โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

ลิเวอร์พูล ลุยเลยมั้ย? อดีตเปาแนะฟ้อง มาร์ติเนลลี่ เคส แบรดลีย์ เจ็บหนัก

SIAMSPORT

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อดีตผู้ตัดสินชื่อดังออกโรงแนะ ลิเวอร์พูล สามารถฟ้องร้อง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ปีกทีม อาร์เซน่อล ได้กรณีที่ คอเนอร์ แบรดลีย์ กองหลังเจ็บหนักในเกม พรีเมียร์ลีก แมตช์บุกไปเสมอกับ เดอะ กันเนอร์ส 0-0 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ลิเวอร์พูล ประสบกับปัญหาปราศจาก แบรดลีย์ แบ็คขวาทีมชาติ ไอร์แลนด์เหนือ ตลอดทั้งซีซั่นอย่างแน่นอนแล้วหลังเด็กปั้นของทีมเตะสกัดบอลทิ้งบริเวณริมสนามในช่วงท้ายเกมแล้วล้มเจ็บ

จากจังหวะดังกล่าว มาร์ติเนลลี่ ปีกแซมบ้าของทีมเจ้าบ้านปรี่เข้าไปผลัก แบรดลีย์ ให้ออกไปนอกสนามด้วยเชื่อว่าดาวเตะ เร้ด แมชีน จงใจถ่วงเวลาเพื่อคว้าผลเสมอก่อนได้รับใบเหลืองจากผู้ตัดสิน

จนในที่สุด ลิเวอร์พูล แถลงยืนยันว่าพ่อค้าแข้งวัย 22 ปีเจ็บเข่าอย่างหนัก และต้องเข้ารับการผ่าตัดจนต้องร้างสนามไปตลอดทั้งซีซั่น

ด้วยเหตุนี้ มาร์ติเนลลี่ ซึ่งถูก แกรี่ เนวิลล์ คอมเมนเตเตอร์จวกยับหลังเกมว่าทำเรื่องโง่ๆตัดสินใจโพสต์ลงสื่อโซเชี่ยลกล่าวขอโทษ แบรดลีย์ อย่างสุดซึ้งตามระเบียบ

อย่างไรก็ดี ล่าสุดเมื่อ 12 ม.ค.คีธ แฮ็คเกตต์ อดีตผู้ตัดสิน พรีเมียร์ลีก และอดีตหัวหน้า องค์กรผู้ตัดสินอาชีพ (พีจีเอ็มโอแอล) ได้ออกโรงแนะให้ ลิเวอร์พูล ฟ้องร้อง มาร์ติเนลลี่ เนื่องจากเข้าข่ายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย

"ผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความเมื่อไม่นานมานี้ซึ่งนักเตะคนหนึ่งฟ้องนักเตะอีกคนเกี่ยวเนื่องกับอาการบาดเจ็บที่สร้างความเสียหายในอาชีพ"แฮ็คเกตต์ เอ่ย

"ความเสี่ยงมีอยู่เสมอ และสโมสรพยายามฟ้องร้องนักเตะตลอดเวลาเพราะพวกเขาเสียนักเตะของทีม มันเข้าข่ายนักเตะทำให้คู่แข่งได้รับอันตราย"

"ผู้ตัดสินสมควรเข้าไปควบคุมสถานการณ์ให้เร็วกว่านี้มั้ย? สิ่งที่น่าเซอร์ไพรส์ก็คือบางคนไม่ตระหนักสักนิดเลยว่าอาการบาดเจ็บรุนแรงแค่ไหนเพราะมันไม่ใช่การเล่นละครตบตา"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...