โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ตรังวิกฤต น้ำป่าเขาบรรทัดทะลักท่วม 8 อำเภอ กระทบย่านการค้า ฝนยังถล่มหนักต่อเนื่อง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 พ.ย. 2568 เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2568 เวลา 07.25 น.

ตรังวิกฤต ท่วม 8 อำเภอ กระทบ 6พันครัวเรือน น้ำป่าเขาบรรทัดทะลักท่วมทต.ย่านตาขาว เร่งอพยพกว่า 1,000 ครัวเรือน กระทบย่านการค้า เร่งขนของขึ้นที่สูง ฝนยังถล่มหนักต่อเนื่อง ฟาร์มไก่จมน้ำตาย

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดตรังยังคงขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 8 อำเภอ ได้แก่ อ.นาโยง, อ.ย่านตาขาว, อ.ปะเหลียน, อ.รัษฎา, อ.ห้วยยอด, อ.วังวิเศษ, อ.เมืองตรัง และ อ.กันตัง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.นาโยง อ.ย่านตาขาว และ อ.ปะเหลียน ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากเทือกเขาบรรทัด ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ขณะเดียวกัน มวลน้ำจากอำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้ไหลหลากลงสู่พื้นที่รับน้ำตอนล่าง ได้แก่ อ.รัษฎา อ.ห้วยยอด อ.วังวิเศษ อ.เมืองตรัง และ อ.กันตัง ส่งผลให้ประชาชนหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ต้องเร่งขนย้ายข้าวของ เครื่องใช้ และสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย โดยช่วงเช้าวันนี้ ระดับน้ำในคลองหลายสายที่รับน้ำจากเทือกเขาบรรทัดได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ในเขต อ.ย่านตาขาว อ.นาโยง และ อ.เมืองตรัง โดยระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่เร่งประชาสัมพันธ์และช่วยเหลือชาวบ้านให้อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่ปลอดภัย

โดยพื้นที่ ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง ซึ่งมีคลองลำภูราไหลผ่าน และรับน้ำจากเทือกเขาบรรทัดโดยตรง พบว่ามวลน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรจำนวนมาก จุดที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ บ้านเลขที่ 68/5 หมู่ 1 ต.น้ำผุด ซึ่งเป็นบ้านของนายขจรศักดิ์ โยธารักษ์ อายุ 39 ปี เจ้าของฟาร์มไก่ไข่ ต.น้ำผุด อ.เมืองตรังมวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ระดับน้ำสูง 1.20-2 เมตร

นายขจรศักดิ์เปิดเผยว่า ได้เร่งขนย้ายสิ่งของและอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นบนพื้นที่สูงริมถนนสายน้ำผุด-ปากแจ่ม รวมถึงเคลื่อนย้ายไก่ไข่จำนวนกว่า 500 ตัว แต่พบว่าไก่ไข่ตายแล้วกว่า 50 ตัว และยังทยอยตายเพิ่มเติม เนื่องจากอากาศหนาวและฝนที่ยังตกต่อเนื่อง ด้านระดับน้ำที่เคยลดลงในช่วงเช้า ได้เพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 50 เซนติเมตร คาดว่าความเสียหายเฉพาะไก่ไข่ไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทแล้ว น้ำท่วมครั้งนี้มาเร็วและแรงกว่าทุกปี และเป็นน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบกว่า 3-4 ปี

ขณะที่ช่วงเวลาประมาณ เวลา 07.00 น. วันนี้ (22 พฤศจิกายน) น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดได้ไหลหลากลงสู่คลองลำชาน คลองลำพิกุล และคลองย่านตาขาว ก่อนเอ่อล้นเข้าท่วมเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พื้นที่ชุมชนวรคีรี ชุมชนย่านตลาดสด ชุมชนหัวสะพานเก่า และคาดว่าจะไหลเข้าสู่ชุมชนท่าบันได ระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฝนยังตกหนักตลอดทั้งวันทั้งคืน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนกว่า 1,000 ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นย่านการค้าหลักของอำเภอ ต้องเร่งอพยพทรัพย์สินและของมีค่าขึ้นที่สูง ขณะที่แม่ค้าตลาดสดเทศบาลฯ ต้องขนสินค้าออกจากพื้นที่ โดยทางเทศบาลตำบลย่านตาขาวได้แนะนำให้ย้ายแผงค้าชั่วคราวไปตั้งบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาล ริมถนนตรัง-ปะเหลียน ส่วนรถยนต์ของประชาชนสามารถนำไปจอดไว้ที่สนามฟุตบอลของเทศบาลเพื่อความปลอดภัย และได้ห้ามรถทุกชนิดวิ่งเข้าถนนวรคีรี เนื่องจากการสัญจรของรถอาจทำให้เกิดคลื่นน้ำกระแทกเข้าไปในบ้านเรือนและร้านค้าที่บางรายยังไม่ทันขนของขึ้นที่สูง

ขณะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง ได้ส่ง SMS แจ้งเตือนประชาชนทุกคนในพื้นที่ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและเตรียมพร้อมอพยพเพิ่มเติมหากจำเป็น

สำหรับสถานการณ์ภาพรวมตั้งแต่วันที่ 19-22 พฤศจิกายน 2568 จ.ตรังมีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 8 อำเภอ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ 6,000 ครัวเรือน ทางจังหวัดได้ออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน รวมถึงสองฝั่งแม่น้ำตรังซึ่งขณะนี้ระดับน้ำกำลังเอ่อล้นตลิ่ง ให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และเร่งเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง เพื่อรองรับมวลน้ำที่ยังคงไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตรังวิกฤต น้ำป่าเขาบรรทัดทะลักท่วม 8 อำเภอ กระทบย่านการค้า ฝนยังถล่มหนักต่อเนื่อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...