โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ประท้วงอิหร่านบานปลายพบผู้เสียชีวิต รัฐรับข้อเรียกร้องขอเจรจาผู้ชุมนุม

Amarin TV

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
การประท้วงต่อต้านค่าครองชีพที่พุ่งขึ้นในอิหร่าน กำลังขยายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 ราย

การประท้วงต่อต้านค่าครองชีพที่พุ่งขึ้นในอิหร่าน กำลังขยายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 ราย

สำนักข่าว Fars ของอิหร่านรายงานวานนี้ (1 มกราคม 69) ว่า มีผู้ประท้วงอย่างน้อย 3 รายเสียชีวิต และอีก 17 คนได้รับบาดเจ็บ จากการประท้วงในเมืองอัซนา ห่างจากกรุงเตหะรานไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 300 กิโลเมตร

วิดีโอที่ได้รับการเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นวัตถุที่อยู่บนถนนมีไฟลุกไหม้ และเสียงปืนดังขึ้น ขณะที่ประชาชนตะโกนคำว่า “หน้าไม่อาย”

สำนักข่าวดังกล่าวรายงานว่า ประชาชนบางส่วนเริ่มขว้างปาก้อนหินเข้าใส่อาคารที่ทำการของรัฐ ศาลากลางจังหวัด โบสถ์ และธนาคาร รวมถึงที่อื่น ๆ ทำให้ตำรวจต้องตอบโต้ด้วยการยิงแก๊สน้ำตาหวังสลายการชุมนุม

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ช่องโทรทัศน์ของทางการอิหร่านได้รายงานว่า มีเจ้าหน้าที่กองกำลังความมั่นคงจำนวนหนึ่งเสียชีวิต ในช่วงค่ำคืนที่เกิดการประท้วงในเมือง Kouhdasht

รัฐบาลเตรียมหารือกับผู้แทนสหภาพแรงงาน

รายงานข่าวดังกล่าวมีขึ้นไม่กี่วัน หลังจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเริ่มออกมาชุมนุมประท้วงตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการรับมือของรัฐบาล หลังเงินอ่อนค่าอย่างหนัก และภาวะราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ความไม่สงบครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อิหร่านเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก เมื่อมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญเงินเฟ้อสูงถึงร้อยละ 40 อีกทั้งยังเกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีทางอากาศเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2568 โดยมีเป้าหมายที่โครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์และผู้นำทางทหารของประเทศ

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซซเคียน พยายามบรรเทาความตึงเครียด ด้วยการยอมรับข้อเรียกร้องของผู้ประท้วง และขอให้รัฐบาลลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

ด้านโฆษกรัฐบาลเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า เจ้าหน้าที่จะจัดการเจรจาโดยตรงกับตัวแทนจากสหภาพแรงงานและร้านค้าต่าง ๆ แต่ยังไม่ได้มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ค่าเงินเรียลดิ่งเหว

ค่าเงินเรียลร่วงลงอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกเพิ่มการคว่ำบาตรและความกดดันทางการทูต โดยมีการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 1.42 ล้านเรียลต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงที่การประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ เทียบกับ 820,000 เรียลเมื่อปีที่แล้ว

เศรษฐกิจของประเทศซึ่งบอบช้ำจากการคว่ำบาตรของตะวันตกมานานหลายทศวรรษ ต้องเผชิญกับความตึงเครียดมากขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน เมื่อองค์การสหประชาชาติประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่เคยถูกยกเลิกไปเมื่อ 10 ปีก่อนอีกครั้ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของประเทศ

อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ประมาณ 50% ขณะที่ค่าเงินที่เสื่อมค่าลงส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าพุ่งสูงขึ้น เพิ่มแรงกดดันต่อค่าครองชีพมากขึ้นไปอีก

ปัญหาเศรษฐกิจของอิหร่านนั้นรุนแรงมาก แต่นั่นยังห่างไกลจากความท้าทายเพียงอย่างเดียว ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงาน ขณะที่เขื่อนส่วนใหญ่ที่ส่งน้ำให้กรุงเตหะรานและเมืองใหญ่อื่นๆ อีกหลายแห่งยังคงอยู่ในระดับใกล้แห้งขอดท่ามกลางวิกฤตการณ์น้ำที่รุนแรง

สื่อของรัฐอิหร่านที่รายงานเรื่องการประท้วงได้เน้นย้ำว่า การชุมนุมเหล่านี้มีแรงจูงใจมาจากการเสื่อมค่าของเงินเรียลที่ไม่สามารถควบคุมได้ มากกว่าที่จะเป็นความไม่พอใจในวงกว้างต่อระบบการปกครองโดยนักบวชที่ปกครองประเทศมาตั้งแต่การปฏิวัติปี 1979

อิหร่านเคยเผชิญกับการประท้วงทั่วประเทศครั้งล่าสุดในปี 2022 และ 2023 โดยมีผู้คนหลายพันคนหลั่งไหลออกมาตามท้องถนนทั่วประเทศหลังจากการเสียชีวิตของ มาห์ซา อามินีวัย 22 ปี ขณะถูกตำรวจควบคุมตัวฐานถูกกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอิสลามที่เข้มงวดเรื่องการสวมผ้าคลุมศีรษะ เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ถูกจับกุมมากกว่า 20,000 คน และมีหลายคนถูกประหารชีวิตจากความเกี่ยวข้องกับเหตุประท้วงดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...