โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช้างไทยอยู่ไหนบ้าง? ชวนดูชีวิตช้างไทยที่ถูกใช้เป็น ‘ทูตสันถวไมตรี’ ใน 5 ประเทศ

The MATTER

อัพเดต 03 ก.ค. 2566 เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2566 เวลา 09.03 น. • Brief

เชื่อว่าหลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวการกลับมาของ ‘พลายศักดิ์สุรินทร์’ ช้างไทยที่ได้รับการส่งตัวไปเป็นทูตสันถวไมตรีที่ศรีลังกา ซึ่งปัจจุบัน ถูกส่งตัวกลับมาที่ไทยกันมาบ้างแล้ว

ในวันนี้ (3 กรกฎาคม) The MATTER จึงอยากจะชวนทุกคนมาดูว่าชะตากรรมของช้างบางเชือกที่ถูกส่งไปเป็นทูตสันถวไมตรีในช่วงปี 40 ปีที่ผ่านมานั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง แล้วทำไมจึงจำเป็นต้องส่งช้างเพื่อเป็นทูตสันถวไมตรีกันด้วย?

1.ศรีลังกา

การส่งช้างไปนี้ เป็นไปเพื่อให้ศรีลังกานำไปเป็นช้างแห่พระเขี้ยวแก้ว โดยในปี 2522 กรมป่าไม้ส่งออกช้าง 1 เชือก ได้แก่พลายประตูผา

พลายประตูผาปัจจุบันมีอายุ 49 ปี มีสภาพร่างกายที่ค่อนข้างชราและอาศัยอยู่ที่วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี ซึ่งต่อมาก็มีรายงานว่าทางวัดนำพลายประตูผาออกนอกจากพื้นที่ เพราะช้างตกมันทำให้ทางไทยไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมได้

อย่างไรก็ดี กัญจนา ศิลปอาชา ที่ปรึกษาคณะการทำงานยุทธศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว แต่ก็มองว่าวัดกังวลกับการมาของคณะคนไทย จึงประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบและองค์กรพิทักษ์สัตว์ในศรีลังกาให้ช่วยตรวจสอบเพื่อรายงานเรื่องสวัสดิภาพสัตว์แล้ว

ปี 2544 กรมป่าไม้ส่งช้าง 2 เชือก ได้แก่พลายศักดิ์สุรินทร์ และพลายศรีณรงค์ โดยวัตถุประสงค์การขอช้างเชือกนี้ของศรีลังกามีเอกสารระบุว่า ขอนำไปแห่พระบรมสารีริกธาตุ แต่เมื่อไทยมอบให้กลับส่งพลายศักดิ์สุรินทร์ไปอยู่วัดแห่งหนึ่งไม่ไกลจากเมืองหลวง ซึ่งในปัจจุบัน พลายศักดิ์สุรินทร์กลับมาที่ประเทศไทยเพื่อรักษาอาการป่วย ทั้งยังมีสภาพผอมแห้ง กระดูกหลังโก่งนูน ขาหน้าด้านซ้ายผิดปกติ อีกทั้งทางไทยก็ระบุว่าอาจจะต้องหารือกับรัฐบาลศรีลังกาถึงประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง

ส่วนพลายศรีณรงค์ ยังคงอยู่ในวัดที่เมืองรัตนปุระ ซึ่งก็มีรายงานว่ายังมีการใช้งานในขบวนแห่ตามวัดต่างๆ อยู่ ทั้งยังมีรานงานว่ามีสภาพการเลี้ยงดูค่อนข้างดี รูปร่างอ้วนสมบูรณ์ ได้อยู่ในเมืองที่มีน้ำตกและน้ำจากธรรมชาติ

2. เดนมาร์ก

ก่อนหน้าปี 2544 ประเทศไทยก็เคยช้างไปเป็นเป็นทูตสันถวไมตรีมาแล้ว แต่จากเอกสารของกรมอุทยานแห่งชาติฯ มีรายงานว่า กรมป่าไม้ส่งออกช้าง 3 เชือก และต่อมาช้างที่ส่งไปก็ออกลูกมาอีก 1 เชือก ทำให้ปัจจุบัน เดนมาร์กมีช้างไทยรวมทั้งสิ้น 4 เชือก ได้แก่พังกันเกรา พังสุรินทร์ พลายพลายศักดิ์ พลายช้าง

3. ญี่ปุ่น

ปี 2545 ไทยส่งช้าง 2 เชือกได้แก่พลายอาทิตย์ และพังอุทัย โดยทั้งคู่เดินทางจากจังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและของขวัญชิ้นใหญ่ที่ประเทศไทยได้มอบให้แก่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเฉลิมฉลองพระประสูติกาลของเจ้าหญิงไอโกะ พระราชธิดาในมกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ

อีกทั้ง ยังเป็นการแทนคำขอบคุณต่อองค์กร OISCA (Organization for Industrial, Spiritual and Cultural Advancement) ซึ่งเป็น NGO ของญี่ปุ่น ที่ดำเนินโครงการปลูกป่าในจังหวัดสุรินทร์ครบรอบ 20 ปี โดยที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าช้างทั้ง 2 เชือกก็ได้รับความรักและความเอ็นดูจากประชาชนชาวญี่ปุ่นเสมอมา กระทั่ง ในวันที่ 24 สิงหาคม 2563 พลายอาทิตย์ล้ม (เสียชีวิต) จากอาการป่วยด้วยวัณโรค

4. สวีเดน

ปี 2547 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยพระราชทานช้างไทยให้แก่สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟจำนวน 2 เชือก ชื่อบัวและสาวน้อย โดยการพระราชทานช้างไทยไปนี้ เป็นการแสดงออกถึงความสำคัญของมิตรภาพระหว่างไทย-สวีเดน

อีกทั้ง เมื่อพลายต้นสักที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานให้สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก ในโอกาสเมื่อครั้งที่สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 เสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ และต่อมาพลายต้นสักก็ย้ายจากเดนมาร์กและได้ผสมพันธุ์กับพังบัว ก็ได้เกิดเป็นพลายน้ำใสเมื่อปี 2556 และพลายน้ำใสได้ย้ายไปอยู่ที่สวนสัตว์ Heidelberg เยอรมนี ตั้งแต่ปี 2564

5. ออสเตรเลีย

ปี 2549 องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งออกช้าง 8 เชือกไปประเทศออสเตรเลีย ได้แก่พลายกุ้ง, พังทองดี, พังน้ำอ้อย, พังดอกคูณ, พังพรทิพย์, พังผักบุ้ง, พังแตงโม ส่วนอีกเชือก ไม่ระบุชื่อ

โดยช้างไทยที่ถูกส่งไปออสเตรเลียเป็นไปตามข้อตกลงของกระทรวงสิ่งแวดล้อมและมรดกด้านทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมออสเตรเลีย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย ซึ่งก็มีข้อมูลระบุว่าเป็นไปเพื่อแลกกับสัตว์จากออสเตรเลียมาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่

ทำไมต้องต้องส่งช้างไปเป็นทูตสันถวไมตรี?

การส่งสัตว์ไปเป็นทูต เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยอดีตแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา รัฐแต่ละรัฐมักส่งเครื่องบรรณาการ ไม่ว่าเป็นเงิน ทอง เครื่องประดับ หรือแม้กระทั่งสัตว์เองก็ตาม โดยสาเหตุที่ต้องสัตว์ไปนั้น ก็มีความเห็นว่าเป็นเพราะสัตว์น่ารัก ใสซื่อบริสุทธิ์ และยังถือว่าเป็น soft power เช่นเดียวกับที่จีนส่งแพนด้าไปยังประเทศต่างๆ นั่นเอง

รวมไปถึง ในประวัติศาสตร์ของสยาม ก็พบหลักฐานว่าในสมัยรัชกาลที่ 4 ก็มีความพยายามที่จะส่งช้างไปเป็นสิ่งเชื่อมัมพันธไมตรีกับต่างชาติด้วยเช่นกัน

ส่วนสาเหตุที่ใช้ช้างเป็นทูตสันถวไมตรี นั่นก็เป็นเพราะช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยและมีความผูกพันกับชีวิตคนไทยมาช้านาน อีกทั้ง ครั้งหนึ่ง สยามก็เคยใช้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติ

อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพลายศักดิ์สุรินทร์ ก็มีการเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบช้างไทยที่ยังอยู่ในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะกรณีของพลายประตูผา ที่ทางไทยยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ และยังมีคนที่มองว่ารัฐบาลควรพาช้างไทยกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยอีกเช่นกัน

อีกทั้งก็ยังมีคนที่ไม่ต้องการให้ประเทศไทยส่งสัตว์ไปเป็นทูต ซึ่งทางวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ได้ออกมายืนยันว่า ปัจจุบันไม่มีนโยบายการนำช้างส่งไปนอกราชอาณาจักรแบบในอดีตแล้ว แต่หากมีประเทศต้องการแลกเปลี่ยนสัตว์ระหว่างกัน ก็จะต้องพิจารณากันอย่างละเอียดอีกที เพื่อตั้งเงื่อนไขให้แน่ใจว่าสัตว์ที่ถูกส่งออกไปจะต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสมและไม่เข้าข่ายการทรมานสัตว์

อ้างอิงจาก

thaipbs.or.th

copenhagen.thaiembassy.org

thairath.co.th

matichon.co.th

pptvhd36.com

thaiembassy.se

sydney.thaiembassy.org/th/content

komchadluek.net

thestandard.co

youtube.com

twitter.com(2)

silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...