เปิด 10 หุ้นเด่น เก็งอานิสงส์น้ำท่วม
ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมทางภาคเหนือ ที่มีความกังวลว่าน้ำอาจจะท่วมในอีกหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพฯ ซึ่งนอกจากสถานการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อผู้คนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจอีกด้วย ทำให้เกิดความกังวลว่าหากสถานการณ์บานปลายจนนำไปสู่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เช่นเดียวกับปี 2554 อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งรวมไปถึงแวดวงตลาดทุน
อย่างไรก็ดี บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประเมินต่อสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือในครั้งนี้ โดยระบุว่า จากปริมาณน้ำฝนที่เร่งตัวขึ้นมากกว่าค่าปกติ ในจังหวัดเชียงราย แพร่ และน่าน ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดปรากฏการณ์น้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 หลังจากบล.หยวนต้าได้ศึกษาสถานการณ์เบื้องต้น พบว่า ยังมีความแตกต่างกัน ทั้งปริมาณน้ำฝนทั่วประเทศที่ยังต่ำกว่าค่าปกติ, พายุขนาดใหญ่ที่ผ่านประเทศไทยน้อยกว่าปี 2554 และปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ยังต่ำกว่าช่วงวิกฤติ
เพราะฉะนั้น คาดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนยังจำกัด โดยกรณีที่น้ำท่วมภาคเหนือนาน 1 เดือน คาดว่าจะกระทบ GDP ในไตรมาส 3/67 ราว -0.1% อิงสัดส่วน GDP ภาคเหนือที่ 10% ของ GDP ทั้งประเทศ กลุ่มที่เคลื่อนไหวได้ดีในช่วงกังวลน้ำท่วม คือ การแพทย์, สื่อสาร, ค้าปลีก และอาหารเครื่องดื่ม
สำหรับหุ้นเด่นในแต่ละกลุ่ม เช่น BCH, BDMS, CPALL, CPAXT, BJC, DOHOME, GLOBAL, OSP, TASCO, CKP เป็นต้น
วันนี้ Wealthy Thai จึงได้ทำการรวบรวมบทวิเคราะห์รายตัวของหุ้นเด่นดังกล่าวมารวมไว้ให้แล้วในบทความนี้ โดยจะเน้นไปที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
มาเริ่มที่ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 โดยบล.หยวนต้า คาดว่าจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกและยังเติบโตจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน นอกจากจะเข้า High Season ในช่วงไตรมาส 3/67 ยังมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของคนไข้เงินสดทั้ง IPD และ OPD ที่เพิ่มขึ้น การเปิดศูนย์มะเร็งรักษาเกษมราษฎร์อารี และการรุกธุรกิจใหม่เปิดศูนย์บริการทันตกรรมเคลื่อนที่ สำหรับภาพรวมปี 2567 บล.หยวนต้าคงประมาณการกำไรปกติที่ 1,642 ล้านบาท โต 17% พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงมูลค่าพื้นฐานปี 2567 ที่ 21.80 บาท
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 โดยบล.หยวนต้า จะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก ที่เข้าสู่ High Season ของธุรกิจรพ. ซึ่งมีโรคตามฤดูกาล ขณะที่รายได้จากลูกค้าต่างชาติในช่วงที่เหลือของปีคาดว่ายังเติบโตดีต่อเนื่องในระดับ double-digit อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกจากการเติบโตของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ Center of Excellence และในปีนี้บริษัทมีกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าประกันสุขภาพมากขึ้น โดยเจาะกลุ่มลูกค้าบริษัท โดยบล.หยวนต้าคงประมาณการกำไรปี 2567 ที่16,068 ล้านบาท โต 12% จากปีก่อน พร้อมทั้งคงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงมูลค่าพื้นฐานปี 2567 ที่ 36.20 บาท
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL แนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลัง 2567 โดยบล.หยวนต้า คาดว่ากำไรปกติเติบโตจากช่วงครึ่งปีแรกและจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ส่วนภาพการดำเนินงานในไตรมาส 3/67 คาดชะลอลงจากไตรมาสก่อน เพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่ยังเติบโตได้จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และคาดว่าผลประกอบการจะเด่นมากสุดในไตรมาส 4/67 หนุนจากช่วง High Season และเม็ดเงินจากนโยบาย Digital Wallet หากเริ่มใช้ได้ตามแผนรัฐบาล โดยบล.หยวนต้า คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น CPALL และคงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2567 ที่ 76.00 บาทต่อหุ้น
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT แนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง 2567 โดยบล.หยวนต้า คาดว่ากำไรเติบโตจากช่วงครึ่งปีแรก 2567 และจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน อิงตัวเลข SSSG ในไตรมาส 3/67 ยังเติบโตได้ต่อทั้ง Makro และ Lotus’s ในระดับ 1-2% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ด้านต้นทุนคาด GPM ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนในทุกธุรกิจ จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Label, สินค้ากลุ่มอาหารสดอาหารพร้อมทานที่มีอัตราการทำกำไรดีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับคาด SG&A/Sales ลดลงจากประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นของการขยายช่องทางขายออนไลน์ โดยบล.หยวนต้า คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น CPAXT และคงราคาเหมาะสม 37 บาทต่อหุ้น
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC แนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลัง 2567 โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดว่าแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ยังเติบโตจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ตามผลสำเร็จของแผนการลดต้นทุนที่ทยอยทำตั้งแต่ต้นปี อีกทั้งคาดว่ายอดขายจะเติบโตในอัตราเร่งมากขึ้นจากกลยุทธ์การออกสินค้าใหม่และเจาะตลาดใหม่ๆ ของกลุ่มธุรกิจดั้งเดิม และกลยุทธ์ของ BIGC ที่มีการเพิ่มการขายสินค้าประเภทอาหารสด รวมถึงการขายลูกค้า B2B บางประเภท เช่น ร้านโดนใจเป็นต้น พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BJC ให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 32 บาทต่อหุ้น
บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME แนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง 2567 จากการประเมินโดยบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ถึงแม้ว่าตามปกติแล้วไตรมาส 3 จะเป็นช่วง Low Season เพราะเป็นฤดูฝน แต่คาดว่ากำไรของ DOHOME จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน จากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น และการคุมต้นทุน ทั้งนี้ บล.เคจีไอ คงคำแนะนำ “ถือ” หุ้น DOHOME โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ที่ 10.80 บาท
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 26.2-26.6% ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 เทียบกับ 26% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นจากการปรับลดโปรโมชั่นราคาสำหรับสินค้า private brand และการมีสัดส่วนยอดขายสินค้า private brand ที่มีมาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ปัญหาการเติมสต๊อกสินค้า private brand ในบางสาขาคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นหลังจากมีการจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อใหม่ในช่วงปลายไตรมาส 2/67 ถึงไตรมาส 3/67 ทั้งนี้ ยังคงคําแนะนํา “OUTPERFORM” โดยปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ใหม่เป็น 18 บาท หลังจากปรับประมาณการกําไรปี 2567 ลดลง 5%
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP แนวโน้มกำไรปกติช่วงครึ่งปีหลัง 2567 โดยบล.หยวนต้า คาดว่าชะลอลงจากช่วงครึ่งปีแรก 2567 ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วงฤดูฝนทำให้การบริโภคชะลอลง ทั้งนี้ คาดว่ากำไรปกติจะยังเติบโตเด่นจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนได้ต่อจากแผนการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดต่อเนื่อง และบริษัทวางแผนในการออกสินค้าใหม่ 2 ตัว ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ช่วยหนุนยอดขาย โดยกำไรครึ่งปีแรก 2567 คิดเป็นสัดส่วน 60% ของประมาณการกำไรปี 2567 ของบล.หยวนต้า ที่ 2,906 ลบ. โต 33.2% จากปีก่อน พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 34 บาท
บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO แนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง 2567 โดยบล.หยวนต้า คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ระดับ 800-1,000 ล้านบาท เติบโตทั้งจากครึ่งปีแรก และจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เนื่องจากการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐ ที่ทำได้ต่อเนื่องมากขึ้นในช่วงดังกล่าวจะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนการฟื้นตัวของปริมาณขายยางมะตอยในประเทศ รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจยางมะตอย (สินค้ากลุ่มยางมะตอยในประเทศเป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง) พร้อมคงคำแนะนำ “เก็งกำไร” พร้อมคงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2567 ที่ 16.30 บาท/หุ้น
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP แนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง 2567 โดยบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) คาดกําไรไตรมาส 3/67 เป็นจุดสูงสุดของปี จากการเข้าสู่ฤดูฝนเต็มที่ ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ส่งผลให้น้ำงึม 2 และไซยะบุรีผลิตไฟฟ้าได้สูงขึ้น รวมถึงคาดดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากไตรมาสก่อน ทั้งไตรมาส 3/67 และไตรมาส 4/67 จากการคืนเงินหุ้นกู้ 1.5 พันลบ. ปลาย พ.ค. และคืนเงินหุ้นกู้ 1.4 พันลบ. ต้น ต.ค. นอกจากนั้น คาดว่าจะมีกำไรจาก อัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลให้กําไรปีนี้กลับมาเติบโต โดยยังคงประมาณการกำไรปีนี้ ที่ 1.8 พันลบ. โต 24% จากปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น CKP พร้อมราคาเป้าหมาย 4.90 บาท