.ย.) กบง. มีมติให้ตรึงยาวถึงสิ้นปีนี้

>> หนุ่มวิ่งราวสร้อยทองกลางห้าง พลเมืองดี - ตำรวจบางยี่ขัน ตามรวบทันควัน

14.00 น. พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผกก.สน.บางยี่ขัน รับรายงานเหตุคนร้ายก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ภายในร้านทองในห้างแห่งหนึ่ง แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจและฝ่ายสืบสวนรีบรุดเข้าตรวจสอบ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พ.ต.ต.ธนิต ผิวแดง สวป.สน.บางยี่ขัน ซึ่งอยู่ระหว่างออกตรวจพื้นที่พอดี พบพลเมืองดีและพนักงานร้านกำลังไล่ติดตามผู้ต้องหา จึงเข้าช่วยสกัดจับจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้บริเวณหน้าห้างอย่างรวดเร็ว

โดยผู้ก่อเหตุเป็น ชาย อายุ 30 ปี จากการตรวจสอบทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ชายคนดังกล่าว ได้ทำทีเป็นลูกค้าเข้ามาขอดูทองคำกับพนักงาน และพนักงานจึงหยิบสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 5 เส้น มาวางบนถาดให้เลือกดู แต่ระหว่างนั้น คนร้ายได้ฉวยโอกาสคว้าสร้อยทอง 2 เส้น น้ำหนักรวม 6 บาท แล้ววิ่งหนีออกจากร้านทันที
เสียงร้องตะโกนของพนักงานทำให้พลเมืองดีที่อยู่ใกล้เคียงรีบเข้าช่วยไล่ตาม ในจังหวะเดียวกับที่ พ.ต.ต.ธนิตฯ และสายตรวจผ่านมาถึง จึงเข้าช่วยจับกุมไว้ได้ทันควัน พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำครบจำนวน

เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> แผ่นดินไหว ในพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก

15.51 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.7 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.นาบัว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน

>> DIT ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้า ช่วงเทศกาลลอยกระทง ดูแลราคายุติธรรม

16.31 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันลอยกระทง วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 กรมการค้าภายในได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าที่ใช้ในช่วงเทศกาลลอยกระทงระหว่างวันที่ 3 – 5 พฤศจิกายน 2568 เพื่อป้องกันการจำหน่ายสินค้าที่เอาเปรียบผู้บริโภค โดยลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณย่านปากคลองตลาดและตลาดยอดพิมาน ซึ่งเป็นแหล่งค้าดอกไม้และวัสดุประดิษฐ์กระทงที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร

จากการตรวจสอบพบว่า ราคาจำหน่ายสินค้าโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปกติ ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยในส่วนของ กระทงสำเร็จรูป มีหลากหลายรูปแบบให้ประชาชนเลือกซื้อ ทั้งกระทงใบตอง กระทงขนมปัง กระทงอาหารปลาข้าวโพด และกระทงจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งมีราคาจำหน่ายแตกต่างกันไปตามขนาด รูปแบบ และความประณีตในการประดิษฐ์ เช่น กระทงใบตองสำเร็จรูปขนาด 6-8 นิ้ว มีราคาตั้งแต่ 70-100 บาท กระทงอาหารปลาข้าวโพด ขนาด6-8 นิ้ว มีราคา 25-60 บาท

กรมการค้าภายในขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าช่วงเทศกาลปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถเปรียบเทียบราคาได้ก่อนตัดสินใจซื้อ และเพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค หากพบผู้ประกอบการไม่ปิดป้ายแสดงราคา จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนผู้ที่จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

>> นายกฯ ร่วมลอยกระทง สืบสานประเพณีไทยกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล

17.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ร่วมกิจกรรมลอยกระทงกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ณ ริมคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีไทยอันดีงาม

นายกฯ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมลอยกระทงสามารถทำได้ภายใต้บรรยากาศแห่งความสุข ความเรียบง่าย และความเหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งการแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมรักษาความเป็นระเบียบและสิ่งแวดล้อมในช่วงเทศกาล

กระทงของนายกฯ ทำจากกาบพลับพลึงสีขาว รูปทรงดอกบัวอันเป็นมงคล เพื่อบูชาพระแม่คงคา และน้อมถวายอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

>> รวบคาด่าน หนุ่มรับจ้างลักลอบขนสินค้าไม่ชำระภาษี ส่งสรรพสามิต มูลค่ากว่า 100,000 บาท

17.04 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุม ชายไทย อายุ 32 ปี โดยจับกุมได้เส้นทาง ถนนเพชรเกษม (ทล.4) กม.1151-1152 อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง พร้อมตรวจยึดเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่ยังมิได้ชำระภาษีสรรพสามิต มูลค่ากว่า 100,000 บาท

สืบเนื่องมาจาก ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตรัง-พัทลุง ร่วมกับเจ้าพนักงานสรรพสามิตพื้นที่พัทลุง ตั้งจุดตรวจบนถนนสายพัทลุง–ตรัง เพื่อปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย โดยได้รับแจ้งว่า จะมีรถบรรทุกตู้ทึบ ที่บรรทุกสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป และมีเครื่องดื่มที่ยังไม่ได้ชำระภาษีสรรพสามิตปะปนมาด้วย เมื่อพบรถตรงตามที่ได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดตรวจสอบ จากการตรวจค้นภายในรถพบเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งยังไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิตจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม ผู้ขับขี่ยอมรับว่าเป็นผู้รับจ้างขนส่งสินค้าดังกล่าวและทราบดีว่าเครื่องดื่ม (น้ำอัดลม) ที่บรรทุกมายังไม่ได้ชำระภาษี เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่ามีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 203 พร้อมแจ้งสิทธิของผู้ถูกจับให้ทราบ ซึ่งผู้ต้องหายินยอมรับข้อกล่าวหาและขอให้เปรียบเทียบปรับเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการบันทึกการควบคุมตัวตามระบบของกรมการปกครองและสำนักงานอัยการ ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่พัทลุง สาขาเมืองพัทลุง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

23.11 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.4 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 199 กม. ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

>> เพลิงไหม้ในห้องพัก บนคอนโดฯ ย่านซอยทองหล่อ 18

02.55 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยทองหล่อ 18 ถนนทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 8 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 8 ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้ตู้เสื้อผ้า ลุกลามฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 3 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่ภายในอาคารและอาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควัน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย เป็นชาวต่างชาติ เพศหญิง 1 ราย และเพศชาย 2 ราย มีอาการสำลักควันเล็กน้อย ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองเตย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...