โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บาททรงตัว จับตาตัวเลขแรงงานสหรัฐ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 10.37 น.

ค่าเงินบาททรงตัว จับตาตัวเลขแรงงานสหรัฐ

สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/11) 32.43/44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/11) ที่ระดับ 32.41/42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวในกรอบจำกัด หลัง Dollar Index ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยมาที่ระดับ 99.30 โดยนักลงทุนอยู่ระหว่างการประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มจะปรับลดดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.หรือไม่

โดยข้อมูลล่าสุดจาก FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักไม่ถึง 50% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ธ.ค. จากที่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ให้น้ำหนักอยู่ที่ 66.9% หลังจากที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายส่งสัญญาณแสดงความระมัดระวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม และแสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ท่ามกลางการจับตาการทยอยเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่ล่าช้าไปประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง

ซึ่งถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการสิ้นสุดช่วงขาดข้อมูลเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางหรือชัตดาวน์เป็นเวลา 43 วัน โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานและการว่างงานของเดือน ก.ย. ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันพฤหัสบดีนี้ (20/11)

สำหรับปัจจัยภายในประเทศวันนี้ (17/11) นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงรายงาน ภาวะเศรษฐกิจไทย ไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ขยายตัว 1.2% ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ลดลงจากไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 0.6% รวม 9 เดือนแรกของปี 2568 เศรษฐกิจไทย ขยายตัว 2.4% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32,40 – 32.47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.42/43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/11) ที่ระดับ 1.1606/07 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/11) ที่ระดับ 1.1617/18 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร วันนี้ (17/11) สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี (Istat) ได้เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ต.ค. ลดลง 0.3% ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ลดลง 0.2% และเมื่อเทียบเป็นรายปี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 1.2% ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้น 1.6% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1596-1.1624 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1599/00 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/11) ที่ระดับ 154.60/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/11) ที่ระดับ 154.68/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยในรายงานเบื้องต้นในวันนี้ (17/11) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 ของญี่ปุ่น หดตัวลง 1.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบหกไตรมาส โดยถูกกดดันจากการส่งออกที่อ่อนแอลง อันเนื่องมาจากการที่สหรัฐ ปรับขึ้นภาษีศุลกากร รวมทั้งการชะลอตัวของการลงทุนด้านที่อยู่อาศัย

อย่างไรก็ดี ตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะหดตัว 2.5% โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภาครัฐ ส่วนเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ตัวเลข GDP ไตรมาส 3 หดตัวลง 0.4% ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะหดตัว 0.6%

โดยรายงานของรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า ยอดส่งออกในไตรมาส 3 ลดลง 1.2% จากไตรมาส 2 ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบสองไตรมาส เนื่องจากการส่งออกรถยนต์ซบเซาลง อันเป็นผลกระทบเชิงลบจากมาตรการภาษีศุลกากรที่บังคับใช้โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขณะที่ยอดนำเข้าลดลง 0.1% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบสามไตรมาส ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 154.41-154.82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 154.72/73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือน พ.ย. จากเฟดสาขานิวยอร์ก (17/11), ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน พ.ย. จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) (18/11), ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือน ต.ค. (18/11), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ย.และ ต.ค. (18/11),

สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (19/11), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือน ก.ย. และ ต.ค. (19/11), ดัชนีการผลิตเดือน พ.ย.จากจากเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย (20/11), ยอดขายบ้านมือสองเดือน ต.ค. (20/11), การจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือน ก.ย. (20/11), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (20/11),

ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ก.ย.และ ต.ค.จาก Conference Board (20/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือน พ.ย. (21/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือน พ.ย. (21/11), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (21/11)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -6.8/-6.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.5/-3.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บาททรงตัว จับตาตัวเลขแรงงานสหรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...