‘ดร.สนธิ’ ลั่นจัดการแบบนี้ น้ำก็ยังท่วมภาคกลางทุกปี อยุธยารับน้ำต่อไป
The Bangkok Insight
อัพเดต 15 พ.ย. 2568 เวลา 04.56 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2568 เวลา 04.56 น. • The Bangkok Insight"ดร.สนธิ" ชำแหละสาเหตุน้ำท่วมขังพื้นที่ภาคกลางซ้ำซาก คาดการณ์ปริมาณน้ำฝนผิดพลาด บริหารจัดการซ้ำซ้อน น้ำก็ยังคงท่วมภาคกลางทุกปี อยุธยายังเป็นที่รองรับมวลน้ำต่อไป
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า
การบริหารจัดการน้ำผิดพลาดจนทำให้เกิดน้ำท่วมขัง ในพื้นที่ลุ่มภาคกลางมากกว่า 4 เดือน เพราะอะไร?
1. วันที่ 12 พ.ย. 2568 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่น้ำท่วม บริเวณวัดบันไดช้าง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้กล่าวขออภัยและยอมรับเรื่องการตัดสินใจระบายน้ำผิดพลาด ซึ่งเป็นเหตุให้ชาวอยุธยาได้รับผลกระทบหนัก
2. มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำล่าสุดในอัตรา 2,900 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองสาขาต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากปภ.พบว่า พื้นที่ 13 อำเภอ จากทั้งหมด 16 อำเภอของจ.อยุธยา ถูกน้ำท่วมถึง 162 ตำบล, 920 หมู่บ้าน และ 55 ชุมชน และมีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 5.9 หมื่นราย แม้จะไม่หนักหน่วงเทียบเท่ากับปี 2554 ที่น้ำท่วมกินพื้นที่กว้างตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคกลาง แต่ในพื้นที่เฉพาะแห่งและพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งเช่น อยุธยา ได้รับผลกระทบหนักกว่า
3. สาเเหตุที่น้ำท่วมขังในพื้นที่ภาคกลาง ตั้งแต่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยาค่อนข้างนานเกิดจากอะไร?
3.1. การคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนผิดพลาด นโยบายของ กนช. และ สนทช. ในปี 2568 คือ ปรับแผนการระบายน้ำให้มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำณวันที่ 1 พ.ย. 2568 ประมาณ 80% ของความจุเก็บกัก แต่ปี 2568 ฝนตกหนักตั้งแต่ต้นฤดูฝนที่ภาคเหนือ จึงทำให้เขื่อนขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก จนถึงปลายฤดูฝนก็ยังไม่ได้มีการระบายน้ำออกจากเขื่อนมากนัก จากความชะล่าใจ เมื่อมีพายุและฝนตกหนักเกิดขึ้นอีก เขื่อนจึงต้องเพิ่มอัตราการระบายน้ำออกมาปริมาณมาก แม้พื้นที่ด้านล่างจะมีน้ำขังอยู่มากอยู่แล้วก็ตาม
3.2. การบริหารจัดการน้ำมุ่งเน้นระบายในแนวดิ่ง แทนที่จะเป็นแบบก้างปลาโดยเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ด้วยการตัดน้ำเข้าทุ่งที่เป็นแก้มลิงระหว่างทาง แต่กลับให้น้ำไหลลงไปกองอยู่ที่จ.อยุธยา ซึ่งถือเป็นพื้นที่รองรับน้ำ โดยจ.อยุธยาถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำเพื่อรองรับน้ำหลากโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ทุ่งบางกุ่ม ทุ่งบางกุ้ง ทุ่งป่าโมก ทุ่งผักไห่ ทุ่งบางบาล -บ้านแพน และทุ่งเจ้าเจ็ด ป้องกันน้ำเข้าสู่เขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ตามแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ตามมติของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ซึ่งได้มอบหมายให้ กรมชลประทาน เป็นผู้ดำเนินการ
3.3. การบริหารจัดการน้ำมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เป็นแบบหน่วยงานเดียวที่ตัดสินใจในการสั่งงานที่เรียกว่า Single Command ทุกวันนี้ประชาชนยังงงอยู่ว่าการที่ระบายน้ำออกมาในปริมาณต่าง ๆ และการเปิดประตูน้ำเพื่อให้น้ำไหลเป็นทิศทางใดเป็นอำนาจของหน่วยงานใด ระหว่าง กรมชลประทาน (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) หรือ สำ นักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ /คณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (สำนักนายกรัฐมนตรี)
3.4. ทุกวันนี้การบริหารจัดการน้ำเป็นเพียงแค่การบรรเทา แต่ไม่ได้เน้นป้องกัน เพียงแต่เน้นให้เกิดน้ำท่วมน้อยที่สุดในพื้นที่ต่าง ๆ และประชาชนรับเงินชดเชยเยียวยา โดยเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในปี 2568 กำหนดให้ครัวเรือนละ 9,000 บาท ใช้งบกลางกรณีฉุกเฉินไม่เกิน 6,169.98 ล้านบาทต่อปี ซึ่งใช้เงินน้อยกว่าการสร้างสิ่งก่อสร้างถาวรระยะยาวที่มีเพียงโครงการขุดคลองระบายน้ำหลากบางบาล–บางไทร ที่เห็นความก้าวหน้า แต่โครงการอื่น ๆ ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม
จัดการแบบนี้.น้ำก็ยังคงท่วมภาคกลางทุกปี อยุธยายังเป็นที่รองรับมวลน้ำจากภาคเหนือและฝนตกหนักต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
ฝนกระหน่ำภาคใต้ 17-22 พ.ย.นี้ เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เช็กเลย!!
‘ภราดร’ เผยปริมาณน้ำ ‘เขื่อนภูมิพล’ แตะ 99% คาดไม่เกิน 3 วันเต็มความจุ
ติดตามเราได้ที่