โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ธนกร”กำชับเร่งมาบตาพุด เฟส 3 ช่วง 2 หวังเสร็จตามเป้า

The Better

อัพเดต 30 ธ.ค. 2568 เวลา 02.46 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2568 เวลา 02.50 น. • THE BETTER
“ธนกร” ลงพื้นที่ระยอง ติดตามความก้าวหน้าท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 คาดเปิดใช้ท่าเรือได้ปี'69 พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับชุมชน

นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยหลังร่วมกับคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดว่า กระทรวงมีนโยบายขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ตามแผน “ฝ่า-ฟัน-ดึง-ดัน” ยกระดับอุตสาหกรรมไทย

ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อม ‘ฝ่า’ ทุกวิกฤตเศรษฐกิจด้วยการสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 รวมถึง ‘ฟัน’ โรงงานเถื่อนหรือการทิ้งกากอุตสาหกรรมด้วยระบบตรวจสอบที่ทันสมัย พร้อมทั้ง ‘ดึง’ เม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลกเข้าสู่พื้นที่ EEC และ ‘ดัน’ ผู้ประกอบการไทยและ SMEs ให้เข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียวตามมาตรฐานสากล

สำหรับโมเดล “Smart MTP Port” ที่มีการนำระบบควบคุมการจราจรทางน้ำ (VTMS) และแผนที่ 3 มิติ (Metaverse) มาใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการเดินเรือ เป็น อุตสาหกรรมยุคใหม่ภายใต้การนำของกระทรวงฯ จะดำเนินงานด้วยนโยบาย MIND ใช้หัวและใจปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การที่งานถมทะเลเสร็จสิ้น 100% คือสิ่งยืนยันความสำเร็จของการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่ออนาคตของคนไทยทุกคน

“การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐาน EEC และท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 เสริมความเชื่อมั่นนักลงทุนและความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมชูโมเดล ‘Smart MTP Port’ ที่ใช้เทคโนโลยี VTMS และ Metaverse ยกระดับความปลอดภัยสู่สากล โดยกำชับให้ กนอ. เร่งงานช่วงที่ 2 ให้สำเร็จตามเป้าหมาย พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับชุมชน เพื่อปั้นมาบตาพุดให้เป็นต้นแบบอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ทันสมัยและยั่งยืน”

ด้าน นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ได้สรุปภาพรวมการบริหารจัดการพื้นที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (Maptaphut Complex) ซึ่งปัจจุบันประกอบด้วย6 นิคมอุตสาหกรรม และ 1 ท่าเรืออุตสาหกรรม มีจำนวนโรงงานรวมทั้งสิ้น 192 โรงงาน มียอดมูลค่าการลงทุนรวมสูงถึง 2 ล้านล้านบาท และมีการจ้างแรงงานในพื้นที่กว่า 35,000 คน

ทั้งนี้กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนพื้นที่นี้ ได้แก่ ปิโตรเคมีขั้นปลาย (28%), เคมีภัณฑ์ (17%) และปิโตรเคมีขั้นกลาง (14%) ขณะเดียวกัน กนอ.ยังคงมุ่งมั่นนำนิคมอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานสากลด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

ส่วนความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการสำคัญตามแผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน EEC เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานนั้น งานในช่วงที่ 1 (MTP 3.1) ซึ่งครอบคลุมงานถมทะเลพื้นที่ 1,000 ไร่ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้ดำเนินการ เสร็จสมบูรณ์แล้ว 100% เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568

ขณะที่งานในช่วงที่ 2 (MTP 3.2) ซึ่งเป็นการก่อสร้างท่าเทียบเรือก๊าซ ท่าเทียบเรือสินค้าเหลว และท่าเทียบเรือบริการ เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 โดยมีเป้าหมายเปิดดำเนินการท่าเรือก๊าซและสินค้าเหลวภายในปี 2569

“ในส่วนของการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม ศูนย์ EMCC ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีตรวจวัดคุณภาพอากาศและน้ำแบบ Real-time รวมถึงจัดการกากอุตสาหกรรมผ่านระบบ IEAT WTMS ที่มีผู้ใช้ครบ 100% ส่งผลให้พื้นที่มาบตาพุดสามารถรักษาระดับการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศตามมาตรฐาน SDG I.E. (Sustainable Development Goals Industrial Estate) และได้รับประกาศนียบัตร Carbon Neutral Certificate ซึ่งพิสูจน์ว่าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างเกื้อกูลตามแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคม (ISO 26000)”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...