TUอัพเป้ารายได้ใหม่โต5% อัดงบ4.5พันล.ขยายลงทุน
#TU #ทันหุ้น – TU ปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี2567 เป็นโต 5% จากปีก่อน อานิสงส์ธุรกิจทุกกลุ่มโตเด่น แถมส่งซิกผลงานครึ่งปีหลังแจ่มเข้าช่วงฤดูกาลขาย ผู้บริหารสั่งเดินหน้าอัดงบลงทุน 4-4.5 พันล้านบาท เสริมแกร่งธุรกิจรอบด้าน ปูทางโกยเงินระยะยาว ฟากโบรกปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 18.50 บาท มองผลงานโตต่อเนื่อง ปัจจัยพื้นฐานแกร่ง
นางสาวภิญญดา แสงศักดาหาญ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการเป้าหมายรายได้ปี2567 เป็นเติบโตราว 5% จากเดิมที่วางไว้ขยายตัว 3-4% เมื่อเทียบกับปี 2566 หลังช่วงครึ่งแรกปีนี้ธุรกิจมีรายได้แล้วราว 6.9 หมื่นล้านบาท ประกอบมองในช่วงที่เหลือปีนี้ธุรกิจในทุกกลุ่มยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
สำหรับทิศทางการดำเนินงานครึ่งหลังปี 2567 ทาง TU ประเมินว่ายังดีขึ้นต่อเนื่องจากครึ่งแรกปีนี้ เพราะเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูกาลขายของธุรกิจอาหารและอาหารแช่แข็ง นอกเหนือ จากธุรกิจในส่วนอื่นๆ ที่ดีขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่งบลงทุนปี 2567 บริษัทตั้งไว้ราว 4-4.5 พันล้านบาท รองรับการขยายธุรกิจทุกกลุ่มของบริษัท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสนับสนุนการเติบโตในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น โดยทาง TU มีแผนในการเสริมความแข็งแกร่งในการขยายอัตรากำไรของกลุ่มต่างๆ อาทิ การเสริมมาตรการแผนคุ้มครองกำไรเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ปฏิบัติตามนโยบายทางการเงินและป้องกันความเสี่ยงเพื่อลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ติดตามตรวจสอบสภาพแวดล้อม ความท้าทายในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกที่กำลังเผชิญอยู่และการใช้จ่ายของผู้บริโภคในตลาดหลักของบริษัท หวังสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
*เป้าหมายใหม่ 18.50 บาท
ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น TU และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น18.50 บาท จากเดิมที่วางไว้ระดับ 18.00 บาท หลังล่าสุดทางTU รายงานกำไรปกติในไตรมาส 2/2567 ที่1.4 พันล้านบาท เติบโตสูงถึง 60% จากไตรมาสก่อนหน้า และสูงกว่าตลาดคาด +16%
ทั้งนี้ การเติบโตดังกล่าวมาจากยอดขายโดยรวมโต6% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงยังดีต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งที่กลับมาโต5% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังมีการสั่งซื้อก่อนช่วงฤดูกาล
ขณะเดียวกันในแง่อัตรากำไรขั้นต้น(GPM) สูงในรอบ 3 ปีอยู่ที่ 18.5% เนื่องจากได้ผลบวกจาก GPM ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงทำสถิติสูงสุดใหม่ และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปกลับมาดีขึ้น +230bps จากไตรมาสก่อนหน้า ผลจากราคาขายฟื้นตัว แต่ปัจจัยเหล่านี้ถูก Offset บางส่วนจากSG&A สูงขึ้นจากค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาโครงการและค่าใช้จ่ายการตลาด
*ประมาณการกำไรเพิ่ม
อย่างไรก็ดี จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ทางฝ่ายวิเคราะห์ปรับกำไรปกติปี2567 ขึ้น +8% เป็น 5.3 พันล้านบาท เติบโต 6% จากปี 2566 เนื่องจากการปรับสมมติฐานรายได้และGPM ขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินใหม่ของบริษัท สำหรับไตรมาส3/2567 ฝ่ายวิเคราะห์เบื้องต้นประเมินกำไรปกติจะดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยปัจจัยฤดูกาล รวมถึงราคาขายธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปสูงขึ้น
ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบรับภาพรวมธุรกิจของ TU ที่ดีขึ้นต่อเนื่อง และฝ่ายวิเคราะห์มองว่าผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/2567และแนวโน้มครึ่งหลังปี 2567 จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
นอกจากนี้มี Catalyst จากการทยอย Ramp Up ของโรงงานใหม่ ขณะที่ล่าสุดราคาทูน่าเดือนกรกฎาคม 2567 ยังอยู่ในระดับ ทรงตัวมากขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1,580 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ทำให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้เป็นอย่างดี รวมทั้งทาง TU ยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็ง ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนหุ้น TU ต่อไป
ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/
TELEGRAM คลิกhttps://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?/