โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต้องระวัง ทรัมป์แฟ็กเตอร์ให้มากๆ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 15.29 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 10.09 น.

โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางไปประชุมสุดยอดอาเซียนทำเอารัฐบาลมาเลเซียยุ่งยาก

ปกติการประชุมสุดยอดอาเซียนมักน่าเบื่อและไม่สม่ำเสมอ แต่การประชุมสุดยอดครั้งนี้อาจแสดงถึงข้อยกเว้น เนื่องจากบทบาทส่วนตัวอันใหญ่โตของทรัมป์

เขาสร้างคลื่นการเมืองแม้แต่ก่อนที่เขาเดินทางถึงมาเลเซียอย่างน้อยก็ 2 ประเด็น

ประการแรก การเชิญทรัมป์มาประชุมสุดยอดก่อให้เกิดข้อถกเถียงในภาคส่วนต่างๆ ต่อความนิยมมาเลเซีย อดีตนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัด เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อับราฮิม ยกเลิกการเชิญทรัมป์ ให้เหตุผลว่า

“…เราไม่ต้องการทรัมป์มาประชุมสุดยอด ปฏิเสธทรัมป์ มุมมองเชิงลบนี้มาจากทรัมป์สนับสนุนอิสราเอลและไม่เอาใจใส่ชาวปาเลสไตน์…”

ตรงกันข้าม นายกรัฐมนตรีอันวาร์เชิญประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย แล้วไม่ถูกต่อต้าน แม้ปูตินมีบทบาทต่อเนื่องการรุกรานยูเครนนับจากปี 2022 และมีการตัดสินให้องค์การนานาชาติการบินพลเรือนรัสเซีย รับผิดชอบเรื่องเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ MH 17 ตกปี 2014

อย่างไรก็ตาม มีฝ่ายสนับสนุนการเชิญทรัมป์มาประชุมสุดยอดอาเซียนไม่มาก ได้แก่มาจากกลุ่มนักธุรกิจมาเลเซียและสมาคมอุตสาหกรรม industrialists Association of Malaysia ที่เห็นความจำเป็นของสมาคมฯ ในการผลักดันความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียการเข้าถึงแร่หายาก (rare earth) ในตลาดสหรัฐ มูลค่า 53.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024

มุมมองทางร้ายบรรเทาด้วยเศรษฐกิจที่ปฏิบัติได้คือ สหรัฐเป็นนักลงทุนต่างประเทศสูงสุดปี 2024 มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสหรัฐมีการลงทุนเด่นอยู่ในภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ชุมชนธุรกิจมาเลเซียยังต้องการมีบทบาทสวยงามกับสหรัฐ เนื่องจากแรงกดดันจากภาษีต่างตอบแทนล้อมรอบต่อเศรษฐกิจมาเลเซีย

รัฐบาลมาเลเซียพยายามบรรเทาความเจ็บปวดความตึงเครียดในการเมืองภายใน ด้วยการอธิบายเหตุผลการเชิญทรัมป์ไม่ใช่เพียงแค่ทรัมป์เป็นแค่หัวหน้ารัฐบาลของพันธมิตรคู่เจรจาอาเซียน ซึ่งรวมปูตินด้วย (แต่ไม่ได้มา)

นี่ทำในมุมจากความสามารถของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน

อย่างไรก็ตาม มีข้อสงสัยก่อนเชิญทรัมป์ มาเลเซียมีข้อผูกพันความเท่าเทียมกันทุกคู่เจรจาหรือเปล่า

ประการที่สอง มาเลเซียปลุกปล้ำต่อความพยายามของทรัมป์ที่ดันตัวเขาเองเป็นศูนย์กลางของประเด็นความขัดแย้งกัมพูชา-ไทย ในขณะที่เหมาะสมที่เชิญทรัมป์มาประชุมสุดยอดอาเซียน และการประชุมสุดยอด East Asia Summit 28 ตุลาคม มันเป็นข้อเสนอที่แตกต่างกันแต่อนุญาตสหรัฐทำอะไรตามใจในการยืนวางก้ามใหญ่โตคู่ขนานในวาระสำคัญ

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย โมฮาเหม็ด ฮาซัน (Mohamad Hasan) ชี้ว่าทรัมป์กำลังรอคอยเป็นพยานการลงนามกัมพูชา-ไทย เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวสหรัฐแสดงการอ้างอิงของเจ้าหน้าที่จีนถูกกันให้ออกจากเหตุการณ์ประชุมสุดยอด

เหตุการณ์นี้เป็นมากกว่าแค่สงสัยเพียงเล็กน้อย

เริ่มด้วยการโจมตีของนายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ปฏิเสธความต้องการของทรัมป์เป็นผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพไทยกับกัมพูชา และนำตัวออกห่างจากความพยายามให้ทรัมป์ชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

เช่นเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศไทย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เตือนด้วยว่า ปฏิญญากัวลาลัมเปอร์จะไม่ให้เครดิตอะไร ถ้าไม่มีความถูกต้อง ต้องปฏิบัติได้และมีเรื่องต่างตอบแทน

เขากล่าวเพิ่มว่า ทุกๆ ก้าวของการดำเนินการสันติภาพควรนิยามชัดเจนและให้ความสำคัญต่อการติดตามความคืบหน้าที่พิสูจน์ความจริงต่อความน่าสงสัยเหล่านี้

มาเลเซียต้องทำอย่างระมัดระวังไม่ให้ทรัมป์โฆษณาตัวเขาเด่นในพิธีลงนาม เพราะจะลดทอนบทบาทของจีนในการตกลงหยุดยิง ซึ่งมีอยู่ในระดับต่างๆ

นอกจากนี้การอนุญาตทรัมป์เป็นประธานพิธีลงนามสันติภาพจะลบบทบาทของอาเซียนผู้ช่วยบรรเทาความขัดแย้งกัมพูชา-ไทย บทบาทสหรัฐในการนำคู่ขัดแย้งมาสู่โต๊ะเจรจาโดยใช้เรื่อง ภาษีการค้า เป็นการคัดง้างทางการเมือง อนุญาตให้ทรัมป์อ้างได้เครดิตเพียงฝ่ายเดียว

อย่างไรก็ตาม มันบั่นเซาะ ความเป็นศูนย์กลาง (Centrality) ของอาเซียนที่ให้ความจริงว่า มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนมีความกระปรี้กระเปร่าที่สุดในกระบวนการไกล่เกลี่ย

มาเลเซียต้องก้าวย่างอย่างระมัดระวังการให้ทรัมป์ได้รับยกย่องในพิธีลงนาม จะละเลยผลงานของจีนในการหยุดยิงทั้งกัมพูชา-ไทยเมื่อกรกฎาคม 2025 ทรัมป์ไม่ควรได้รับเกียรติรับผิดชอบสันติภาพ มาเลเซียควรเชิญจีนเข้าร่วมพิธีการ อันยอมรับบทบาทจีน

ความขัดแย้งสองฝ่ายกัมพูชา-ไทย จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ในภูมิภาคของชาติมหาอำนาจ โดยเฉพาะสหรัฐและจีน ไทยต่อต้านการแทรกแซงจากภายนอกและชื่นชอบการจัดการความขัดแย้งของไทยและกัมพูชาแบบสองฝ่าย กัมพูชาชอบการเป็นตัวกลางของนานาชาติ จึงเสนอเอากรณีขัดแย้งสู่ศาลโลก

ความขัดแย้งไทยกับกัมพูชากลายเป็นเวทีการแข่งขันทางการทูตระหว่างสหรัฐและจีน สหรัฐเรียกร้องเอาจีนออกจากพิธีลงนาม

เหนือการแสดงบทบาทผู้สร้างสันติภาพ ในฐานะการอำนวยการปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ มาเลเซียวางการเยือนของทรัมป์จบงานด้วยการค้ากับสหรัฐ นายกรัฐมนตรีอันวาร์มองแง่บวกว่า การลงนามข้อตกลงจะเรียบร้อย พร้อมการรับติมอร์-เลสเตเป็นสมาชิกอาเซียนอันดับที่ 11

ทรัมป์แฟ็กเตอร์

ไม่ใช่แค่ขอร่วมถ่ายภาพการลงนามปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ที่ทรัมป์พยายามสร้างภาพบุคคลสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการยุติความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

ยังมีประเด็น ถั่วเหลือง โดยระหว่างนั้น สหรัฐลงนามให้จีนซื้อถั่วเหลืองจากเกษตรกรอเมริกัน ทรัมป์ช่วยเกษตรกรอเมริกันหลังจากมกราคม-31 พฤษภาคม 2025 ยอดซื้อถั่วเหลืองสหรัฐจากจีนเท่ากับ 0 ทั้งๆ ที่จีนคือ ผู้ซื้อถั่วเหลืองรายใหญ่ของสหรัฐ มูลค่าถั่วเหลืองปีละ 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จีนหันไปซื้อถั่วเหลืองจากอาร์เจนตินาในราคาถูกกว่าของสหรัฐ เพราะอาร์เจนตินาไม่มีภาษีส่งออก เพราะสหรัฐขึ้นภาษีการค้าต่อจีน จีนจึงเลือกซื้อถั่วเหลืองจากตลาดอื่น แล้วจีนยังต้องการลดการพึ่งพาถั่วเหลืองจากสหรัฐ

แล้วทรัมป์ยังได้อะไรจากถั่วเหลืองอีกเด้งเพราะ พื้นที่สำคัญปลูกถั่วเหลืองของสหรัฐอยู่บริเวณตะวันตกตอนกลาง (Midwest) ในมลรัฐไอโอวา เนบราสกาและอินเดียนา ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน แล้วใกล้เวลาการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 แล้ว

เฟนทานิล ในการเจรจาการค้าว่าด้วยเรื่อง ภาษีการค้าที่จีนถูกขึ้นภาษีการสหรัฐสูงถึง 100% จีนเสนอลดการส่งออกเฟนทานิลลงจาก 20% เหลือ 10%

แร่หายาก มีข้อมูลว่าจีนควบคุมปริมาณของแร่หายากสูงถึง 70% แร่หายากเป็นสิ่งที่สหรัฐต้องการมาก การเยือนเอเชียของทรัมป์ เขาและทีมงานลงนามซื้อขายแร่หายากกับหลายประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย กัมพูชา และไทย

ดูไปแล้วสหรัฐต้องการเข้ามาอยู่ในระบบนิเวศน์แร่หายาก แม้ในบางพื้นที่มีอยู่น้อย

ส่วนจีนฉลาด จีนไม่ได้ต้องการมีรายได้จากการขายแร่หายาก แต่จีนต้องการควบคุมมากกว่า

พลังงาน ทรัมป์ทำการแบนพลังงานรัสเซีย แบนก๊าซ LNG ทรัมป์กดดันแซงก์ชั่นบริษัทพลังงานรัสเซีย Rodneft และ Lukoil เพื่อบีบรัสเซียยุติการช่วยเหลือยูเครน แต่ญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีหญิง นางซานาเอะ ทาคาอิชิ โต้แย้งว่า ประโยชน์จะตกแก่จีนและรัสเซีย แต่ญี่ปุ่นจะตกที่นั่งลำบากมาก

ข้อมูลจากสื่อ Reuter และ Nikkei ระบุว่า LNG รัสเซียคิดเป็น 9% ของอุปทานทั้งหมดมาจากแหล่ง Sakhalin 2 ซึ่งบริษัท Mitsubishi ของญี่ปุ่นถือหุ้นอยู่ หากมีการถอนตัวจะทำให้ราคาค่าไฟฟ้าแพงและอุตสาหกรรมชะงัก ประโยชน์กลับไปสู่จีนทันที

นางทาคาอิชิชี้แจงว่า ทรัมป์มีความเข้าใจ ญี่ปุ่นใกล้ชิดสหรัฐด้านการป้องกันประเทศ เอไอ แร่หายากซึ่งเพิ่งลงนามกันไปมูลค่า 550 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เรื่องพลังงานเป็นเรื่องของชาติ พลังงานคือเรื่อง อธิปไตย

ญี่ปุ่นเห็นบทเรียนจากยุโรป เยอรมนีปิดโรงไฟฟ้า Nord Stream แล้วเกิดความยุ่งยาก โรงงานปิด เงินเฟ้อสูง ต้องซื้อ LNG สหรัฐแพง

เท่ากับว่าเรื่องนี้ญี่ปุ่นเรียนรู้เร็ว และยืนยันว่า พันธมิตรไม่ใช่ทาส

แต่ด้วยความฉลาด รัฐบาลญี่ปุ่นยกเครื่องด้านการป้องกันประเทศ เพิ่ม GDP 2% แต่เริ่มปี 2027 แต่ไม่ใช่พันธมิตรเซื่องๆ สำหรับญี่ปุ่น ระบบป้องกันประเทศและงบประมาณเพิ่มขึ้นเอาไว้ต่อต้านจีน แน่นอนไม่ใช่เพื่อทรัมป์

ภาษีการค้า พลังงาน เฟนทานิล ซื้อติ๊กต็อก คุมส่งออกแร่หายาก ภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงมาพร้อมทรัมป์แฟ็กเตอร์ที่เราต้องระวังให้มากๆ พันธมิตรไม่ใช่ทาส

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ต้องระวัง ทรัมป์แฟ็กเตอร์ให้มากๆ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...