โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หนี้เสียรถยนต์ทะลุ 2.5 แสนล้าน สูงขึ้นจากปีก่อนเกือบ 30% ท่ามกลางแบงก์เข้มงวดปล่อยสินเชื่อ

BTimes

อัพเดต 28 ส.ค. 2567 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2567 เวลา 15.04 น. • BTimes.Biz

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ยอมรับว่าตอนนี้ยังกังวลในเรื่องของการปล่อยสินเชื่อมากที่สุด เพราะสถาบันทางการเงิน ยังคงมีความเข้มงวดในเรื่องของหนี้เสีย โดยหนี้เสียสะสมกลุ่มยานยนต์ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567 อยู่ที่ 2.5 แสนล้านบาท ถือว่าโตกว่าปีที่ผ่านมา 29.7% ที่มียอดสะสมที่ 1.9 แสนล้านบาท แม้ว่ายอดการเป็นหนี้ลดลง เพราะมาจากการปล่อนสินเชื่อที่ลดลง

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธปท. กล่าวถึงเรื่องตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวรุนแรง โดยลดลงถึง 6.8% ผิดไปจากที่คาดการณ์เอาไว้ค่อนข้างมากนั้น กำลังติดตามดูเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตัวเลขหดตัวลงค่อนข้างมาก ซึ่งหนึ่งในประเด็นที่ทำให้การลงทุนภาคเอกชนหดตัวลงเกิดจากยอดซื้อรถกระบะลดลงไปมาก เพราะการซื้อรถกระบะถูกนับเป็นการลงทุน จึงทำให้ตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนโดยรวมลดลงตามไปด้วย

ช่วงที่ผ่านมาราคารถมือสองตกลงไปมาก กระทบต่อสินเชื่อที่กลายเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้น จึงวนกลับมาที่กำลังซื้อรถกระบะที่ลดลงตามไปด้วย ตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนที่ลดลงจึงไม่ได้มากจากการลงทุนที่หายไปเป็นหลัก แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากยอดซื้อรถกระบะที่ดรอปลง เรากำลังดูว่าประเด็นที่เกิดขึ้นนี้เป็นปัจจัยชั่วคราวหรือไม่

ทั้งนี้ หวังว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถจัดตั้งได้แล้งเสร็จโดยเร็ว เพื่อเร่งบริหารจัดการงบประมาณปี 2567-2568 ได้ทันในเดือนต.ค. 2567 นี้ เพื่อให้เกิดการลงทุนมากขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการจ้่งงาน เพิ่มกำลังซื้อ มีเงินหมุนเวียนมากขึ้น โดย ส.อ.ท. กลุ่มยานยนต์ยังคงจับตานโยบายที่รัฐบาลใหม่ โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะแถลงภายหลังจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) สำเร็จ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...