โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SME D Bank เปิดตัวคู่หูสินเชื่อ ติดปีก SME เข้าถึงแหล่งทุน

NATIONTV

อัพเดต 29 ธ.ค. 2568 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2568 เวลา 16.52 น.

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการ “Quick Big Win เพื่อ SMEs ไทย” เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างทั่วถึง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา SME D Bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ขานรับดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว ด้วยการออก 2 โครงการสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาล วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ได้แก่

“โครงการสินเชื่อ ปลุกพลัง SME” และ “โครงการสินเชื่อ Beyond ติดปีก SME” ตอบโจทย์ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีตั้งแต่รายเล็กถึงรายกลางให้เข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ช่วยเสริมสภาพคล่อง เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับธุรกิจให้สามารถเดินหน้ากิจการได้ต่อเนื่องตลอดปี นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เปิดรับแจ้งความประสงค์ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อจะหมด แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน

สำหรับ โครงการสินเชื่อปลุกพลัง SME วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก ให้เข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้ต่อรายสูงสุดถึง 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันได้เต็มจำนวน นำไปใช้ได้ทั้งลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียน และเสริมสภาพคล่องในธุรกิจ รวมถึง ใช้สำรองเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจได้สูงสุดถึง 12 เดือน เปิดกว้างหลากหลายธุรกิจเช่น ร้านโชห่วย/ขายปลีก ร้านอาหาร ธุรกิจดิจิทัล/อิเล็กทรอนิกส์ ร้านขายยา และแฟรนไชส์รายย่อย เป็นต้น

โครงการสินเชื่อ Beyond ติดปีก SME วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่มธุรกิจ โดยไม่จำกัดรายได้ต่อปี วงเงินกู้ต่อรายสูงสุดถึง 30 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี นำไปใช้ได้ทั้งเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ ปรับเปลี่ยนทรัพย์สินหรือเครื่องจักร เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ เปิดโอกาสให้หลากหลายธุรกิจ เช่น เกษตรแปรรูป อาหารเพื่อสุขภาพ โรงแรมที่พัก/ร้านอาหารขนาดใหญ่ ธุรกิจนำเข้าติดตั้งเครื่องจักร ธุรกิจบริการดิจิทัล/อิเล็กทรอนิกส์ และแฟรนไชส์ เป็นต้น

นายพิชิต กล่าวเสริมว่า 2 สินเชื่อดังกล่าว ธนาคารออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการทุกกลุ่มเอสเอ็มอีครบถ้วน โดยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำพิเศษ จะช่วยธุรกิจเอสเอ็มอี ลดภาระต้นทุนทางการเงิน สามารถฟื้นตัวและดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2569 และนำไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งทุนได้รวมประมาณ 8,700 ราย เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้กว่า 90,000 ล้านบาท ช่วยสนับสนุนให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ มีการลงทุน รวมถึง เชื่อมโยงสร้างเศรษฐกิจที่สมดุล ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจโดยรวมให้เติบโตได้ในระยะยาวตามนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนั้น SME D Bank ยังมอบบริการด้านพัฒนาครบวงจรควบคู่ด้วย ผ่านแพลตฟอร์ม “DX by SME D Bank” (dx.smebank.co.th) ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ใช้บริการได้สะดวกสบาย ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. มีฟีเจอร์สำคัญ ๆ เช่น ระบบ “Business Health Check” ตรวจสุขภาพทางธุรกิจ ระบบ “E-Learning” รวบรวมหลักสูตรความรู้สำคัญ ช่วยเพิ่มศักยภาพการประกอบธุรกิจ เรียนรู้ได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง ระบบ “SME D Activity” สามารถจองเข้าร่วมกิจกรรมเติมความรู้ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ระบบ “SME D Coach” มีโค้ชมืออาชีพคอยเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำธุรกิจ ระบบ “SME D Market” ช่วยขยายตลาดด้วย E-marketplace หนุนจับคู่ธุรกิจ และระบบ “SME D Privilege” มอบสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย เป็นต้น

สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการ ทั้งด้านการเงินและการพัฒนาจาก SME D Bank สามารถแจ้งความประสงค์ได้ผ่านสาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...