อนิเมะ ‘ปฏิวัติฝรั่งเศส’ กุหลาบแวร์ซายส์
“สาเหตุอันลึกซึ้งอันนี้ เรียกว่าสาเหตุแห่งลัทธิปฏิวัตร ฝรั่งเขาทำกันสำเร็จได้เป็นส่วนมาก ฉะนั้นแม้จำนวนคนเขาจะน้อยก็เสมือนมาก ชาติของเขาจึงเจริญเข้มแข็งมีความสมบูรณ์ในมาตรฐานของชีวิตธรรมดาดีกว่าเรา ลัทธิปฏิวัตรนี้จะระบาดไปชั่วกาลปาวสานจวบจนสมัยศรีอารย์โน้น”[1]เตียง ศิริขันธ์ และจำรัส สุขุมวัฒนะ
พลันที่หนึ่งในฉากการแสดงเปิดโอลิมปิกฤดูร้อน ค.ศ.2024 ณ กรุงปารีส ปรากฏภาพพระนางมารี อ็องตัวแน็ต (Marie Antoinette ค.ศ.1755-1793 ) พระราชินีแห่งฝรั่งเศสผู้ถูกประหารด้วยกิโยติน ยืนถือพระเศียร เผยกายขึ้นหลังเพลง Do You Hear the People Sing? จาก Les Misérables ตามด้วยเสียงกีตาร์รีฟอันหนักหน่วงของวงเฮฟวี่เมทัล โกฌิรา (Gojira) จากเพลง ‘Ah! Ça ira’ เคล้าคลอด้วยเสียงโซปราโนของนักร้องโอเปร่า มารินา วิออตติ (Marina Viotti) ภาพจำของผู้เขียนก็หวนรำลึกกลับไปถึงการทำความรู้จักเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ผ่าน ‘อนิเมะญี่ปุ่น’ เรื่องหนึ่งเมื่อสมัยเยาว์วัย ชื่อว่า ‘กุหลาบแวร์ซายส์’ ทางโทรทัศน์ตอนเย็น ถ้าจำไม่ผิดฉายผ่านช่อง 3 ในช่วงกลางทศวรรษ พ.ศ.2520 ไม่ห่างจากช่วงเวลาเดียวกับที่ ‘อิคคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา’ เผยแพร่เท่าไหร่นัก
อนิเมะอิงประวัติศาสตร์ปฏิวัติฝรั่งเศสจำนวน 40 ตอนเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวผ่านสตรีตัวเอกนามว่า ออสการ์ ฟรังซัวส์ เดอ จาร์เจ[2] ธิดานายพลชาร์เวอเลีย เดอ จาร์เจ ขุนนางแห่งฝรั่งเศสผู้เดิมคาดหวังจะกำเนิดบุตรชายเพื่อสืบทอดตระกูล แต่ต้องผิดหวังอยู่ร่ำไป จนเมื่อบุตรคนสุดท้ายยังคงเป็นผู้หญิง จึงสุดทนแล้วเลือกตั้งชื่อว่า ออสการ์ และเลี้ยงดูฟูมฟักในแบบชายชาตรีตั้งแต่ปฐมวัย โดยเฉพาะการฝึกปรือศิลปวิทยาแบบชายชาติทหาร ฟันดาบ ยิงปืน ขี่ม้า จนเมื่อเติบโตขึ้นได้ทำหน้าที่เป็นราชองครักษ์ให้กับพระนางมารี อ็องตัวแน็ต
ด้านพระเอกของเรื่องคือชายสามัญชนชื่ออังเดร บุตรคนรับใช้ภายในบ้านบิดาของออสการ์ ทั้งอังเดรและออสการ์เติบโตมาด้วยกัน พระเอกแอบมีใจให้กับนางเอกมาโดยตลอดแต่ไม่เคยเผยความในใจ จนเหตุการณ์ดำเนินมาถึงบั้นปลาย ออสการ์เลือกจะสละสถานะของทหารฝั่งกษัตริย์แล้วหันมาอุทิศตนเข้าร่วมกองกำลังปฏิวัติกับอังเดร ในท้ายที่สุด ชีวิตรักของทั้งคู่ก็จบลงด้วยโศกนาฏกรรมขณะร่วมต่อสู้ภาคประชาชนในการล้มล้างระบอบราชาธิปไตย
อนิเมะตอนสุดท้ายที่ 40 อวสานลงด้วยฉากพระนางมารี อ็องตัวแน็ต สิ้นพระชนม์ด้วยผมขาวโพลนบนลานกิโยติน ก่อนหน้านั้นพระองค์ทรงมอบดอกกุหลาบสีขาวไว้กับหญิงรับใช้ของออสการ์
กุหลาบแวร์ซายส์ มังงะสตรีแหวกขนบ
กุหลาบแวร์ซาย (ญี่ปุ่น: ベルサイユの ばら, Berusaiyu no Bara) หรือบ้างรู้จักกันในชื่อ เลดี้ออสการ์ Lady Oscar เป็นมังงะญี่ปุ่นที่วาดโดย ริโยโกะ อิเคดะ (池田 理代子 Riyoko Ikeda[3] เกิด พ.ศ.2490 ปัจจุบันอายุ 77 ปี)[4] อุบัติขึ้นในบรรณโลกครั้งแรกเมื่อนิตยสารมังงะชื่อ Margaret จัดพิมพ์นับจากตอนแรกใน พ.ศ.2515 ผู้ประพันธ์นับเป็นสตรีหัวซ้ายแนวก้าวหน้า เคยเข้าร่วมสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายทศวรรษ ค.ศ.1960 เธอให้สัมภาษณ์ว่าช่วงนั้นออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านด้วยตนเอง เพียรทำงานสารพัดรูปแบบขณะศึกษาด้านปรัชญาในมหาวิทยาลัยไปด้วย
ถึงแม้อาจารย์อิเคดะจะเริ่มวาดการ์ตูนเรื่องแรกสู่ตลาดใน พ.ศ.2510 ขณะอายุ 20 ปี แต่เรื่องที่สร้างชื่อให้เธอมาที่สุดคือกุหลาบแวร์ซายส์นี้เอง มังงะเรื่องนี้ถูกผลิตขึ้นในบริบทแห่งการเปลี่ยนผ่านสำคัญของวงการโชโจมังงะ (少女漫画 การ์ตูนสำหรับเด็กผู้หญิง) ช่วงยุคต้นทศวรรษ ค.ศ.1970 ลักษณะเด่นของเรื่องนี้แตกต่างจากการ์ตูนญี่ปุ่นตาหวานเป็นประกายทั่วไป กล่าวคือการนำเสนอเน้นไปที่การเมืองและเรื่องเพศสภาพของตัวเอก[5] ผลลัพธ์คือประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในด้านคำวิจารณ์และรายได้ ถึงปัจจุบันทำยอดจำหน่ายมากกว่า 23 ล้านเล่มทั่วโลก เรียกว่าได้ทั้งกล่องได้ทั้งเงิน
อาจารย์อิเคดะถูกนับรวมอยู่ในกลุ่มยอดนักวาดการ์ตูนสตรีที่ถูกขนานนามว่า The Year 24 Group (Japanese: 24年組, Nijūyo-nen Gumi) ซึ่งร่วมเปลี่ยนแปลงวงการการ์ตูนสตรีญี่ปุ่นนับจากต้นทศวรรษ ค.ศ.1970 โดยบางคนถึงกับขนานนามระยะนี้ว่าเป็น ‘ยุคทอง Golden Age’ ตัวเลข 24 แฝงนัยถึงปี ‘โชวะ 24’ (ค.ศ.1949) อันเป็นช่วงระยะปีที่ศิลปินเหล่านี้เกิด[6]
ภายหลังมังงะตีพิมพ์เพียง 2 ปี คณะละครเวทีสตรีล้วนชื่อดังของญี่ปุ่น Takarazuka Revue (宝塚歌劇団)[7] ได้หยิบยกเนื้อหาดัดแปลงสู่ละครร้องครั้งแรกใน พ.ศ.2518 โดยผู้กำกับชื่อก้อง คาซูโอะ ฮาเซงาวะ (長谷川 一夫 , Hasegawa Kazuo พ.ศ.2451-2527) จนประสบความสำเร็จอย่างอย่างสูง ต่อมาทางคณะนี้ยังได้ปรับรูปแบบการแสดงละครเวที The Rose of Versailles musicals เรื่อยมา[8] จนเมื่อถึง พ.ศ.2556 กล่าวกันว่ามีผู้ได้รับชมโชว์นี้จับใจไปแล้วมากกว่า 4 ล้านคน[9]
ใน พ.ศ.2522 (ค.ศ.1979) มังงะเรื่องนี้ยังได้รับความนิยมจนถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ Lady Oscar เขียนบทและกำกับโดย ฌัก เดอมี (Jacques Demy พ.ศ.2474-2533) แต่กลับล้มเหลวทั้งแง่คำวิจารณ์และรายได้[10]
จาก ‘มังงะ’ สู่ ‘อนิเมะ’
ในปีเดียวกันกับภาพยนตร์ Lady Oscar ออกฉายเมื่อ พ.ศ.2522 ทาง Nippo TV ก็เริ่มเผยแพร่กุหลาบแวร์ซายส์ในรูปแบบอนิเมะ ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ.1979 ถึง 3 กันยายน ค.ศ.1980 จำนวนทั้งสิ้น 40 ตอนจบ และได้รับการตอบรับที่ดี (ฉบับเดียวกับที่นำมาฉายในประเทศไทยในเวลาต่อมา) รวมถึงเพลงนำของซีรีส์นี้ชื่อว่า 薔薇は美しく散る[11] ‘Bara Wa Utsukushiku Chiru’[12] (แปลว่า กุหลาบกระจายตัวอย่างงดงาม) ประพันธ์ทำนองโดย โคจิ มาไคโนะ (馬飼野 康二 Kōji Makaino) เนื้อร้องโดย มิชิโอะ ยามากามิ (山上路夫 Michio Yamagami) และขับร้องโดย ฮิโรโกะ ซูซูกิ (鈴木宏子Hiroko Suzuki) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงจนถึงกับมีการเปรียบเทียบว่าประหนึ่งเพลงชาติสำหรับหญิงสาว[13]
อาจารย์อิเคดะยังนับเป็นนักร้องนักดนตรีผู้มีความสามารถ หลังจากความสำเร็จของกุหลาบแวร์ซายส์แล้ว ในอีกสามปีถัดมา พ.ศ.2518 เธอยังเขียนมังงะเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งแรกและการปฏิวัติในรัสเซีย ชื่อว่า ‘The Window of Orpheus’ (オルフェウスの窓, Orufeusu no Mado)[14] กระนั้นก็ไม่ได้รับความนิยมได้ดังเช่นกุหลาบแวร์ซายส์
หวนรำลึกซีรีส์ญี่ปุ่นสำหรับเด็กในจอแก้วไทย
จุดเริ่มต้นของโทรทัศทัศน์ไทยเกิดขึ้นปลายยุคสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อมีการเผยแพร่ภาพและเสียงครั้งแรกผ่านช่อง 4 บางขุนพรหม ในวันชาติ 24 มิถุนายน พ.ศ.2498
ผู้เขียนเติบโตมาในสมัยที่สารพัดซีรีส์ญี่ปุ่นยกขบวนพาเหรดลงจอแก้วของสังคมไทยช่วงปลายทศวรรษ พ.ศ.2510 หากนับเฉพาะซุปเปอร์ฮีโร่รับบทโดยนักแสดง จากความทรงจำพอจะลิสต์รายชื่อเด่นๆ ได้เช่น ‘คาเมนไรเดอร์’ (仮面ライダー,Kamen Raidā)[15], ‘อุลตร้าแมน’ (ウルトラマン,Urutoraman)[16], ‘จัมโบ้เอ หรือจัมบอร์กเอช’ (ญี่ปุ่น: ジャンボーグ , Janbōgu Ēsu )[17], ‘อคูไมเซอร์ 3’ (Akumaizer 3, アクマイザー3) เฉพาะเรื่องนี้จะประทับใจเป็นพิเศษกับสามตัวเอก ‘ซาบีตัน กาบูร่า อีวิล’ ซึ่งทางช่อง 5 จัดฉายชื่อว่า ‘สามยอดมนุษย์’ ได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์สามทหารเสือ (the Three Musketeers) วรรณกรรมยอดฮิต (แนวโรแมนติก-ดาบ-เสื้อคลุม) ของฝรั่งเศส มีทหารองครักษ์สามคน ใช้ดาบแบบเรเปียร์ (rapier) เป็นอาวุธในการต่อสู้ รักษาเกียรติยศ เพื่อมิตรภาพ เสียสละเพื่อส่วนรวม ผดุงคุณธรรม[18], ‘ขบวนการไฟฟ้า เด็นจิแมน’ (ญี่ปุ่น: 電子戦隊デンジマン,Denshi Sentai Denjiman) สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยใช้ชื่อว่า ‘ขบวนการ 5 มนุษย์ไฟฟ้า’[19]
ความหลากหลายของซีรีส์ญี่ปุ่นนี้ ยังนับรวมถึง ‘ไซอิ๋ว’ เรื่องแรกที่ผู้เขียนได้รับชมในตู้โทรทัศน์และยังประทับใจจนถึงทุกวันนี้ออกอากาศทางช่อง 3 (จากการค้นในภายหลังคือ Monkey TV series ที่สำคัญพระถังซำจั๋งฉบับนี้นำแสดงโดยนักแสดงสตรีหน้าตาน่ารักชื่อว่า มาซาโกะ นัตสึเมะ夏目 雅子[20]) [21] และอีกเรื่องคือเจ้าหุ่นกระป๋องสีแดงมีใบพัดติดที่หลังและเปิดพุงได้ ผู้ซึ่งพยายามพากเพียรประกอบความดีแต่ทำไม่ค่อยขึ้นเท่าใดนัก ชื่อว่า ‘กัมบาเระ!! โรโบคอน’ [22] ซึ่งหมอนี่กลัวกะจั๊ว แมลงสาบมากๆ
กรณีอนิเมะเด็กผู้ชาย ในทศวรรษ พ.ศ.2520 หุ่นยนต์ประกอบร่างประเภทต่างๆ จะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ผู้เขียนยังจดจำถึงสมัยเด็กว่าในห้องเรียนจะมีเพื่อนคนหนึ่งที่พ่อมักซื้อของเล่นชนิดนี้เป็นของฝากจากญี่ปุ่น และเขามักนำมาอวดโชว์ให้เพื่อนๆ แอบอิจฉาอยู่เสมอ ซีรีส์ที่พอนึกขึ้นได้ เช่น ‘เกรทมาชินก้า’ (グレートマジンガー Gurēto Majingā)[23], ‘เก็ตเตอร์โรโบ’ (ゲッターロボ, Gettā Robo ทับศัพท์จาก Getter Robo)[24], ‘Combattler V’ (สมัยเด็กจำชื่อเป็น ‘คอมแมตตาร์วี’)[25] และ ‘เกรนไดเซอร์’ (グレンダイザー อังกฤษ: Grendizer)[26]
ด้านอนิเมะเด็กผู้หญิง เรื่องที่ยังอยู่ในความทรงจำ เช่น ‘ผึ้งน้อยพเนจร’ The Adventures of Hutch the Honeybee (昆虫物語 みなしごハッチ, Konchū Monogatari: Minashigo Hatchi, A Bug’s Tale: Hutch the Orphan)[27], ‘แคนดี้ แคนดี้ สาวน้อยจอมแก่น’ (キャンディ・キャンディ; Kyandi Kyandi, Candy Candy)[28] และแน่นอนว่า ‘กุหลาบแวร์ซายส์’ คืออนิเมะที่แปลกใหม่เร้าใจให้ผู้เขียนสนใจประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส จนเป็นเหตุได้หยิบหนังสือยุคนั้น 2 เล่มขึ้นอ่าน คือ หนึ่ง ‘คำสารภาพของมารีอังตัวแนตต์’ แปลเรียบเรียงโดย ‘นิดา’ และ สอง ‘พระนางมารีอังตัวเนท’ โดย ‘ศรียาตรา’
หนังสือพระนางมารีอังตัวแนตต์พากย์ไทย 2 เล่ม
‘คำสารภาพของมารีอังตัวแนตต์’ The Queen’s Confession นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ ของ ‘วิกตอเรีย โฮลท์’ (Victoria Holt) ผู้แปลและเรียบเรียงคือ ปราศรัย รัชไชยบุญ[29] โดยใช้นามปากกกา ‘นิดา’ ทยอยเขียนลงให้กับนิตยสารสตรีสารเมื่อ พ.ศ.2515 (บังเอิญตรงกับปีกำเนิดของกุหลาบแวร์ซายส์ที่ญี่ปุ่น) กระทั่งรวมเล่มในปีถัดมากับรวมสาสน์[30] และได้รับความนิยมจนกลับมาพิมพ์ซ้ำอีกครั้งในสองปีถัดมาเมื่อ พ.ศ.2518[31]
นิดาเคยสัมภาษณ์ถึงที่มาของการแปลหนังสือเล่มนี้ไว้ว่า ขณะนั้นเธอกำลังทำงานอยู่ในสถานทูตออสเตรเลีย มีโอกาสได้อ่านหนังสือต่างประเทศดี ๆ มากมาย ‘คำสารภาพของมารีอังตัวแนตต์’ คือผลงานชิ้นแรกโดยเล่าว่า “ได้ลงตีพิมพ์ในสตรีสารโดยใช้นามปากกาว่า ‘นิดา’ ซึ่งเป็นชื่อของลูกสาวคนโต ตอนนั้นส่งเรื่องไปที่คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง ยาว 10 บท และส่งไปอีก 80 ตอนจบ ตอนนั้นได้ค่าต้นฉบับ 8,000 บาท ดีใจเหมือนใจขาด นึกว่าต้องเอาไปจ้างเขาลง (หัวเราะ) พอได้เงินไปซื้อเพชรเลย (โอ้โห) พอเสร็จเรื่องแรกก็มีงานแปลออกมาเรื่อยๆ ยังไม่หยุดจนถึงทุกวันนี้”
หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ชื่นชนหนังสือเล่มนี้ถึงกับเขียนคำนิยมให้ไว้ว่า
“เมื่อข้าพเจ้าอ่านเรื่อง The Queen’s Confession ในสตรีสารนั้น ตอนแรกก็นึกแต่ว่าจริงหรือไม่จริง และผู้ใดเก็บไว้ได้ ครั้นยิ่งอ่านไปก็ยิ่งวางไม่ลง เพลิดเพลินขึ้นโดยไม่รู้สึกตัว ทำให้รู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในวังอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เพราะเรื่องราวในวังต่าง ๆ และถ้อยคำที่เจ้านายท่านตรัสกันก็ดี, ไม่มีผิดเลย, จะมีบ้างก็เพียง 2-3 แห่งเท่านั้น นึกชมผู้แปลว่าแปลดีจริง ๆ เช่นคำว่า “เพคะ สมเด็จแม่” ก็รู้ได้ทันทีว่ามาจากคำว่า Yes, Your Majesty เป็นต้น, และคำที่สมเด็จแม่ทรงสั่งสอนพระธิดา ก็น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง, ทำให้ข้าพเจ้าต้องลุกไปโทรศัพท์พูดกับบรรณาธิการสตรีสารว่า – โปรดแสดงความยินดีแก่ผู้แปลเรื่องนี้ด้วย และเข้าใจว่าเขาจะต้องเคยอยู่ในวังมาแล้ว จึงพูดได้ถูกต้องถึงเพียงนี้ ได้ตอบว่า – เป็นเด็กรุ่นใหม่ไม่เคยอยู่ในวัง แต่เข้าใจว่าแม่เคยอยู่ในวังมาแล้ว
จึงขอแสดงความยินดีด้วย ทั้งคุณแม่และคุณลูก ที่ได้รับทอดต่อกันได้อย่างน่าชื่นชม ทำให้มีหวังและกำลังใจว่า คำว่าไทยคงจะยังไม่สูญเสียทีเดียว
พูนพิศมัย ดิศกุล”
ก่อนหน้าผลงานของนิดาสามปี พ.ศ.2512 สำนักพิมพ์แพร่พิทยาได้เผยแพร่หนังสือปกแข็งความหนาขนาดเดียวกัน ชื่อว่า ‘พระนางมารีอังตัวเนท’ เรียบเรียงโดยหนึ่งในคณะปฏิวัติ ร.ศ.130 ร.ต.โกย วรรณกุล (พ.ศ.2433-2514) โดยใช้นามปากกาชื่อดังของเขาคือ ‘ศรียาตรา’
‘ศรียาตรา’ นักแปลกบฏผู้ถูก ร.6 ทรงถามถึง
ช่วงระหว่าง พ.ศ.2455-2467 ร.ต.โกย ถูกจองจำร่วมกับคณะ ร.ศ.130 อีก 25 คน[32] เขามีโอกาสส่งเรื่องเขียนออกนอกคุกให้กับทั้งจีนโนสยามวารศัพท์รายวันและผดุงวิทยารายเดือนของนายเซียวฮุดเสง รวมถึงหนังสือพิมพ์อื่นๆ ที่มอบเงินให้เป็นคราวๆ เช่น หนังสือพิมพ์ไทยของราชสำนัก หนังสือพิมพ์สยามราษฎร์ของตระกูลวสุวัต หนังสือพิมพ์ยามาโตของชาวญี่ปุ่น หนังสือพิมพ์วายาโม และหนังสือพิมพ์เยาวชนตู้ทองกับนักเรียน
ชาวคณะที่ร่วมวงสวนอักษรนี้จนมีผลงานโด่งดังนอกจากศรียาตรา (ร.ต.โกย) แล้ว ยังมี บ.กากะบาด (ร.ต.บ๋วย) ไทยใต้ (ร.ต.ถัด) นายเทพ หรือนโภมณี (นายอุทัย) อ้ายงั่ง (ร.ท.จือ)
ผลงานแปลของ ‘ศรียาตรา’ เรื่อง ‘พระนางโยเซฟิน’ เป็นที่พอพระทัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎกล้าฯ ร.6 ถึงขนาด ‘ทรงถามถึง’ เดือดร้อนถึงบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยตอนนั้น ‘พระสันทัดอักษร’ ต้องหาอุบายเลี่ยงตอบ เนื่องด้วยผู้เขียนยังเป็นนักโทษการเมืองร้ายแรง!
หลังได้รับอิสรภาพ ร.ต.โกย ในนามศรียาตรายังคงผลิตผลงานอย่างต่อเนื่อง สตรีนักประพันธ์ชื่อก้องดอกไม้สด (หม่อมหลวงบุปผา นิมมานเหมินท์) กล่าวชื่นชมไว้ว่า “ศรียาตราเป็นนามปากกาชั้นครู! ข้าพเจ้ายืนยันดังนี้”[33]
ร.ต.โกย พื้นเพเป็นคนเมืองเพชรบุรี เคยสมัครลงเลือกตั้ง ส.ส. แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ.2514 งานศพนำเรื่อง ร.ศ.130 ใน ‘หมอเหล็งรำลึก’ ตีพิมพ์เป็นเล่มหนาพร้อมคำไว้อาลัยจากเพื่อนตายที่หลงเหลืออยู่ไม่มากแล้วในปีนั้น วรรณกรรมชิ้นสุดท้ายที่พบคือ ‘พระนางมารีอังตัวเนท’ แปลจากต้นฉบับคลาสสิกของอาเล็กซังเดรอ ดูมา เรื่อง ‘เชอวาเลียร์ เดอ เมซองรุซ’[34]
ปิดท้าย
ถึงทุกวันนี้ กุหลาบแวร์ซายส์เพิ่งผ่านพ้นงานฉลองอายุครบครึ่งศตวรรษเมื่อ พ.ศ.2565 ผลงานชิ้นนี้ยังคงไว้ซึ่ง “Intense, beautiful, and alive.” (เข้มข้น งดงาม และมีชีวิตชีวา) ตามคำโปรยประชาสัมพันธ์อนิเมะ ล่าสุดได้ปล่อยหนังสั้น Teaser ที่กำหนดฉายปีหน้า พ.ศ. 2568 ไว้ดังลิงก์ด้านล่างนี้
ด้านนักประพันธ์ ริโยโกะ อิเคดะ ด้วยวัย 77 ปียังคงดูกระฉับกระเฉงและเป็นที่ยอมรับอย่างสูงในระดับตำนานนักวาดการ์ตูนที่ยังมีชีวิตอยู่ ตลอดชีวิตของศิลปินญี่ปุ่นท่านนี้สร้างผลงานไว้มากมายมหาศาล แต่ปฏิเสธมิได้ว่าลายเส้นและเรื่องราวที่เธอถ่ายทอดไว้นับแต่ครั้ง พ.ศ.2515 ขณะอายุเพียง 25 ปี การสร้างตัวโลดแล่นไปบนฉากปฏิวัติฝรั่งเศสเรื่อง ‘กุหลาบแวร์ซายส์’ นี้ คือผลงานที่สร้างชื่อเสียงต่อเจ้าของเรื่องมากที่สุด ซึ่งนักวิจารณ์บางท่านถึงกับยกย่องว่าเป็น “Timeless International Appeal”[35]
กุหลาบแวร์ซายส์ คือตัวอย่างของ ‘มังงะ และ ‘อนิเมะ’ ระดับวรรณกรรมวิจิตรศิลป์ชั้นเลิศที่สามารถเร้าให้ผู้เสพงานนี้บังเกิดฉันทะในการศึกษาใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ปฏิวัติฝรั่งเศส ซึมซาบไปกับลายเส้นมังงะสตรีอันพริ้วไหว ผสมผสานไปกับการสร้างบุคลิกตัวละครได้ซับซ้อนมีมิติ ร่วมกับการดื่มด่ำไปกับดนตรีประกอบที่สรรค์สร้างได้ไพเราะลงตัว
[1] เตียง ศิริขันธ์ และ จำรัส สุขุมวัฒนะ, หัวใจปฏิวัตรในฝรั่งเศส, พ.ศ.2489. (โรงพิมพ์การพิมพ์พาณิชย์), น.คำนำ.
[2] Oscar François de Jarjayes ดู https://en.wikipedia.org/wiki/Oscar_Fran%C3%A7ois_de_Jarjayes
[3] Riyoko Ikeda ดู https://www.ladyoscar.com/riyoko-ikeda และติดตามเว็บไซต์ทางการของผู้ประพันธ์ http://www.ikeda-riyoko-pro.com/
[4] อ่านบทสัมภาษณ์ใน Artistic Revolution ดู https://www.americanclubtokyo.com/index.php/en/intouch-magazine/item/1625-artistic-revolution
[5] Anan, Nobuko (2014) The Rose of Versailles: Women and Revolution in Girl’s Manga and the Socialist Movement in Japan. Journal of Popular Culture 47 (1), pp.41-63 และ ดู นฤมล ปิ่นโต, กุหลาบแวร์ซายส์ การแหกกฎทางเพศ ชนชั้น และอำนาจการปกครอง ที่ตรึงใจผู้ท่านทั่วโลกกว่า 4 ทศวรรษ, วารสารศาสตร์ มกราคม-เมษายน พ.ศ.2559, น.276-283.
[6] Year 24 Group ดู https://en.wikipedia.org/wiki/Year_24_Group
[7] The Hundred-Year History of the Takarazuka Revue ดู Official Website https://kageki.hankyu.co.jp/english/history/index.html
[8] ดูประชาสัมพันธ์โชว์ล่าสุด พ.ศ.2567 https://www.ladyoscar.com/takarazuka
[9] Udeda Shinji, The Rose of Versailles: A Takarazuka Grand Romantic Play, The Columbia Anthology of Modern Japanese Drama, Columbia University Press 2014, p.665.
[10] Lady Oscar (film) ดู https://en.wikipedia.org/wiki/Lady_Oscar_(film)
[11] รายละเอียดเพลงนี้ ดู https://remywiki.com/Bara_wa_utsukushiku_chiru
[12] ดูต้นฉบับเพลงเปิดพร้อมภาพประกอบใน https://www.youtube.com/watch?v=stjvK1jUp0g และฟังฉบับยาว (รวมเพลงตอนจบ) https://www.youtube.com/watch?v=ce2db5hGXuA เพลงนี้ยังถูกนำมาคัฟเวอร์ในเวอร์ชั่น J-Rock โดยวง KAMIJO https://www.youtube.com/watch?v=TeU2eAd2Gfc
[13] Udeda Shinji, The Rose of Versailles: A Takarazuka Grand Romantic Play, The Columbia Anthology of Modern Japanese Drama, Columbia University Press 2014, p.665.
[14] The Window of Orpheus ดู https://en.wikipedia.org/wiki/The_Window_of_Orpheus
[15] คาเมนไรเดอร์ (ละครชุดทางโทรทัศน์) ดู https://th.wikipedia.org/wiki/คาเมนไรเดอร์_(ละครชุดทางโทรทัศน์)
[16] อุลตร้าแมน ดู https://th.wikipedia.org/wiki/อุลตร้าแมน
[17] จัมโบ้เอ ดู https://th.wikipedia.org/wiki/จัมโบ้เอ
[18] อคูไมเซอร์ 3 ดู https://th.wikipedia.org/wiki/อคูไมเซอร์_3
[19] ขบวนการไฟฟ้า เด็นจิแมน ดู https://th.wikipedia.org/wiki/ขบวนการไฟฟ้า_เด็นจิแมน
[20] Masako Natsume ดู https://en.wikipedia.org/wiki/Masako_Natsume
[21] Monkey (TV series) ดู https://en.wikipedia.org/wiki/Monkey_(TV_series) และ เพลงนำ Monkey (TV Series) Opening Song (Monkey Magic) ดู https://www.youtube.com/watch?v=J-SUoHmpRdM
[22] กัมบาเระ!! โรโบคอน ดู https://th.wikipedia.org/wiki/กัมบาเระ!!_โรโบคอน
[23] เกรทมาชินก้า ดู https://th.wikipedia.org/wiki/เกรทมาชินก้า
[24] เก็ตเตอร์โรโบ ดู https://th.wikipedia.org/wiki/เก็ตเตอร์โรโบ
[25] Chōdenji Robo Combattler V ดู https://en.wikipedia.org/wiki/Ch%C5%8Ddenji_Robo_Combattler_V
[26] เกรนไดเซอร์ ดู https://th.wikipedia.org/wiki/เกรนไดเซอร์
[27] The Adventures of Hutch the Honeybee ดู https://en.wikipedia.org/wiki/The_Adventures_of_Hutch_the_Honeybee
[28] แคนดี้ แคนดี้ สาวน้อยจอมแก่น ดู https://th.wikipedia.org/wiki/แคนดี้แคนดี้สาวน้อยจอมแก่น
[29] Sirirat Soonsakul, คำสารภาพของ นิดา บนถนนสายนักแปลยอดนิยม : นักแปลรางวัลสุรินทราชา คนล่าสุด เผยเคล็ดลับ หลักการแปลที่จะทำให้คนอ่านติดหนึบชนิดหลงเสน่ห์ ดู https://praphansarn.com/home/content/922
[30] นิดา (นามแฝง), คำสารภาพ ของ มารี อังตัวแนตต์, พ.ศ.2516, (โรงพิมพ์เฟื่องอักษร).
[31] นิดา (นามแฝง), คำสารภาพ ของ มารี อังตัวแนตต์, พ.ศ.2518, (เจริญรัตน์การพิมพ์).
[32] นริศ จรัสจรรยาวงศ์, “พวกพี่ ๆ” ผู้มาก่อนกาล คณะ ร.ศ.130 ใน 2475 ราสดรส้างชาติ, พ.ศ.2566, (มติชน), น.2-88.
[33] ส.พลายน้อย, เล่าเรื่องนักเขียนดังในอดีต 2, พิมพ์ครั้งแรก 2548,(คอหนังสือ),น.39.
[34] ศรียาตรา (นามแฝง โกย วรรณกุล),พระนางมารีอังตัวเนท,พ.ศ.2512,(แพร่วิทยา).
[35] Hotta Junji, 50 Years of “The Rose of Versailles” and Its Enduring Themes of Timeless Love and Female Empowerment ดู https://www.nippon.com/en/japan-topics/g02080/