โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประธานวงศ์-ประธานพร ลูกไม้หล่นใต้ต้น “สยามกลการ”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ค. 2566 เวลา 12.26 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2566 เวลา 07.09 น.

คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : อมร พวงงาม

ตระกูล “พรประภา” ผูกพันกับอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนาน

คนไทยน้อยคนนักที่ไม่รู้จักอาณาจักร“สยามกลการ”

ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 2495 โดยมี ดร.ถาวร พรประภา ผู้ก่อตั้ง เริ่มต้นธุรกิจด้วยการนำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ “ดัทสัน” ก่อนที่จะพัฒนามาเป็น “นิสสัน” ในปัจจุบัน

หลังจากนั้นวางรากฐานธุรกิจให้มั่นคง ด้วยการขยายไลน์สู่การผลิตแบบครบวงจร ทำให้อาณาจักร “สยามกลการ” กลายเป็นอุตฯรถยนต์ที่เฟื่องฟูในลำดับต้น ๆ

ยุคนั้นคนที่มีบทบาทสำคัญของอาณาจักร “สยามกลการ” ส่วนใหญ่เป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ไม่ว่าจะเป็น พรพินิจ, พรทิวา, พรทิพย์, พรเทพ, พรเนตร, พรพงษ์ และอีกหลาย ๆ พร ผลักดันจนอาณาจักรสยามกลการ มีรายได้ต่อปีกว่า 2 แสนล้านบาท

แต่ถึงยุคที่บริษัทแม่บุกเข้ามาทำตลาดเอง “สยามกลการ” ที่เคยทำหน้าที่บริหารแบรนด์นิสสัน ถูกลดบทบาทเหลือเพียงแค่ “ดีลเลอร์”

คนในตระกูลได้เวลาแบ่งสมบัติแยกย้ายกันไปทำธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรกลหนัก, ลิฟต์-บันไดเลื่อน, เครื่องปรับอากาศ, เครื่องดนตรีและเครื่องเสียง, แบตเตอรี่, โช้กอัพและอะไหล่ยานยนต์ สนามกอล์ฟ ฯลฯ

อุตสาหกรรมยานยนต์ที่กลุ่มนี้เคยยิ่งใหญ่กลายเป็นภาพในอดีต

แต่ด้วยความหลงใหลและผูกพันกับอุตฯรถยนต์มายาวนาน ฉวยจังหวะช่วงที่โลกยานยนต์กำลัง “เปลี่ยนแปลง” จากรถใช้เครื่องยนต์มาเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า

หรือจาก “รถสันดาป” มาเป็น “รถ EV”

ปี 2565 ประกาศจับมือกับ “บีวายดี” เบอร์หนึ่งรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน บุกทำตลาดรถ EV ในประเทศไทยแบบเต็มตัว โดยทายาทรุ่นที่ 3 ของกลุ่มสยามกลการ ไฮโซเอ็ม ประธานพร และไฮโซพก ประธานวงศ์ ลูกสาวและลูกชายคุณพ่อ “พรพินิจ”

ตั้ง BYD ประเทศไทย ในนาม บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ ทุ่มทุนราว 20,000 ล้าน ทั้งโรงงานผลิตและโรงงานแบตเตอรี่สำหรับรถ EV

จำได้ว่าวันแถลงข่าววันแรก บอสใหญ่ทั้ง 2 คน ยืนยันว่าขอเวลา 5 ปี จะขึ้นมาติดท็อป 5 ของตลาดรถยนต์บ้านเรา และอยากให้ตระกูล “พรประภา” กลับมาโลดแล่นในอุตสาหกรรมนี้อีกครั้ง

ยุทธศาสตร์ของ BYD เริ่มจากเปิดตัว BYD Atto 3 เป็นรถ EV รุ่นแรก ด้วยประสบการณ์และขลุกอยู่กับการทำตลาดรถยนต์มานาน ประกอบกับมีกุนซือระดับมือพระกาฬ

BYD ใช้เวลาปีเดียวโควตา 1 หมื่นคันเกลี้ยง ต่างจากคู่แข่งที่เข้ามาทำตลาดรถ EV ก่อนหน้านี้กว่าจะทำตัวเลขทะลุหมื่นใช้เวลาเกือบ 10 ปี

แม้ช่วงที่จำนวนรถกว่าหมื่นคันลงไปวิ่งโลดแล่นในถนน ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือเซอร์วิสและสแปร์พาร์ต สองผู้บริหารก็สามารถแก้ “วิกฤต” เป็น “โอกาส” มีรถใช้ระหว่างซ่อมให้ลูกค้ามากเกือบ 100 คัน

ยิ่งไปกว่านั้นการลงดาบสอง กับรถEV รุ่นที่2 ขยายเซ็กเมนต์เข้ามาจับลูกค้าซิตี้คาร์ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มาก วอลุ่มต่อปีราว ๆ 1.5 แสนคัน พร้อมส่ง BYD Dolphin กระทุ้งตลาดด้วยราคา 7 แสนบาท

ราคานี้สื่อสายยานยนต์หลายสำนัก ถึงกับออกปากว่า ซิตี้คาร์-อีโคคาร์ หลายยี่ห้อคงต้องปรับตัวกันครั้งใหญ่

ผ่านไปไม่ถึงเดือนกวาดไป 1,200 คัน เล่นเอา“ตลาดแทบแตก” โดยมีเป้าปีนี้เฉพาะ BYD Dolphin 3 หมื่นคัน ขณะที่ยอดขายรวมน่าจะทะลุ 5 หมื่นคัน

นอกจากการนำโปรดักต์ใหม่ตอบสนองความต้องการลูกค้า ความพยายามเร่งสร้าง EV Ecosystem ของ BYD ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา ไม่ยอมเสียเวลากับพัฒนาเองแน่นอนเลือก “เทกโอเวอร์” เจ้าที่มีอยู่ในตลาด ล่าสุดได้พันธมิตร ชาร์จ แมเนจเม้นท์ หรือ SHARGE

ลุยเปลี่ยนสถานีชาร์จ (SHARGE) ทั้งหมด เป็นเรเว่ CHARGER ให้กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ในทุกภาคของประเทศไทย โดยสิ้นปีนี้น่าจะทะลุ 1,100 หัวจ่าย

ขณะที่โรงงานทั้งไลน์ผลิตรถยนต์และโรงงายแบตเตอรี่ที่นิคม WHA ก็เดินได้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ พร้อมผลิตจากโรงงานประเทศไทยในกลางปี 2567 รองรับตลาดทั้งในประเทศและส่งออก

เห็นฟอร์มการรุกตลาดอย่างมีระบบของผู้บริหาร BYD

ต้องยอมรับ “ลูกไม้หล่นใต้ต้น” จริง ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...