โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดูดวง

ชวนไปไหว้ พระพุทธเมตตา พระพุทธรูปปางชนะมารในสังเวยชนียสถานแห่งที่ 2

Inzpy

อัพเดต 30 มิ.ย. 2566 เวลา 18.08 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2566 เวลา 11.06 น. • inzpy.com

พระพุทธเมตตา พระประธานในพระมหาเจดีย์พุทธคยา เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ศาสนวัตถุสำคัญที่ประดิษฐานอยู่ในสังเวชนียสถานแห่งที่ 2 มีความสำคัญที่สุดของชาวพุทธ และเป็นจุดเริ่มต้นของพระพุทธศาสนา

พุทธคยา,ประเทศอินเดีย (BodhGaya, India) : สังเวชนียสถานแห่งที่ 2

พุทธคยา เป็นชื่อภาษาบาลี ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า วัดมหาโพธิ์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเนรัญชรา 350 เมตร มีชื่ออยู่ในความดูแลของคณะกรรมการร่วม พุทธ-ฮินดู2 และได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม เมื่อปี พ.ศ. 2545

ด้านใน “พุทธคยา” จะมีสัตตมหาสถาน คือ สถานที่สำคัญ 7 แห่งที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุติสุข (คือการพบสุขที่เกิดเพราะความหลุดพ้นจากกิเลส) ดังนี้

พระแท่นวัชรอาสน์ หรือ “โพธิบัลลังก์ (Vajarasana)
ตั้งอยู่ระหว่างองค์พระเจดีย์และต้นพระศรีมหาโพธิ์(Maha Bodhi Tree) โดยต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นต้นไม้ที่ประทับและตรัสรู้สัมโพธิญาณของพระพุทธเจ้า อาสนะนี้จึงได้ชื่อว่า วัชระอาสน์ ซึ่งวัชระ แปลว่า เพชร, อาสนะ แปลว่า ที่นั่ง ดังนั้น วัชระอาสน์ มีความหมายว่า “พระที่นั่งแห่งมหาบุรุษใจเพชร”

อนิมิสสเจดีย์ (Animesa Locana Chaitya)
สถานที่สำคัญที่ประดิษฐานของ “พระพุทธเมตตา” พระพุทธรูปที่รอดจากการถูกทำลายจากพระเจ้าศศางกา พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบศิลปะปาละ เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธทั่วโลก ทรงยืนพิจารณาทอดพระเนตรต้นพระศรีมหาโพธิ์ โดยไม่กระพริบพระเนตรเลยตลอด 7 วัน ระลึกถึงอดีตที่ทรงชำระกิเลสหมดสิ้นผ่องใส

รัตนจงกรมเจดีย์ (Cankamana Chaitya or Cloister Path)
พระพุทธเจ้าทรงนิรมิตที่จงกรม ระหว่างโพธิบัลลังก์กับที่ประทับยืน ที่อนิมิสเจดีย์ ทรงเสด็จจงกรมจากทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตก เรียกว่า รัตนจงกรมเจดีย์

รัตนฆรเจดีย์ (Ratanaghrara Chatiya)
สถานที่ที่เทวดา นิรมิตถวาย พระองค์ทรงประทับภายในเรือนแก้วนั้นตลอด 7 วัน ทรงพิจารณาพระอภิธรรม เมื่อทรงพิจารณาถึงมหาปัฏฐาน ปรากฏมี พระฉัพพรรณ (สีที่แผ่ออกจากพระวรกายขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า)

อชปาลนิโครธ (Ajapala Nigrodha Tree : Banyan Tree)
อชปาลนิโครธ หมายถึง ต้นไทรอันเป็นที่รักษาแพะ หมายถึง ต้นไทรนี้ มักมีเด็กเลี้ยงแพะ พาแพะ มาหากิน เสมอๆ พระพุทธเจ้า ขณะยังเป็นพระโพธิสัตว์ ยังไม่ตรัสรู้ และเป็นสถานที่ที่ ธิดาพญามาร 7 ตน คือ นางราคะ นางอรตี และนางตัณหา ได้อาสาผู้เป็นบิดาเข้าไปประเล้าประโลมด้วยเสน่ห์กามคุณต่าง ๆ นานา แต่พระพุทธองค์ไม่ทรงเอาพระทัยใส่ กลับขับไล่ไปเสีย แสดงถึงบุคลิกลักษณะอันประเสริฐของผู้ชนะตนได้แล้ว จะไม่ยอมกลับเป็นผู้แพ้

สระมุจลินทร์ (Mucalinda Lake)
พระองค์ทรงประทับที่แห่งนี้ตลอด 7 วัน 7 คืน ขณะนั้นเกิดฝนตกใหญ่ พญานาค นามว่า มุจลินทร์ ปรารถนาจะกำบังผนให้พระพุทธองค์ จึงขนดตนเองวนรอบ พระวรกาย และแผ่พังพานบังลมผน ตลอด 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ลมฝนสงบแล้ว ได้คลายตัวออก และแปลงเพศเป็นมานพหนุ่ม ถวายบังคม ณ เบื้องพระพักตร์

ราชายตนะ หรือต้นเกด (Rajayatana)
เป็นทางที่มีพ่อค้า 2 คน ชื่อ ตปุสสะ และภัลลิกะ เดินทางมาถึง เกิดความเลื่อมใสจึงพากันถวายข้าวสัตตุ (ข้าวตู) พระพุทธองค์ทรงดำริว่า พระตถาคตทั้งหลายไม่รับด้วยมือ ท้าวเทวราชทั้ง 4 ทรงนำบาตรศิลา 4 ใบแล้วอธิษฐานให้เป็นบาตรเดียวรับข้าวสัตตุ จากนั้นพ่อค้าทั้งสองจึงได้ประกาศตนเป็นอุบาสก เป็นสรณะตลอดชีวิต

ที่มาเนื้อหา : https://thaiontours.com/india/bodhgaya-india

“พระพุทธเมตตา”

พระพุทธเมตตาองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หรือปางชนะมาร (คนอินเดียเรียกว่า ปางภูมิสัมผัส หรือปางภูมิผัสสะ แปลว่า ทรงชี้ให้แผ่นดินเป็นพยานแห่งการทำความดีในอดีต) ศิลปะสมัยปาละ และสร้างด้วยหินแกรนิตสีดำเนื้อละเอียด มีอายุกว่า 1,400 ปี

เหตุที่เรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระพุทธเมตตา” เพราะพระพักตร์เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน เมตตากรุณา ปัจจุบัน มีชาวพุทธผู้ศรัทธาเดินทางมาปิดทององค์พระพุทธเมตตา เหลืองอร่ามสุกใสงดงาม ฉัพพรรณรังสีประดับด้วยอัญมณีและพลอย อีกทั้งนิยมมาห่มผ้าองค์พระและถวายเครื่องบูชาต่าง ๆ มากมาย

ตำนานที่น่าสนใจเกี่ยวกับองค์พระพุทธเมตตา
ครั้งหนึ่ง กษัตริย์ฮินดูจากเบงกอล ขึ้นครองราชย์ก็ทรงมีนโยบายทำลายพระพุทธศาสนา ได้ยกกองทัพมาถึงต้นพระศรีมหาโพธิ์ สั่งให้กองทหารทำลายต้นพระศรีมหาโพธิ์ พร้อมกับขุดรากขึ้นมาเผา (ภายหลังพระเจ้าปรณวรมา ได้เสด็จมาพบ ทรงเร่งให้บูรณะพระศรีมหาโพธิ์ขึ้นใหม่) และได้เข้าไปในพระมหาเจดีย์ เห็นพระพุทธรูปพระองค์หนึ่ง คิดจะทำลายด้วยตนเอง แต่ทำลายไม่ลงเพราะพระพักตร์อันเปี่ยมด้วยเมตตา เมื่อยกทัพกลับพระนคร คิดว่าหากปล่อยให้พระพุทธรูปอยู่ในพระวิหาร พุทธศาสนิกชนก็จะฟื้นฟูขึ้นมาอีก

จึงให้นายทหารคนหนึ่งไปทำลายทิ้ง นายทหารนั้นไปถึงก็ไม่กล้าทำลายเพราะเป็นชาวพุทธ แต่ครั้นจะไม่ทำลายก็เกรงพระราชอาญา อาจจะถูกประหารทั้งครอบครัว จึงคิดว่าไม่ทำลายดีกว่า เพียงแต่ซ่อนองค์พระพุทธรูปองค์นี้ก็พอ จึงเอาอิฐมาก่อปิดทางเข้าห้องบูชาเพื่อไม่ให้ใครเห็นแล้วตั้งรูปพระเมหศวรไว้ด้านหน้า

เมื่อกลับไปรายงานพระเจ้าสาสังการ ว่าทำลายพระพุทธรูปเรียบร้อยแล้ว แทนที่จะดีพระทัยกลับหวาดกลัวในอกุศลกรรม ภายหลังต่อมาได้ล้มป่วยลง พระวรกายเน่าเปื่อยเนื้อหลุดเป็นชิ้น ๆ ด้วยบาปกรรมที่สั่งให้ทำลายต้นพระศรีมหาโพธิ์ และองค์พระพุทธเมตตา เมื่อพระเจ้าสาสังการสิ้นพระชนม์แล้ว ทหารคนนั้นจึงกลับไปที่พระมหาเจดีย์ นำเอาอิฐที่บังองค์พระพุทธรูปออก และจุดตะเกียงน้ำมันบูชา ปรากฏว่าดวงประทีบที่นายทหารคนนั้นจุดบูชาพระพุทธรูปยังส่องสว่างอยู่

ที่มาเนื้อหา : https://shorturl.asia/AcFVI


ติดตาม Inzpy ได้ที่Facebook:https://www.facebook.com/inzpyth/
YouTube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...