คิดว่า Spotify Wrapped ประจำปีสะท้อนวัฒนธรรมการฟังเพลงของคนยุคนี้ได้จริงไหม?
LSA Thailand
อัพเดต 05 ธ.ค. 2568 เวลา 18.48 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2568 เวลา 03.58 น. • Lifestyle Asia ThailandLSA Says: เมื่อเดินทางมาถึงทุกสิ้นปี สตรีมมิ่งเพลงออนไลน์สุดฮิตอย่าง Spotify ก็มีให้ Wrapped เกี่ยวกับเพลงที่ขึ้นแท่น “ที่สุด” ตามลำดับของแต่ละคน และก็เอาแรปอัพนั้นแชร์ไปบนโลกโซเชียลกันถ้วนหน้า ซึ่งถ้ามองอีกนัยหนึ่งก็เหมือนเป็นการเปิดประตูเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองรูปแบบใหม่โดยใช้สถิติการฟังเพลงของผู้คนนับล้านเป็นเหมือนบันทึกความทรงจำร่วมกัน ซึ่งการแรปอัพอาจดูเหมือนเพียงกราฟิกสีสันสดใสที่ถูกออกแบบมาให้แชร์ง่าย แต่ความจริงแล้วมันลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น เพราะมันกำลังเปิดเผยวิธีคิด วิธีรู้สึก และวิธีเล่าเรื่องของคนทั้งเจเนอเรชั่นนี้ผ่านเสียงเพลงที่เราเลือกฟังในช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิต
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2025 Spotify ได้เผยเทรนด์การฟังของคนไทยในงาน Spotify Wrapped Live Thailand 2025 ถ่ายทอดสดจาก One Bangkok Forum พร้อมประกาศผล Top List ของประเทศไทยที่หลายคนรอคอย โดยอ้างอิงจากข้อมูลการฟังตลอดทั้งปีที่ผ่านมา Spotify Wrapped Live Thailand 2025 กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่สอง พร้อมโชว์สุดประทับใจจากศิลปินชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น BOWKYLION, BUS (Khunpol & Nex), Daou Pittaya, GELBOYS รวมถึงศิลปิน K-Pop อย่าง BamBam, Mark Tuan และ TEN ผลแรปในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการฟังของผู้ใช้ชาวไทยตลอดปี 2025 โดยศิลปินฮิปฮอปไทย YOUNGOHM ผู้สร้างผลงานที่โดนใจด้วยเนื้อเพลงที่เข้าถึงง่ายและซาวด์อันเป็นเอกลักษณ์ คว้าตำแหน่ง Top Artist, Top Local Artist และ Top Local Song ไปครองจากเพลงฮิต ‘นครดารา’ นอกเหนือจากการเฉลิมฉลองศิลปิน อัลบั้ม เพลง และพอดแคสต์ยอดนิยมที่สะท้อนพฤติกรรมการฟังของผู้ใช้กว่า 700 ล้านคนทั่วโลกในปีนี้ Spotify ยังมอบประสบการณ์แรปแบบเฉพาะตัว พร้อมฟีเจอร์อินเทอร์แอ็กทีฟใหม่ๆ ที่ช่วยถ่ายทอด “ปีแห่งเสียงเพลง” ของแต่ละคนอย่างมีสีสันและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สิ่งที่น่าคิดคือ คนยุคนี้ไม่ได้แชร์แรปอัพเพื่อบอกว่า “ฉันชอบเพลงนี้” แต่บอกว่า “นี่คือตัวตนของฉันปีนี้” ความหมายของการแชร์แทบไม่ใช่แค่การประกาศรสนิยม แต่คือการประกาศตัวตนเพราะเพลงที่ติดอันดับหนึ่งอาจไม่ใช่เพลงโปรดที่สุดเสมอไป แต่มักเป็นเพลงที่อยู่กับเราในวันที่ไม่มีใคร เพลงที่เราเปิดระหว่างรอฟังข่าวดี เพลงที่กลบเสียงความคิดถึง เพลงที่ช่วยประคับประคองใจหลังจากวันที่เหนื่อยล้าแบบที่เราอาจไม่เคยตั้งใจ ระบบเหล่านี้กลับจำไว้ทั้งหมด และปีละครั้งการแรปอัพของสปอติฟายก็นำกลับมาให้เราดูอย่างตรงไปตรงมาเกินกว่าที่เราคิดไว้
นอกจากนี้การแรปอัพเพลงยังสะท้อนนิสัยสำคัญของคนเจเนอเรชั่นยุคนี้ คือเราเป็นคนที่ต้องการรู้จักตัวเองผ่านข้อมูลต่างๆ ซึ่งเพลงก็เป็นตัวบ่งบอกได้ดีจนกลายเป็นความงามทางวัฒนธรรมที่การแรปอัพทำหน้าที่นี้โดยไม่ตั้งใจ มันทำให้ผู้คนเข้าใจกันผ่านเพลงมากกว่าผ่านข้อความด้วยประโยคยาวๆ เมื่อคุณเห็นลิสต์เพลงของใครบางคนก็พอจะรู้ว่าเขาอ่อนล้าหรือกำลังเริ่มต้นใหม่ เขารักอะไร เขากลัวอะไร และเขาอาจกำลังคาดหวังอะไรอยู่ การแรปอัพเพลงจึงทำให้การแบ่งปันเพลงกลายเป็นภาษาสากลและเป็นวัจนภาษารูปแบบหนึ่งที่ส่งต่อความคิดและความรู้สึกให้ผู้อื่นรับรู้ได้
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการที่แรปอัพชี้ให้เห็นว่าคนเจเนอเรชั่นนี้ไม่ได้ผูกพันกับ “แนวเพลง” เท่ากับ “อารมณ์ของเพลง” เพลงอินดี้อาจขึ้นมาเทียบเคียงเพลงเคป๊อป เพลงเศร้าอาจขึ้นชาร์ตคู่กับเพลงสนุกสนาน เพราะสิ่งที่เราตามหาไม่ใช่สไตล์หรือแนวเพลง แต่คือความรู้สึกที่ตอบสนองสภาวะของเราในแต่ละช่วง บทเพลงจึงกลายเป็นเครื่องมือจัดการอารมณ์ที่ทรงพลังจากยุคที่ความกดดันจากชีวิตจริงและโลกออนไลน์ปะทะกันตลอดเวลา
สรุปแล้วการแรปอัพเพลงของสปอติฟายคงสะท้อนวัฒนธรรมการฟังเพลงของคนยุคนี้ได้จริง และมันก็ยังเป็นเครื่องมือสื่อสารและบ่งบอกถึงเทสการฟังเพลงที่เป็นสิ่งที่โกหกกันไม่ได้ และเมื่อถึงปลายปีหน้าการแรปอัพจะยังได้รับความนิยมอยู่หรือไม่ อาจขึ้นอยู่กับว่าเราตั้งใจฟังเพลงเพื่ออะไร และเรากำลังฟังเพื่อหนีบางอย่าง หรือเพื่อค้นพบตัวเองในมิติใหม่อีกครั้งกันแน่…
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.