ทำไมจึงขยายเวลาไม่ได้? กกต. แจงขั้นตอนออกเสียงประชามติ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีการจัดการออกเสียงประชามติ ซึ่งไม่สามารถขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต และไม่จัดให้มีการออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์ภายในประเทศ โดยยืนยันเป็นไปตามกรอบกฎหมายและขั้นตอนทางปกครองที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศกำหนดให้ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ซึ่งตรงกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 นั้น กกต. จึงได้ออกประกาศกำหนดวันและเวลาการยื่นคำร้องขอลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต รวมถึงการลงทะเบียนสำหรับผู้มีสิทธิออกเสียงนอกราชอาณาจักร ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ และผู้สูงอายุ ระหว่างวันที่ 3–5 มกราคม 2569 รวมระยะเวลา 3 วัน
กกต. ระบุว่า การกำหนดกรอบเวลาดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดให้การลงทะเบียนออกเสียงประชามติต้องอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า (นอกเขต) ของการเลือกตั้ง ส.ส. หากมีการขยายระยะเวลาลงทะเบียน จะส่งผลกระทบต่อกระบวนการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติของหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศกว่า ประมาณ 101,000 หน่วย รวมถึงกระทบต่อการดำเนินงานของสำนักงานทะเบียนอำเภอและสำนักงานทะเบียนท้องถิ่นที่ต้องดำเนินการตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
ภายหลังสิ้นสุดการลงทะเบียน กกต. ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิ การจัดทำและประมวลผลบัญชีรายชื่อ การพิมพ์บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง ไปจนถึงการประกาศบัญชีรายชื่อก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน ซึ่งทุกขั้นตอนต้องดำเนินการตามกำหนดเวลาที่แน่นอน ไม่สามารถเลื่อนหรือขยายได้
ขณะเดียวกัน กกต. ชี้แจงกรณีการไม่จัดให้มีการออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์ภายในประเทศว่า ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้การออกเสียงต้องเป็นการลงคะแนน โดยตรงและลับ เพื่อป้องกันการทุจริตและคุ้มครองสิทธิของผู้มีสิทธิออกเสียง
การออกเสียงทางไปรษณีย์ยังมีข้อจำกัดสำคัญ ทั้งในประเด็นความเสี่ยงต่อการไม่เป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ ความยากในการควบคุมกระบวนการส่งและรับบัตรออกเสียง รวมถึงความยุ่งยากในการยืนยันตัวตนของผู้มีสิทธิออกเสียง ซึ่งอาจกระทบต่อความสุจริต เที่ยงธรรม และความชอบด้วยกฎหมายของการออกเสียงประชามติ
กกต. ยืนยันว่า การจัดการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ดำเนินการโดยยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้
พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.ect.go.th
สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1444