โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทย์จีนประสบความสำเร็จ ส่งข้อมูลจากอวกาศ 36,000 กม. เร็วกว่า Starlink ถึง 5 เท่าตัว

SPACEMAN

อัพเดต 16 พ.ย. 2568 เวลา 22.03 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 01.02 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

การแข่งขันด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียมกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนประสบความสำเร็จในการส่งข้อมูลความเร็วสูงจากดาวเทียมที่โคจรอยู่เหนือโลกไกลถึง 36,000 กิโลเมตร โดยใช้เพียงลำแสงเลเซอร์ที่มีกำลังเพียง 2 วัตต์ ซึ่งเท่ากับหลอดไฟ LED ในบ้านเรือนเท่านั้น แต่สามารถทำความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลได้ถึง 1 กิกะบิตต่อวินาที (1 Gbps) ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วกว่าเครือข่ายดาวเทียม #Starlink ของ #SpaceX ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันถึง 5 เท่า ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าของอินเทอร์เน็ตจากอวกาศไปอย่างสิ้นเชิง

ความสำเร็จครั้งนี้ที่นำโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งและสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ได้ทำลายข้อจำกัดที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการส่งสัญญาณความเร็วสูงในระยะทางมหาศาลจากวงโคจรค้างฟ้า (Geostationary Orbit) ซึ่งเป็นวงโคจรที่ดาวเทียมจะอยู่คงที่เมื่อเทียบกับพื้นผิวโลก ต่างจาก Starlink ที่ใช้วงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit หรือ LEO) ที่ระยะห่างประมาณ 550 กิโลเมตร ซึ่งต้องอาศัยดาวเทียมจำนวนมหาศาลในการครอบคลุมพื้นที่

ดาวเทียมจีนใช้พลังงานเลเซอร์เพียง 2 วัตต์ (เทียบกับระบบคลื่นวิทยุเดิมที่อาจต้องใช้พลังงานเป็นร้อยวัตต์ในระยะทางเท่ากัน) ทำให้ระบบมีน้ำหนักเบาและใช้พลังงานน้อยลงอย่างมาก การส่งข้อมูลด้วยแสงเลเซอร์แทนคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) ทำให้ได้แถบความถี่ (Bandwidth) ที่กว้างขึ้น ส่งผลให้ความเร็วสูงถึง 1 Gbps เทียบกับความเร็วเฉลี่ยของ Starlink ที่ประมาณ 100-250 Mbps
และสามารถรักษาคุณภาพของสัญญาณความเร็วสูงไว้ได้แม้จะส่งจากระยะ 36,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับการสื่อสารด้วยแสง

ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของการสื่อสารด้วยแสงเลเซอร์จากอวกาศมายังพื้นโลกคือ ความปั่นป่วนของบรรยากาศ (Atmospheric Turbulence) ซึ่งจะทำให้ลำแสงเกิดการบิดเบือนและกระจัดกระจาย ทำให้สัญญาณอ่อนลงและข้อมูลผิดเพี้ยน

นักวิทยาศาสตร์จีนได้ใช้ระบบเทคโนโลยีคู่ขนานที่เรียกว่า AO-MDR Synergy ในการแก้ไขปัญหานี้ โดยเป็นการรวมสองเทคนิคหลักเข้าด้วยกัน

  • Adaptive Optics (AO) เป็นเทคนิคที่ใช้ในการตรวจจับและแก้ไขการบิดเบือนของลำแสงที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ (Real-Time) คล้ายกับการใช้กระจกรูปทรงที่ปรับเปลี่ยนได้เพื่อชดเชยความพร่ามัวที่เกิดจากอากาศ
  • Mode Diversity Reception (MDR) เป็นเทคนิคที่ช่วยในการกู้คืนสัญญาณเลเซอร์ที่กระจัดกระจาย โดยเฉพาะส่วนที่สูญเสียไปเนื่องจากความปั่นป่วนของบรรยากาศ ทำให้สามารถนำข้อมูลกลับมาใช้ได้มากขึ้น

การรวมกันของเทคนิคนี้ทำให้สามารถเพิ่มอัตราการใช้สัญญาณที่มีประสิทธิภาพจาก 72% เป็น 91.1% ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การส่งข้อมูลความเร็วสูงในระยะทางไกลเช่นนี้มีความเสถียร

ความก้าวหน้าครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการทำลายหรือทำร้ายดาวเทียม Starlink ตามที่มีข่าวลือ แต่เป็นการพิสูจน์ว่า การสื่อสารด้วยแสงเลเซอร์คืออนาคตที่แท้จริงของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตดาวเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับดาวเทียมที่โคจรในวงโคจรสูง

ความสำเร็จนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำถึงการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศของจีน และส่งสัญญาณว่าโลกกำลังจะเข้าสู่ยุคที่การสื่อสารด้วยแสงความเร็วสูงจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของดาวเทียม

ข้อมูลอ้างอิง: Daily Galaxy

  • Chinese Satellite Crushes Starlink With 2-Watt Laser Fired From 36,000 KM in Space
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...