โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จีน ตั้งเป้า GDP ต่อหัวแตะ “ประเทศพัฒนาปานกลาง” ภายในปี 2035

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 พ.ย. 2568 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 03.47 น.

ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระยะยาว จีน กำหนดเป้ายกระดับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (Per Capita GDP) ให้ทัดเทียมสถานะของ "ประเทศพัฒนาปานกลาง" ภายในปี 2035 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญสู่ "การบรรลุความทันสมัยทางสังคมนิยมขั้นพื้นฐาน"

8 พฤศจิกายน 2568- Xinhua รายงานว่า การบรรลุเป้าหมายนี้ต้องอาศัยการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละกว่า 4.17% ในช่วงปี 2026-2035 โดยขับเคลื่อนผ่านการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง นวัตกรรม และการพัฒนาคุณภาพสูง เพื่อปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจขนาดยักษ์ให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลก

พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายการยกระดับ GDP ต่อหัวให้เทียบเท่ากับกลุ่ม "ประเทศพัฒนาปานกลาง" (Mid-level Developed Country) ภายในปี 2035 โดยได้บรรจุไว้ในข้อเสนอแนะสำหรับการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (ปี 2026-2030)

แม้จะไม่มีคำจำกัดความที่เป็นสากลตายตัวสำหรับสถานะ "ประเทศพัฒนาปานกลาง" แต่สถาบันการเงินระหว่างประเทศได้กำหนดเกณฑ์อ้างอิงที่ชัดเจน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ระบุว่าในปี 2020 กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว 39 แห่งส่วนใหญ่มี GDP ต่อหัวสูงกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ นักเศรษฐศาสตร์จึงเห็นพ้องว่า เกณฑ์ GDP ต่อหัวที่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ณ ราคาคงที่ (Constant Prices) ในปี 2020 จะถูกใช้เป็นฐานในการวัดความคืบหน้าของจีน

การบรรลุเป้าหมายนี้จึงหมายความว่า จีนจะต้องทำให้ GDP ต่อหัวในปี 2035 เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากระดับปี 2020 ซึ่งจำเป็นต้องรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยต่อปีที่ประมาณ 4.17% ตลอดช่วงเวลา 10 ปีถัดไป (ครอบคลุมแผนฯ ฉบับที่ 15 และ 16)

นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่าการเติบโตเฉลี่ยที่ 4.17% ต่อปีนั้นเป็นไปได้ เนื่องจากจีนยังคงมีปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วย :

  • ทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ : ความพร้อมของแรงงานและตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่
  • ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี : การลงทุนมหาศาลในการวิจัยและพัฒนา (R&D) และนวัตกรรม ซึ่งเป็นหัวใจหลักของแผนยุทธศาสตร์ชาติ
  • นวัตกรรมทางสถาบัน : ความสามารถในการปรับปรุงและปฏิรูปนโยบายเพื่อตอบสนองต่อพลวัตทางเศรษฐกิจ

ที่ผ่านมา จีนได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตเศรษฐกิจโลก แม้เผชิญอุปสรรคจากโรคระบาด (COVID-19) และแรงกระแทกต่อห่วงโซ่อุปทานโลกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่จีนยังคงรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีไว้ที่ประมาณ 5.5%

ในปี 2025 คาดการณ์ว่าผลผลิตทางเศรษฐกิจรวมของประเทศ (Total Economic Output) จะสูงถึงประมาณ 140 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 19.76 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

อย่างไรก็ดีผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การรักษาอัตราการเติบโตที่สูงกว่า 4.17% ในทศวรรษหน้า จะขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูง (High-Quality Development) โดยเน้นไปที่ :

  • การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง : การขจัดอุปสรรคทางสถาบันและระบบที่จำกัดศักยภาพการเติบโต
  • ารขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม : การเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาการลงทุนและการผลิตจำนวนมาก ไปสู่เศรษฐกิจที่เน้นมูลค่าเพิ่มสูงจากเทคโนโลยีชั้นสูงและบริการ
  • ความเข้มแข็งของเสถียรภาพ : การเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การป้องกันประเทศ และอิทธิพลระดับโลก ควบคู่ไปกับความทันสมัยทางสังคมนิยม

การมุ่งเน้นที่การพัฒนาคุณภาพสูงนี้เป็นกุญแจสำคัญที่คาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจจีนยังคงเติบโตอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพในระยะยาว สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับคู่ค้าทั่วโลกที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของจีน และส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสมดุลอำนาจทางเศรษฐกิจโลก

อ้างอิง : xhnewsapi.xinhuaxmt.com/

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...