DELTA ควบรวม 2 บริษัทย่อยในสโลวาเกีย ลดความซับซ้อนของโครงสร้างกลุ่ม
DELTA ควบรวม 2 บริษัทย่อยในสโลวาเกีย ลดความซับซ้อนของโครงสร้างกลุ่ม คาดดำเนินการแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2/68
วันที่ 25 ตุลาคม 2567บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (DELTA) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 7/2567 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 มีมติให้ควบรวมกิจการของบริษัทย่อยทางอ้อม 2 แห่งในประเทศสโลวาเกีย ได้แก่ บริษัทDelta Electronics (Slovakia), s.r.o. กับบริษัท Eltek s.r.o. ซึ่งหลังจากควบรวมกิจการแล้วจะเหลือเพียงบริษัทDelta Electronics (Slovakia), s.r.o. ที่ดำเนินกิจการต่อไป
ทั้งนี้บริษัทย่อยทางอ้อมทั้งสองแห่งดำเนินธุรกิจด้านผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Power System เช่นเดียวกัน การควบรวมกิจการดังกล่าวจะช่วยลดความซับซ้อนของโครงสร้างกลุ่ม และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารของกลุ่มบริษัท โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ แต่ประการใด ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2/68
DELTA แจ้งผลประกอบการไตรมาส 3/67 มีกำไรจากการดำเนินงาน 5,989 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไร 13.9% เพิ่มขึ้นจาก 12.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นของยอดขายในกลุ่มสินค้าที่เติบโตสูง
บริษัทบันทึกรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากทิศทางเงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/67 อยู่ที่ 5,911 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 13.7% และมีกำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 0.47 บาท เติบโต 8.9% เมื่อเทียบกับ 0.44 บาทต่อหุ้น ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
สำหรับยอดขายสินค้าและบริการในไตรมาส 3/67 อยู่ที่ 43,225 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากฐานสูงในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 6.8% และเติบโตต่อเนื่อง 3.5% จากไตรมาสก่อนหน้า ขับเคลื่อนโดยกลุ่มเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวอย่างโดดเด่น ทั้งจากเพาเวอร์ซิสเต็มสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และผลิตภัณฑ์ดีซีเพาเวอร์ ซึ่งมีความต้องการสูงตามแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่แพร่หลายมากขึ้น ส่งผลต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและระบบเครือข่ายเพื่อรองรับการประมวลผลสมรรถนะสูง
นอกจากนั้นกลุ่มพัดลมและระบบจัดการความร้อน รวมถึงเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมมีการเติบโตที่ดี ขณะเดียวกันกลุ่มโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้ายังส่งสัญญาณฟื้นจำกัดจากช่วงครึ่งปีแรก และปรับตัวลดลงจากฐานสูงในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากดีมานด์อุตสาหกรรมยานยนต์โลกอ่อนตัวลง ส่งผลให้ลูกค้าเพิ่มความระมัดระวังในการบริหารสินค้าคงคลังและปรับแผนการขายให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด
ส่วนกลุ่มพาวเวอร์ซิสเต็มสำหรับโครงสร้างพื้นฐานเทเลคอมยังคงประสบสภาวะยอดขายชะลอตัว ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความท้าทาย บริษัทขับเคลื่อนธุรกิจอย่างรัดกุม พร้อมบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน เพื่อมุ่งเน้นการส่งมอบโซลูชั่นและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทิศทางอุตสาหกรรมแห่งอนาคต