บาททรงตัว จับตาตัวเลขแรงงานสหรัฐ
ค่าเงินบาททรงตัว จับตาตัวเลขแรงงานสหรัฐ
สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/11) 32.43/44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/11) ที่ระดับ 32.41/42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวในกรอบจำกัด หลัง Dollar Index ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยมาที่ระดับ 99.30 โดยนักลงทุนอยู่ระหว่างการประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มจะปรับลดดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.หรือไม่
โดยข้อมูลล่าสุดจาก FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักไม่ถึง 50% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ธ.ค. จากที่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ให้น้ำหนักอยู่ที่ 66.9% หลังจากที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายส่งสัญญาณแสดงความระมัดระวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม และแสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ท่ามกลางการจับตาการทยอยเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่ล่าช้าไปประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง
ซึ่งถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการสิ้นสุดช่วงขาดข้อมูลเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางหรือชัตดาวน์เป็นเวลา 43 วัน โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานและการว่างงานของเดือน ก.ย. ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันพฤหัสบดีนี้ (20/11)
สำหรับปัจจัยภายในประเทศวันนี้ (17/11) นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงรายงาน ภาวะเศรษฐกิจไทย ไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ขยายตัว 1.2% ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ลดลงจากไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 0.6% รวม 9 เดือนแรกของปี 2568 เศรษฐกิจไทย ขยายตัว 2.4% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32,40 – 32.47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.42/43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/11) ที่ระดับ 1.1606/07 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/11) ที่ระดับ 1.1617/18 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร วันนี้ (17/11) สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี (Istat) ได้เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ต.ค. ลดลง 0.3% ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ลดลง 0.2% และเมื่อเทียบเป็นรายปี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 1.2% ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้น 1.6% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1596-1.1624 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1599/00 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/11) ที่ระดับ 154.60/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/11) ที่ระดับ 154.68/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยในรายงานเบื้องต้นในวันนี้ (17/11) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 ของญี่ปุ่น หดตัวลง 1.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบหกไตรมาส โดยถูกกดดันจากการส่งออกที่อ่อนแอลง อันเนื่องมาจากการที่สหรัฐ ปรับขึ้นภาษีศุลกากร รวมทั้งการชะลอตัวของการลงทุนด้านที่อยู่อาศัย
อย่างไรก็ดี ตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะหดตัว 2.5% โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภาครัฐ ส่วนเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ตัวเลข GDP ไตรมาส 3 หดตัวลง 0.4% ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะหดตัว 0.6%
โดยรายงานของรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า ยอดส่งออกในไตรมาส 3 ลดลง 1.2% จากไตรมาส 2 ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบสองไตรมาส เนื่องจากการส่งออกรถยนต์ซบเซาลง อันเป็นผลกระทบเชิงลบจากมาตรการภาษีศุลกากรที่บังคับใช้โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขณะที่ยอดนำเข้าลดลง 0.1% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบสามไตรมาส ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 154.41-154.82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 154.72/73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือน พ.ย. จากเฟดสาขานิวยอร์ก (17/11), ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน พ.ย. จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) (18/11), ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือน ต.ค. (18/11), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ย.และ ต.ค. (18/11),
สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (19/11), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือน ก.ย. และ ต.ค. (19/11), ดัชนีการผลิตเดือน พ.ย.จากจากเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย (20/11), ยอดขายบ้านมือสองเดือน ต.ค. (20/11), การจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือน ก.ย. (20/11), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (20/11),
ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ก.ย.และ ต.ค.จาก Conference Board (20/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือน พ.ย. (21/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือน พ.ย. (21/11), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (21/11)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -6.8/-6.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.5/-3.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บาททรงตัว จับตาตัวเลขแรงงานสหรัฐ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net