โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวเตือนภัย มิจฉาชีพ อ้างเป็นตำรวจเรียกเงิน ปลอมเสียงเหมือนน้องสาว ร้องไห้โดนยัดยา

Khaosod

อัพเดต 30 ต.ค. 2567 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2567 เวลา 10.50 น.

สาวเตือนภัย มิจฉาชีพอ้างเป็นตำรวจเรียกเงิน ปลอมเสียงเหมือนน้องสาวร้องไห้ โดนยัดยา จี้ให้โอนเงินมาจะช่วย

จากกรณีผู้ใช้ติ๊กต็อก @mewitsaree ออกมาเล่าเหตุการณ์โดนมิจฉาชีพโทรหลอกเอาเงิน ปลอมเสียงเป็นน้องสาวได้เหมือนจนคนในครอบครัวหลงเชื่อ โดยอ้างว่าน้องสาวโดนยัดยาที่ร้านเหล้า ตอนนี้โดยตำรวจจับอยู่ ต้องโอนเงินมาประกันตัวถึงจะยอมปล่อย

ล่าสุดวันที่ 30 ต.ค. 67 คุณมิวเจ้าของโพสต์ดังกล่าว เปิดใจกับ 'ข่าวสดออนไลน์' ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณตี 3 จนถึง ตี 4 วันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังนอนอยู่ พ่อของตนก็เปิดประตูเข้ามา เล่าว่าก่อนหน้านั้นมีคนโทรหาพ่อช่วงตี 3 พูดอะไรก็ไม่รู้ พ่อจึงวางสายไป สักพักสายนั้นก็โทรมาใหม่ รอบนี้มีเสียงผู้หญิงกำลังร้องไห้ซึ่งมีความคล้ายน้องสาวของตนที่ตอนนี้ไปทำงานอยู่คนเดียวที่กรุงเทพฯ

พร้อมบอกว่าน้องสาวโดนตำรวจจับเนื่องจากถูกยัดยาที่ร้านเหล้า ทำให้พ่อตกใจและเผลอพูดไปว่า "น้องสาวเหรอนี่ปะป๊านะ ใจเย็นๆนะ" จึงทำฝั่งนั้นรู้ว่าสรรพนามที่น้องสาวใช้เรียกกับพ่อคืออะไร โดยในสายตอนแรกบอกว่าน้องสาวตนโดนจับที่หางดง จ.เชียงใหม่

พ่อจึงถามว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ฝั่งนั้นเลยบอกว่า "อ้อ ที่บางกะปิ ไปงานวันเกิดเพื่อนแล้วแลกของขวัญ เปิดกล่องของขวัญมาเป็นยาม้า 80 เม็ด" น้องสาวยังพูดอีกด้วยว่าโทรศัพท์แบตหมดไม่ต้องโทรมานะ

ด้านพ่อก็ตกใจไม่รู้จะทำยังไงเลยรีบเข้ามาที่ห้องตน พร้อมเปิดลำโพงให้ตนฟังด้วย มีการโยนสายไปมาระหว่างตำรวจกับน้องสาว คาดว่าเพื่อทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมาตนก็เคยได้ยินว่ามี AI ที่สามารถแปลงเสียงคนได้

แต่ไม่คิดว่าจังหวะการพูดและการร้องไห้จะเหมือนน้องสาวตนขนาดนี้ ตอนได้ยินแค่เสียงตำรวจตนยังไม่เชื่อแต่พอได้ยินเสียงน้องสาวด้วยก็ตกใจเหมือนกัน พอลองโทรหาญาติที่กรุงเทพฯ ก็ไม่มีใครรับสายเพราะตอนนั้นดึกแล้ว

พ่อจึงพยายามบอกฝั่งนั้นว่าปล่อยตัวเด็กมันได้ไหม เด็กมันไม่รู้เรื่อง สายที่อ้างว่าเป็นตำรวจก็บอกว่าไม่ได้หรอก พร้อมพยายามเรียกเงินค่าประกันตัวประมาณ 30,000 บาท พ่อก็บอกว่าไม่มี ฝั่งนั้นก็ขอเป็น 20,000 บาท และสุดท้ายก็ถามว่า "คุณไหวเท่าไหร่" พ่อจึงบอกว่ามีจริงๆ 5,000 บาท

พอพ่อถามว่าตำรวจมาจากสน.ไหนชื่ออะไร ฝั่งนั้นก็โวยวายบอกว่าจะให้ผมช่วยไหมเนี่ย และตามด้วยเสียงน้องสาวแย่งสายไปร้องไห้บอกว่า "ช่วยหน่อยเขาเป็นตำรวจจริงๆ" เมื่อพ่อก็ถามว่าแล้วเพื่อนน้องล่ะ ก็ได้คำตอบว่าพ่อแม่ของเพื่อนน้องประกันตัวกันไปหมดแล้วเหลือแค่น้องคนเดียว ถ้าจ่ายเงินจะปล่อยจริง ๆ

จากนั้นฝั่งที่อ้างเป็นตำรวจก็บอกให้พ่อไปเซเว่นเพื่อโอนเงิน ซึ่งพ่อก็ไม่รู้ว่า True Wallet และ True Money คืออะไร เลยให้ตนคุยให้ แต่สักพักทางสายนั้นก็วางไป พอโทรกลับไปใหม่ก็โดนตัดสายทิ้งและปิดเบอร์ ตนใช้เบอร์ตัวเองโทรไปก็ปิดอยู่ติดต่อไม่ได้

ตนจึงเข้าไปส่งสตอรี่อินสตราแกรมของน้องสาว เห็นว่าไม่ได้มีลงสตอรี่ว่าไปเที่ยวแต่อย่างใด จึงลองโทรหาน้องดู ปรากฎว่าก็โทรติดไม่ได้แบตหมด แต่ด้วยความที่ดึกมากจึงใช้เวลานานกว่าน้องจะรับสาย พอเล่าเรื่องราวนี้ให้น้องฟัง น้องของตนก็ถึงกับหลอนไปเลย

ทั้งนี้ตนเริ่มเอะใจตั้งแต่ให้โอนเงินผ่าน True Wallet รวมไปถึงการต่อรองค่าประกันตัวจาก 30,000 บาท เหลือ 5,000 บาท แล้วฝั่งนั้นดันยอมง่าย ๆ แล้ว

จากเหตุการณ์นี้ทำให้ตนรู้สึกใจแป้วไปวันสองวันเลย ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้กับตัวเอง รวมถึงไม่คิดว่าการปลอมเสียงของมิจฉาชีพมันจะเหมือนจริงได้ขนาดนั้น ที่ผ่านมาตนฟังเรื่องราวเตือนภัยแนวนี้มา ก็แอบคิดว่าทำไมคนที่โดนไม่โทรหาคนในครอบครัวก่อน

แต่พอมาเจอจริงๆกับตัวเองก็รู้เลยว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก ฝั่งนั้นเขาเร่งและกดดัน ถ้าเป็นเหตุการณ์แบบโดนรถชน ยืมเงินเพราะไม่ได้เอาตังค์มา ตนคิดว่ามันยังพอมีเวลาโทรได้ แต่อันนี้เป็นการหลอกว่าน้องสาวโดนข้อหายัดยาทำให้ทั้งตนและพ่อตกใจมาก

ตนจึงอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าถ้าตัวเองโดนจริงๆ มันเป็นอะไรที่ควบคุมได้ยากมากกับจิตใจของเรา หลังจากนี้บ้านของตนน่าจะมีการตั้งรหัสที่รู้กันเองภายในบ้าน ป้องกันเวลาที่มีแปลกหน้าโทรมาแอบอ้าง

ทั้งนี้ตนก็ไม่ทราบเช่นกันว่าทางมิจฉาชีพเอาข้อมูลมาจากไหนว่าตนมีน้องสาวที่มีเสียงแบบนี้ แต่ก็ได้ไม่ได้มีการดำเนินการแจ้งความลงบันทึกประจำวันใดๆเพราะยังไม่ได้ค่าเสียหายอะไร แต่ตัดสินใจโพสต์ลงติ๊กต็อกเพื่อเป็นการเตือนภัยแชร์อุทาหรณ์ไว้แทน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวเตือนภัย มิจฉาชีพ อ้างเป็นตำรวจเรียกเงิน ปลอมเสียงเหมือนน้องสาว ร้องไห้โดนยัดยา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...