โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยว” วิสาหกิจฯต้นแบบสัมมาชีพ ชุมชนแกร่ง สร้างมูลค่าเพิ่มจากมะขาม

SMART SME

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 10.36 น.

ความรู้ด้านแปรรูปผลผลิตการเกษตรเป็นศูนย์ ชุมชนจึงแค่ปลูกพืชรอพ่อค้ามาเหมาสวนจ่ายเงิน จบ ! ทว่าเหตุการณ์กลับจบไม่สวย เมื่อพ่อค้าจ่ายเงินมัดจำ เก็บผลผลิตเสร็จแล้วหนี ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมะขามบ้านเสี้ยว อุตรดิตถ์ สูญเงินนับล้าน

เรื่องเลวร้ายในครั้งนั้น กลายเป็นการ “ลุกขึ้นสู้” ของคนในชุมชน จนวันนี้ “วิสาหกิจชุมชนผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยว” เติบโต คว้ารางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ ประจำปี 2568 ได้

จากปัญหาข้างต้น วิสาหกิจชุมชนผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยว ต.บ้านเสี้ยว อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ จึงได้เกิดขึ้นในปี 2555 เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูปมะขาม ทำการตลาดเอง พัฒนาผลิตภัณฑ์ พัฒนาการขาย จนสามารถขายผ่านออนไลน์ถึง 80% รับซื้อมะขามจากเกษตรกรในพื้นที่ในราคาประกันที่สูงกว่าท้องตลาด 5-10 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้คุณภาพชีวิตเกษตรกรผู้ปลูกมะขาม สมาชิกวิสาหกิจชุมชนฯ และคนในชุมชนดีขึ้นเป็นลำดับ

ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ มีสมาชิก 31 คน มีเครือข่ายมะขามแปลงใหญ่ 3 กลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอในอุตรดิตถ์ (น้ำปาด ฟากท่า และบ้านโคก) มีพื้นที่ปลูกมะขามรวมกันกว่า 20,000 ไร่

วิสาหกิจชุมชนผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยวแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขามด้วยใช้มาตรฐานการผลิตนำ โดยผลิตภัณฑ์ของที่นี่ได้มาตรฐานอย. มาตรฐาน GMP (หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต) รวมถึงเป็นสินค้าโอท็อป 5 ดาว ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะขามกว่า 10 ชนิด อาทิ มะขามกวน, พายมะขาม, ท็อฟฟี่มะขาม, มะขามแช่อิ่มอบแห้ง, มะขามแช่อิ่มธรรมดา ภายใต้แบรนด์ “มะขามบ้านเสี้ยว”

สินค้าเหล่านี้สร้างรายได้ให้ชุมชนปีละกว่า 13 ล้านบาท สร้างงาน อาชีพ ให้กับสมาชิกและคนในชุมชนไม่น้อยกว่า 200 คน

จากความสำเร็จดังกล่าวนำมาสู่การได้รับรางวัล “วิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ” ประจำปี 2568 ประเภทแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร จากมูลนิธิสัมมาชีพเพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชน และเป็นต้นแบบในการดำเนินการให้กับกลุ่มหรือวิสาหกิจชุมชนอื่นๆ ต่อไป

“กมลรัตน์ ท้าวน้อย” ประธานวิสาหกิจชุมชนผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยว เล่าว่า เมื่อ 10 กว่าปีก่อน เกษตรกรในพื้นที่ไม่มีความรู้ในการแปรรูปมะขาม ทำให้ขาดอำนาจต่อรองและเกิดความเสี่ยงในการขายผลผลิตให้พ่อค้าที่มาเหมาสวน

เธอเล่าว่า เมื่อเกษตรกรถูกโกงเงินจากการเหมาสวนมะขาม เธอในฐานะผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจึงแก้ไขปัญหาด้วยการจัดตั้งเป็นกลุ่มอาชีพ “แม่บ้านสหกรณ์” ตามคำแนะนำของผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ในขณะนั้น ก่อนจะจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนในภายหลังเพื่อแปรรูปมะขามพร้อมกับหาตลาดจำหน่าย ลดการพึ่งพาพ่อค้า

อีกจุดเปลี่ยนสำคัญ คือ เธอได้เข้าอบรมหลักสูตรผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง (Leadership for Change – LFC) รุ่นที่ 6 จัดโดยมูลนิธิสัมมาชีพ ทำให้ได้รับความรู้และเครือข่าย LFC ในรุ่น มาสนับสนุนการนำผลผลิตมะขามมาแปรรูป สร้างแบรนด์สินค้า ทำการตลาด จนประสบความสำเร็จ

“ตอนนั้นเป็นช่วงที่เข้าไปอบรมหลักสูตร LFC รุ่น 6 พอดี ปัญหาที่เกิดขึ้น เราไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน เราขายไม่เป็น ปีนั้นเกษตรกรโดนโกงไป 10 กว่าราย สูญเงินรวม 2-3 ล้านบาท ก็มีเพื่อนๆ รุ่น 6 มาช่วยวางแผนการตลาด สร้างแบรนด์”

รางวัลที่ได้รับ “กมลรัตน์” กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจ ประทับใจ ที่วิสาหกิจชุมชนฯเดินทางมาไกล จนประสบความสำเร็จในวันนี้ ความสำเร็จส่วนหนึ่งเกิดจากการเข้าอบรมหลักสูตรผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลงของมูลนิธิสัมมาชีพ ทำให้เกิดเครือข่ายสนับสนุน เกิดแรงบันดาลใจว่า “เราต้องเป็นผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลงให้ได้”

กมลรัตน์ยังขยายความถึงการแปรรูปมะขามในพื้นที่ว่า ในส่วนของมะขามเกรดเอและบีจะนำมากรีดเมล็ดออก ทำเป็นมะขามไร้เมล็ดซึ่งมีตลาดรับซื้ออยู่แล้ว ส่วนมะขามเกรดซีจะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ด้านการตลาด สัดส่วนกว่า 80% ของผลิตภัณฑ์แปรรูปจะจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เพจกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมะขามหวานธรรมชาติ อีก 20% จะมีคู่ค้ารับไปจำหน่ายต่อ รวมถึงจำหน่ายให้กับลูกค้ารายย่อยในพื้นที่

ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนฯ มีกำลังการผลิตมะขามแกะเมล็ด วันละ 60-100 กิโลกรัม โดยปีหนึ่งๆ สามารถรวบรวมผลผลิตมะขามจากเกษตรกรได้ราว 400 -500 ตัน รับซื้อทั้งแบบฝักสด และแบบไร้เมล็ด

กมลรัตน์ยังกล่าวถึง ผลลัพธ์ของการนำมะขามมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ว่า ทำให้สมาชิกและคนในชุมชน มีรายได้ มีงานทำทั้งปี เนื่องจากมะขามที่นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ จะถูกเก็บไว้ในห้องเย็นสามารถนำมาแปรรูปได้ทั้งปี

“ผู้สูงอายุ เด็ก คนด้อยโอกาส จะมีรายได้จากการปอกเปลือกมะขาม กิโลกรัมละ 10-15 บาท คิดเป็นรายได้ต่อวันราว 200-300 บาท ว่างตอนไหนก็มาทำ ส่วนสมาชิกที่กรีดมะขามนำเมล็ดออก จะมีรายได้กิโลกรัมละ 40 บาท ถ้าในแต่ละวันทำได้ 10 กิโลกรัมขึ้นไป ก็จะมีรายได้ราว 400 – 800 บาท เป็นรายได้ที่ดี และจ่ายเป็นเงินสดทุกวัน ทำให้ทุกคนแฮปปี้ มีคนรุ่นใหม่คืนถิ่น กลับมาทำงานให้กับกลุ่มกว่า 10 คนแล้วในขณะนี้”

วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ ยัง “รักษ์โลก” โดยนำเศษเหลือจากการแปรรูปมะขาม ได้แก่ เมล็ดมะขามนำไปทำปุ๋ยหมัก ส่วนเปลือกมะขามนำไปจำหน่ายเพื่อนำไปบดเป็นอาหารสัตว์ ทุกส่วนของมะขามสามารถแปรรูปได้หมด ไม่เหลือทิ้ง

ทั้งหมดนี้ คือต้นแบบความสำเร็จในการแปรรูปมะขามของวิสาหกิจชุมชนผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยว ต.บ้านเสี้ยว อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งนอกจากจะทำให้คนในชุมชนมีอาชีพใหม่ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกมะขามให้มีตลาดรองรับที่ชัดเจน ผ่านการประกันราคารับซื้อ ไม่ถูกเอาเปรียบ และไม่เสี่ยงต่อการถูกคดโกงอีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...