ผ้าถุงไทยโคราชรับอานิสงส์ 'ลิซ่า' เจ้าของร้านยิ้ม ขายดีขึ้น แต่สั่งจองผ้านาข่ามาขายไม่ได้ คิวเต็ม
ผ้าถุงไทยโคราชรับอานิสงส์ “ลิซ่า” เจ้าของร้านยิ้ม ขายดีขึ้น แต่สั่งจองผ้านาข่ามาขายไม่ได้ คิวเต็ม
นครราชสีมา – วันนี้ (7 มิ.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นักร้องสาวไทยชื่อดัง “ลลิษา มโนบาล” หรือ “ลิซ่า BLACKPINK” ได้สวมใส่ผ้าไทยไปเที่ยวที่จังหวัดอยุธยา จนเป็นกระแสดังในโลกออนไลน์ทำให้หลายคนต่างพากันตามหาผ้าซิ่นกันเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังร้านอุ้มรักที่เป็นร้านขายผ้าไทย ตั้งอยู่ที่ภายในตลาดแม่กิมเฮง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เป็นร้านที่มีผ้าไทยหลากหลายรูปแบบให้ประชาชนได้เลือกซื้อ ทั้งชุดผ้าไหม ชุดผ้าฝ้าย ที่สำคัญยังมีชุดผ้าฝ้ายที่ซื้อมาจากตลาดผ้านาข่า เทศบาลตำบลนาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นผ้ามัดหมี่ย้อมครามหมักโคลน ก่อนที่จะนำมาทอและตัดเป็นชุดผ้าไทยรวมไปถึงตัดเป็นผ้าซิ่นแบบที่ลิซ่าใส่อีกด้วย
โดยนางพูลสวัสดิ์ ไชยเทศ เจ้าของร้านอุ้มรัก กล่าวว่า ในช่วงนี้ผ้าไทยขายดีขึ้นกว่าเดิมค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ได้คึกคักเหมือนตอนก่อนโควิด-19 ซึ่งผ้าไทยที่ทางร้านขายได้ส่วนใหญ่จะเป็นชุดผ้าไหมและผ้าซิ่นที่ผลิตจากผ้าฝ้าย นอกจากนี้ทางร้านของตนยังได้มีการสั่งชุดที่ผลิตจากผ้ามัดหมี่ย้อมครามหมักโคลนจากตลาดผ้านาข่า ที่จังหวัดอุดรธานีมาขายที่ร้านด้วย ซึ่งหลังจากกระแสที่ลิซ่าใส่ผ้าอาข่าทำให้ตอนนี้ตนไม่สามารถสั่งจองได้เลยเพราะคิวเต็มจนผลิตออกมาขายไม่ทัน
ขณะที่ทางด้านนางอรุณรัตน์ ชิงชนะ พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณน้องลิซ่า ที่ทำให้กระแสผ้าไทย หรือผ้าถุงกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังมีการแชร์ภาพที่น้องลิซ่าไปท่องเที่ยวที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยสวมผ้าไทยไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ทำให้ประชาชนตื่นตัวที่จะสวมผ้าไทยโดยเฉพาะผ้าซิ่นเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะที่บ้านคึมมะอุ อ.บัวลาย มียอดจองเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นซอฟต์เพาเวอร์อีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้จังหวัดนครราชสีมา โดยนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้มีการรณรงค์ให้ส่วนราชการ เอกชน ประชาชน ร่วมกันสวมใส่ผ้าไทยเป็นประจำทุกวันยิ่งมีกระแสของน้องลิซ่า ยิ่งทำให้เป็นการสร้างการรับรู้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหันมาสวมใส่ผ้าไทยกันมากขึ้น และทุกการประชุมสัมมนาที่ทางจังหวัดจัดขึ้น นโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาได้เน้นย้ำให้มีการนำสินค้าของเกษตรกร โดยเฉพาะผ้าไทยมาจัดแสดงโชว์และจำหน่ายในการจัดงานแต่ละครั้งเพื่อสร้างรายได้ให้กับกลุ่มชาวบ้าน
อย่างไรก็ตามในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมามีการผลิตผ้าไหม ผ้าฝ้าย ใน 22 อำเภอ จาก 32 อำเภอ แต่ตลาดใหญ่และมีชื่อเสียงจะอยู่ที่อำเภอปักธงชัย รวมถึงหากมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมาก็อยากให้ทางรัฐบาลส่งเสริมสวมใส่ผ้าไทยในทุกโอกาสเนื่องจากเป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ ถ้าหากรัฐบาลใหม่ส่งเสริมและรณรงค์ในการใส่ผ้าไทยเป็นตัวอย่างก็จะทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่หันมาสวมใส่ให้มากขึ้น