โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

EU ออกมาตรการเร่งด่วน “ห้ามโอนกลับ” สินทรัพย์ธนาคารกลางรัสเซียที่ถูกอายัด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ธ.ค. 2568 เวลา 12.47 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2568 เวลา 05.47 น.

คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (EU Council) มีมติสั่งห้ามโอนสินทรัพย์ของธนาคารกลางรัสเซียที่ถูกอายัดไว้ในกลุ่มประเทศสมาชิกกลับไปยังรัสเซีย อ้างจำกัดความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อสหภาพยุโรปและประเทศสมาชิก ท่ามกลางความขัดแย้งในยูเครน คาดมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกมาตรการนี้ตรึงไว้รวมประมาณ 2.1 แสนล้านยูโร โดยส่วนใหญ่อยู่ในสถาบันการเงิน Euroclear ของเบลเยียม

13 ธันวาคม 2568 –คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (EU Council) ได้ประกาศมติเมื่อวันศุกร์ (12 ธ.ค.) ให้ใช้มาตรการเร่งด่วนในการห้ามการโอนย้ายสินทรัพย์และเงินสำรองของธนาคารกลางรัสเซียที่ถูกอายัดไว้ภายในกลุ่มประเทศสมาชิก EU กลับไปยังรัสเซีย การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ในยูเครน และถูกออกแบบมาเพื่อจำกัดความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นกับสหภาพยุโรป

แถลงการณ์ของคณะมนตรีระบุว่า การตัดสินใจนี้มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนเพื่อควบคุมความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของกลุ่ม EU หากทรัพยากรทางการเงินเหล่านี้ถูกโอนกลับไปยังรัสเซียเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางทหาร

มาตรการห้ามการโอนย้ายนี้ครอบคลุมสินทรัพย์หรือเงินสำรองของธนาคารกลางรัสเซียทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการทำธุรกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคล นิติบุคคล หรือองค์กรที่กระทำการในนามหรือตามคำสั่งของธนาคารกลางรัสเซีย

นายอันโตนิโอ คอสตา ประธานสภายุโรป ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ยืนยันถึงพันธกรณีร่วมกันของผู้นำ EU ในการคงการอายัดสินทรัพย์ของรัสเซียไว้ตามที่เคยตกลงกันในการประชุมสภายุโรปเมื่อเดือนตุลาคม โดยระบุว่า EU ได้ปฏิบัติตามคำมั่นดังกล่าวแล้วในวันนี้

มาตรการนี้มีผลกระทบต่อสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 2.1 แสนล้านยูโร (เทียบเท่าประมาณ 2.47 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่ถูกอายัดไว้ในยุโรป โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่คิดเป็นมูลค่าราว 1.9 แสนล้านยูโร ถูกเก็บรักษาไว้กับ Euroclear ซึ่งเป็นบริษัทบริการทางการเงินและการชำระบัญชีหลักทรัพย์ข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศเบลเยียม

แถลงการณ์จากคณะมนตรีระบุชัดเจนว่า แม้มาตรการนี้จะเป็นเพียง "มาตรการชั่วคราว" แต่จะมีผลบังคับใช้ต่อไปตราบใดที่การโอนทรัพยากรทางการเงินหรือทรัพยากรอื่น ๆ จำนวนมากให้แก่รัสเซียเพื่อใช้ในการทำสงครามในยูเครน ยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างหรืออาจสร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงต่อทั้งสหภาพยุโรปและประเทศสมาชิก

การตัดสินใจของ EU ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามเชิงโครงสร้างในการใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อตอบโต้ความขัดแย้งในยูเครน โดยมุ่งเน้นที่การจำกัดการเข้าถึงเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางรัสเซีย เพื่อลดศักยภาพทางการเงินของรัฐบาลรัสเซียในการดำเนินกิจกรรมทางทหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางคว่ำบาตรที่ใช้มาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง

มาตรการนี้ยังเป็นการตอกย้ำถึงการรวมศูนย์ความพยายามของกลุ่มประเทศ EU ในการจัดการกับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในยุโรปตะวันออก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจยุโรป ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...