โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

PTTเดินหน้าใช้AIอัพแวลู ดันอิบิทดา1.2หมื่นล.

ทันหุ้น

อัพเดต 12 ม.ค. เวลา 18.11 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 01.30 น.

#PTT #ทันหุ้น – PTT เดินหน้าใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน-สร้างมูลค่าเพิ่ม ครอบคลุมการใช้ Data Platform, Cloud Strategy และ Cyber Security ในทุกหน่วยธุรกิจเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ดัน EBITDA เพิ่มขึ้น 12,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2569

นางสาวธฤษวรรณ เทียนสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์และบริหารการเงินองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ในปี 2569 มุ่งในการสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจ Hydrocarbon ทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ ผ่านโครงการต่างๆ ส่วนธุรกิจ Non-Hydrocarbon มีการปรับพอร์ตโฟลิโอ ทั้งการถอนตัวจากธุรกิจที่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก และการทบทวนความเหมาะสมของแต่ละธุรกิจ

@PTTEP ลุยขยาย

ทั้งนี้ธุรกิจ Hydrocarbon ในกลุ่มต้นน้ำจะมุ่งเน้นการขยายฐานการผลิตผ่าน PTTEP เพื่อสร้างความมั่นคงและเพิ่มปริมาณการขาย มีการขยายการสำรวจและผลิตในหลายพื้นที่สำคัญ เช่น โครงการสินภูฮ่อม, การเข้าถือหุ้นเพิ่มในแปลง A18 พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) จาก 80% เป็น 90%, และโครงการในประเทศแอลจีเรีย แม้ราคาขายเฉลี่ยอาจปรับลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันโลก แต่ PTTEP ยังคงรักษาต้นทุนต่อหน่วยให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ อีกทั้งปตท. ยังมุ่งเน้นการเป็นผู้เล่นระดับโลกในตลาด LNG โดยตั้งเป้าขยายพอร์ต LNG เป็น 10 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573 และเพิ่มเป็น 15 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2578

ขณะที่เรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาก๊าซ ที่เริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยให้โรงแยกก๊าซกลับไปใช้ต้นทุนก๊าซจากอ่าวไทย (Gulf Gas) ซึ่งมีราคาต่ำที่สุด แต่ต้องให้ส่วนลด 10% สำหรับก๊าซที่ส่งเข้าภาคไฟฟ้า เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและลดผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ผลประกอบการดีขึ้น โดยมีการหารือเรื่องสูตรราคากับ PTTGC อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป

@รุกใช้ AI

ในส่วนธุรกิจ Non-Hydrocarbon จะมุ่งเน้นการเพิ่มความคล่องตัวและการพึ่งพางบทางการเงินของบริษัทในกลุ่ม เช่น ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทางปตท. มีแผนที่จะลดสัดส่วนการลงทุนของธุรกิจลง โดยจะไม่เป็นผู้เล่นหลักอีกต่อไป อีกทั้งได้มีการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน Horizon Plus จาก 60% เหลือ 40% และในช่วงที่ผ่านมาได้มีการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท Neomobility Asia ซึ่งแผนการในอนาคต ปตท. มีแผนที่จะลดทุนและขายหุ้นในบริษัทอื่นๆ เช่น SWAP & GO ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปี 2569 ขณะที่ธุรกิจ Life Science เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ ปตท. ยังคงให้ความสำคัญและปรับโครงสร้างเพื่อให้เติบโตได้รวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ยังมีโครงการ AXIS (AI Transformation & Synergy) เพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างมูลค่าเพิ่ม ครอบคลุมการใช้ Data Platform, Cloud Strategy และ Cyber Security ในทุกหน่วยธุรกิจเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ โดยตั้งเป้าสร้าง EBITDA เพิ่มขึ้น 12,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2569

@วางงบลงทุน 2.8 หมื่นล.

อย่างไรก็ดีปตท. วางแผนงบลงทุน 5 ปี ตั้งแต่ปี 2569 – 2574 เฉพาะส่วนที่อนุมัติแล้ว ประมาณ 76,572 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในกลุ่มธุรกิจก๊าซ เช่น โรงแยกก๊าซหน่วยที่ 7, โครงการท่อก๊าซเส้นที่ 5 และโครงการ LNG Terminal มาบตาพุด เฟส 3 โดยงบในปี 2569 คาดว่าจะใช้อยู่ประมาณ 28,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีงบประมาณเตรียมไว้อีก 115,000 ล้านบาท สำหรับโอกาสในธุรกิจ LNG Value Chain หรือธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ท่อส่งก๊าซ และธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลายในอนาคต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...