เบื้องหลัง ‘ฮั่นฝูฟีเวอร์-แต่งหน้าสไตล์จีน’ ในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป
ปักกิ่ง, 30 พ.ย. (ซินหัว) — เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนจีนเพิ่มมากขึ้น ภาพชาวต่างชาติสวมชุด “ฮั่นฝู” เครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมของจีน ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศ ก็กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่น่าจับตามอง
บริเวณริมคูเมืองของพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี และเคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิจีนในอดีต คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายท่องเที่ยวชาวอเมริกันรายหนึ่ง กำลังสวมมงกุฎเฟิ่งหวงและชุดปักลวดลายวิจิตรบรรจง พร้อมพัดทรงกลมที่ทำจากไหมในมือ และโพสท่าถ่ายรูปโดยมีกำแพงสีแดงและกระเบื้องสีเหลืองเป็นฉากหลัง
ชาวต่างชาติจำนวนมากเริ่มเปิดรับวิธีการดื่มด่ำวัฒนธรรมจีนแบบใหม่เช่นนี้ และแบ่งปันภาพถ่ายของตนบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยภายในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แฮชแท็ก #Hanfu บนติ๊กต็อก (TikTok) มียอดคลิปวิดีโอเกือบ 300,000 คลิป ช่วยกระตุ้นความน่าสนใจของแฟชั่นจีนโบราณไปยังชาวเน็ตทั่วโลก
ในคลิปวิดีโอหนึ่ง นักศึกษาจากแอฟริกาใต้ได้แชร์ภาพถ่ายสไตล์ย้อนยุคของตัวเองที่ถ่ายในนครเฉิงตู มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน พร้อมกล่าวว่า “ฉันรู้สึกเหมือนเป็นนางเอกในละครจีนเลย” วิดีโอของเธอโดนใจผู้คนนับพันจนมียอดกดไลก์เกือบ 40,000 ครั้ง
ขณะที่กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ในติ๊กต็อกต่างพากันพูดติดตลกในวิดีโอว่า “แย่จัง ต่อไปฉันคงจะไม่รู้สึกว่าตัวเองสวยได้ขนาดนี้อีกแล้ว เพราะนี่คือการถ่ายรูปในเมืองจีน” การพูดเกินจริงอย่างมีอารมณ์ขันแบบนี้ ย้ำให้เห็นว่าการแต่งหน้าสไตล์จีนมีความพิเศษที่สามารถทำให้ผู้ถูกถ่ายรูปมีโมเมนต์ที่สวยที่สุดได้ จนชาวเน็ตแห่แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์กันล้นหลามว่าอยากลองไปถ่ายรูปที่จีนดูบ้าง
อาคารหวังฝู่ เซ็นจูรี พลาซ่า (Wangfu Century Plaza) ซึ่งตั้งอยู่ติดกับพระราชวังต้องห้าม กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสวมชุดจีนโบราณ รวมถึงแต่งหน้าและทำผมสไตล์จีน ปัจจุบันอาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสตูดิโอหลายร้อยแห่งที่ให้บริการดังกล่าว
ไคเหวิน (นามสมมติ) เป็นผู้ประกอบการที่มาตั้งสตูดิโออยู่ที่นี่ ราวแขวนเสื้อผ้าถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบในสตูดิโอของเขา โดยมีชุดจีนโบราณหลากหลายรูปให้เลือกสรร แบ่งเป็นสไตล์การแต่งกายของราชวงศ์จีนโบราณยุคต่างๆ รวมประมาณ 400 ชุด
ไคเหวินให้ข้อมูลว่าตั้งแต่ต้นปี 2025 ร้านของเขาให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วเกือบ 70 กลุ่ม เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว พร้อมเสริมว่าร้านของเขาเคยรับลูกค้าชาวต่างชาติที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 2 ขวบ และอายุมากที่สุดถึงเกือบ 70 ปี “คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และสนุกเมื่อได้ลองสวมใส่ชุดเหล่านี้” ไคเหวินกล่าว
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมจีน มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดกระแสความนิยมชุดจีนโบราณของเหล่านักท่องเที่ยวต่างชาติ
จางจินซาน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ยูเนียน (Beijing Union University) กล่าวว่าการท่องเที่ยวในต่างประเทศคือการสัมผัสวัฒนธรรมต่างถิ่น ซึ่งจัดเป็นการบริโภคทางวัฒนธรรมรูปแบบหนึ่ง โดยเครื่องแต่งกายถือเป็นเครื่องแสดงออกที่สำคัญของวัฒนธรรมประจำชาติหรือภูมิภาคนั้นๆ
บทความพิเศษในหนังสือพิมพ์ยูธ เดลี ของเซี่ยงไฮ้ระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติในปัจจุบันชอบสวมชุดจีนโบราณไม่ใช่เพราะความอยากรู้อยากเห็นเหมือนในอดีต แต่เป็นเพราะความรู้สึกเชื่อมโยงและความชื่นชมในวัฒนธรรมอย่างแท้จริง
บทความระบุว่า “ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา เครื่องแต่งกายจีนได้พัฒนาสู่ระบบสุนทรียศาสตร์ที่มีทั้งความหลากหลายและความกลมกลืน มีตัวเลือกมากมายสำหรับผู้คนที่มีภูมิหลังทางวัฒนธรรมและชนชั้นทางสังคมที่แตกต่างกัน ทำให้ทุกคนสามารถค้นหาสไตล์จีนที่ตรงกับรสนิยมส่วนตัวของตนได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มกลุ่มผู้ชื่นชอบให้กว้างขวางยิ่งขึ้น”
เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้ ยังมาจากกระแสความตื่นตัวในการท่องเที่ยวจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากนโยบายขยายการยกเว้นวีซ่าของจีน ปัจจุบันจีนมีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าร่วมกับ 29 ประเทศ และจีนให้สิทธิ์เข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่าแบบฝ่ายเดียว แก่พลเมืองของ 48 ประเทศ ครอบคลุมทั้งยุโรป ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง
จวบจนถึงวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ด่านตรวจคนเข้าเมืองในกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ได้บันทึกการเดินทางเข้า-ออกของชาวต่างชาติจำนวน 5.78 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยประมาณร้อยละ 60 ของผู้เดินทางขาเข้าเหล่านี้ได้รับประโยชน์จากนโยบายยกเว้นวีซ่าหรือใบอนุญาตเข้าเมืองชั่วคราวของจีน
ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติของจีนระบุว่า ในไตรมาสที่สามของปีนี้ มีชาวต่างชาติที่เดินทางเยือนจีนภายใต้นโยบายการเดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าจำนวน 7.25 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.3 เมื่อเทียบปีต่อปี และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 72.2 ของจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าจีนทั้งหมด
จางจินซานกล่าวว่า เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มสูงขึ้น จำนวนผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสวมชุดจีนโบราณและร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวในจีนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มฉากทัศน์การบริโภค และยกระดับการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน