โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กฎหมายอากาศสะอาดจำเป็นต้องมี แนะรัฐช่วยธุรกิจปรับตัว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 พ.ย. 2568 เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2568 เวลา 06.08 น.
ภาพ : Pixabay

นักวิชาการชี้ภาคธุรกิจค้านร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ห่วงกระทบความเชื่อมั่น แนะทางออกรัฐต้องมีมาตรการช่วยส่งเสริม วอนปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว

อาจารย์ ดร.ภาคภูมิ โลหวริตานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยของภาคเอกชนต่อร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด หรือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด อาจมองได้หลายมุม ภาคธุรกิจจำเป็นจะต้องปรับตัวและควรต้องคำนึงถึงต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่อาจละเลยได้

เนื่องจากทิศทางของโลกในปัจจุบันให้ความสำคัญกับเรื่อง Green Economy และสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ร่างฉบับนี้จึงทำหน้าที่เป็น “เครื่องมือกำกับดูแล” ที่เปิดทางให้ภาครัฐมีมาตรการบังคับใช้ในการกำกับดูแลมลพิษทางอากาศให้ชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการนำมาตรการทางเศรษฐศาสตร์มาใช้เพื่อสร้างแรงจูงใจ หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดมลพิษ

ส่วนความกังวลว่ากฎหมายอาจกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนนั้น มองว่าอาจจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นโดยตรง เพราะในการแข่งขันในระดับโลกในขณะนี้ ธุรกิจมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญมากกับการประกอบธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น เรื่อง CBAM ดังนั้นการปรับตัวจากภาคธุรกิจจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่มองว่าที่ภาคเอกชนออกมาแสดงความเห็นนั้น เพราะภาคเอกชนจะต้องเผชิญต้นทุนและภาระที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในเรื่องนี้อาจจะต้องมีความชัดเจนจากภาครัฐด้วยว่า จะมีมาตรการอะไรบ้างที่เข้ามาช่วยส่งเสริมหรือสนับสนุนให้ภาคเอกชนที่จะเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีสะอาดเพื่อลดมลพิษ เช่น มาตรการทางการเงินหรือภาษี ทั้งนี้ ปัจจุบันร่าง พ.ร.บ.อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาในชั้นวุฒิสภา ซึ่งหากมีการยุบสภาก็คาดว่าจะทำให้กระบวนการทั้งหมดล่าช้าออกไปด้วย

“แน่นอนก็มีผลกระทบให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ตามหลักการของกฎหมายสิ่งแวดล้อม คือ เมื่อคุณทำให้เกิดมลพิษ ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย หรือผู้รับผิดชอบต่อสังคม” อาจารย์ ดร.ภาคภูมิกล่าว

ด้าน รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้มีทั้งกลุ่มที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ แต่กลุ่มธุรกิจที่กำลังเรียกร้องอยู่ในตอนนี้เป็นกลุ่มที่ปล่อยมลพิษในระดับสูง แน่นอนว่าหลักการของต่างประเทศคือ ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย ตราบใดที่เราไม่มีกฎหมายควบคุมการปล่อยมลพิษ มลพิษนี้ก็ยังคงอยู่และกระทบต่อสภาพแวดล้อมของประชาชน ซึ่งใน พ.ร.บ.มีบทบัญญัติที่ยกเว้นในช่วงเปลี่ยนผ่านขึ้นอยู่กับระดับการปล่อยและกลุ่มผู้ก่อมลพิษ เช่น เกษตรกร แน่นอนว่าในช่วงแรกไม่มีการปรับอย่างแน่นอน

“ผมไม่ได้ออกมาเพื่อขัดขวางภาคธุรกิจ และอยากให้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งเอกชนก็ต้องปรับตัวไปสู่ Green Economy และแน่นอนว่าต่างประเทศมีความต้องการด้านความยั่งยืนและความกรีนอย่างมาก” รศ.ดร.วิษณุกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กฎหมายอากาศสะอาดจำเป็นต้องมี แนะรัฐช่วยธุรกิจปรับตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...