EU ออกมาตรการเร่งด่วน “ห้ามโอนกลับ” สินทรัพย์ธนาคารกลางรัสเซียที่ถูกอายัด
คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (EU Council) มีมติสั่งห้ามโอนสินทรัพย์ของธนาคารกลางรัสเซียที่ถูกอายัดไว้ในกลุ่มประเทศสมาชิกกลับไปยังรัสเซีย อ้างจำกัดความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อสหภาพยุโรปและประเทศสมาชิก ท่ามกลางความขัดแย้งในยูเครน คาดมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกมาตรการนี้ตรึงไว้รวมประมาณ 2.1 แสนล้านยูโร โดยส่วนใหญ่อยู่ในสถาบันการเงิน Euroclear ของเบลเยียม
13 ธันวาคม 2568 –คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (EU Council) ได้ประกาศมติเมื่อวันศุกร์ (12 ธ.ค.) ให้ใช้มาตรการเร่งด่วนในการห้ามการโอนย้ายสินทรัพย์และเงินสำรองของธนาคารกลางรัสเซียที่ถูกอายัดไว้ภายในกลุ่มประเทศสมาชิก EU กลับไปยังรัสเซีย การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ในยูเครน และถูกออกแบบมาเพื่อจำกัดความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นกับสหภาพยุโรป
แถลงการณ์ของคณะมนตรีระบุว่า การตัดสินใจนี้มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนเพื่อควบคุมความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของกลุ่ม EU หากทรัพยากรทางการเงินเหล่านี้ถูกโอนกลับไปยังรัสเซียเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางทหาร
มาตรการห้ามการโอนย้ายนี้ครอบคลุมสินทรัพย์หรือเงินสำรองของธนาคารกลางรัสเซียทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการทำธุรกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคล นิติบุคคล หรือองค์กรที่กระทำการในนามหรือตามคำสั่งของธนาคารกลางรัสเซีย
นายอันโตนิโอ คอสตา ประธานสภายุโรป ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ยืนยันถึงพันธกรณีร่วมกันของผู้นำ EU ในการคงการอายัดสินทรัพย์ของรัสเซียไว้ตามที่เคยตกลงกันในการประชุมสภายุโรปเมื่อเดือนตุลาคม โดยระบุว่า EU ได้ปฏิบัติตามคำมั่นดังกล่าวแล้วในวันนี้
มาตรการนี้มีผลกระทบต่อสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 2.1 แสนล้านยูโร (เทียบเท่าประมาณ 2.47 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่ถูกอายัดไว้ในยุโรป โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่คิดเป็นมูลค่าราว 1.9 แสนล้านยูโร ถูกเก็บรักษาไว้กับ Euroclear ซึ่งเป็นบริษัทบริการทางการเงินและการชำระบัญชีหลักทรัพย์ข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศเบลเยียม
แถลงการณ์จากคณะมนตรีระบุชัดเจนว่า แม้มาตรการนี้จะเป็นเพียง "มาตรการชั่วคราว" แต่จะมีผลบังคับใช้ต่อไปตราบใดที่การโอนทรัพยากรทางการเงินหรือทรัพยากรอื่น ๆ จำนวนมากให้แก่รัสเซียเพื่อใช้ในการทำสงครามในยูเครน ยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างหรืออาจสร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงต่อทั้งสหภาพยุโรปและประเทศสมาชิก
การตัดสินใจของ EU ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามเชิงโครงสร้างในการใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อตอบโต้ความขัดแย้งในยูเครน โดยมุ่งเน้นที่การจำกัดการเข้าถึงเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางรัสเซีย เพื่อลดศักยภาพทางการเงินของรัฐบาลรัสเซียในการดำเนินกิจกรรมทางทหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางคว่ำบาตรที่ใช้มาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง
มาตรการนี้ยังเป็นการตอกย้ำถึงการรวมศูนย์ความพยายามของกลุ่มประเทศ EU ในการจัดการกับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในยุโรปตะวันออก