โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

การกลับมาของ 'พ่อค้าความตาย' วิกเตอร์ บูท นายหน้าจัดอาวุธรัสเซียให้กลุ่ม'ฮูตี'

The Better

อัพเดต 08 ต.ค. 2567 เวลา 03.46 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2567 เวลา 03.38 น. • THE BETTER

ชื่อของ วิกเตอร์ บูท (Viktor Bout) เคยทำให้ประเทศไทยเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกเมื่อ 16 ปีก่อน ตอนที่เขาถูกจับกุมตัวที่กรุงเทพฯ ในปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับฝ่ายไทยเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2551 ตามหมายจับของตำรวจสากล ด้วยข้อหาขนส่งอาวุธสงครามให้กับขบวนการค้ายาเสพติดในโคลอมเบีย ต่อมาศาลอุทธรณ์ไทยมีคำสั่งให้ส่งตัว วิกเตอร์ บูท ไปดำเนินคดีที่สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2553 แต่การจับตัวและส่งตัว วิกเตอร์ บูท ในครั้งนั้นเกือบจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียต้องสั่นคลอนไป เพราะมันเกี่ยวข้องกับการเมืองระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ และการสั่นคลอนอิทธิพลของ วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการค้าอาวุธของเขาและการแผ่อิทธิพลของรัสเซียผ่านการค้านี้

เบื้องหลังของ วิกเตอร์ บูท คือสถานะการเป็นพ่อค้าอาวุธ เป็นผู้ผลิตอาวุธ เขาใช้บริษัทต่างๆ ของเขาในการลักลอบขนอาวุธจากยุโรปตะวันออกไปยังแอฟริกาและตะวันออกกลางในช่วงทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000 จนได้รับฉายาว่า "พ่อค้าความตาย" (Merchant of Death)

วิกเตอร์ บูท เคยรับราชการในกองทัพโซเวียตมาก่อน แต่ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับอาชีพทหารของเขา ยกเว้นว่าเขาสำเร็จการศึกษาจากสถาบันภาษาต่างประเทศของกองทัพโซเวียต เขาสามารถพูดได้หลายภาษาและเชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศ 5 ภาษา ได้แก่ โปรตุเกส อังกฤษ ฝรั่งเศส อาหรับ และเปอร์เซีย ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นทักษะสำคัญในการติดต่อทำธุรกิจอาวุธกับประเทศและกลุ่มต่างๆ ทั่วโลก

และการที่เขาเคยเป็นอดีตสมาชิกกองทัพโซเวียต ทำให้ วิกเตอร์ บูท สามารถเข้าถึงการซื้ออุปกรณ์ทางทหารส่วนเกินของยุคโซเวียตเพื่อนำไปขายยังประเทศและกลุ่มต่างๆ ที่ทำสงครามกัน โดยเฉพาะในแอฟริกา ความเจนจัดในเรื่องการค้าใต้ดินของเขา ทำให้เขาได้รับฉายาว่า "มือปราบการคว่ำบาตร" เนื่องมาจากเขามีส่วนสนับสนุนการละเมิดการคว่ำบาตรอาวุธของสหประชาชาติในประเทศทางแอฟริกาตะวันตก ได้แก่ แองโกลา ไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

นอกจากนี้ วิกเตอร์ บูท ยังบินไปอัฟกานิสถานบ่อยครั้งในช่วงทศวรรษที่ 90 และต้นทศวรรษที่ 2000 โดยอาจมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มตอลิบานและอัลกออิดะห์ และเขายังอาจเกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมืองหลังการล่มสลายของยูโกสลาเวียอีกด้วย แต่ที่สำคัญคือ ในช่วงทศวรรษที่ 2000 สงครามต่อต้านการก่อการร้ายได้ระเบิดขึ้น และเขาอาจได้รับผลกำไรมหาศาลจากการจัดหาอาวุธให้กลุ่มเหล่านี้เช่น มีรายงานว่าเครือข่ายของเขาจัดส่งขีปนาวุธพื้นสู่อากาศไปยังเคนยาให้กับกลุ่มอัลกอดะห์เพื่อใช้โจมตีเครื่องบินโดยสารของอิสราเอลระหว่างขึ้นบินในปี 2545

มีรายงานว่ามีคนเห็น วิกเตอร์ บูท พบปะกับเจ้าหน้าที่ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนระหว่างช่วงก่อนสงครามเลบานอนในปี 2549

การค้าความตายเหล่านี้ ทำให้ วิกเตอร์ บูท ตกเป็นเป้าการจับกุมของประเทศต่างๆ เช่น เบลเยี่ยม ไปจนถึงสหรัฐฯ ที่ประสานงานไปยังตำรวจสากล จนกระทั่ง สหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการระยะยาวเพื่อจับตัวเขาโดยอาศัยหมายจับของตตำรวจสากล จนกระทั่งจับตัวได้ที่ไทยโดยตรวจไทย และในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 วิกเตอร์ บูท ถูกส่งตัวจากประเทศไทยไปยังสหรัฐอเมริกา โดยมีการประท้วงจากรัฐบาลรัสเซียที่ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และกล่าวว่าการตัดสินของศาลไทยนั้นมีแรงจูงใจทางการเมือง ส่วนในไทยเองก็มีการถกเถียงกันว่าปฏิบัติการนี้ทำให้ไทยตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของสหรัฐฯ เพื่อบ่อนทำลายรัสเซียหรือไม่?

หลังจากถูกจับได้ที่ไทยแล้ว ต่อมาในปี 2554 วิกเตอร์ บูท ถูกตัดสินโดยคณะลูกขุนที่ศาลรัฐบาลกลางในแมนฮัตตันในข้อหาสมคบคิดเพื่อสังหารพลเมืองและเจ้าหน้าที่อเมริกัน ส่งมอบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน และให้ความช่วยเหลือองค์กรก่อการร้าย เขาถูกตัดสินจำคุกขั้นต่ำ 25 ปี ตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2565 วิกเตอร์ บู ถูกคุมขังที่เรือนจำสหรัฐอเมริกาในเมืองแมเรียน

แต่ในปี 2565 เขาได้รับการปล่อยตัวจากการแลกเปลี่ยนนักโทษกับ บริตตานีย์ ไกรเนอร์ (Brittney Griner) นักบาสเก็ตบอลหญิงชาวอเมริกัน ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 9 ปีในเดือนสิงหาคม 2022 ในข้อหานำน้ำมันกัญชา 0.7 กรัมเข้าไปในรัสเซีย โดยรวมแล้ว วิกเตอร์ บูท รับโทษจำคุก 10 ปีในสหรัฐฯ ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวในเดือนธันวาคม 2565

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2565 วิกเตอร์ บูท ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว RT ของรัสเซียโดยเขาได้กล่าวว่าเขาไม่คิดว่าเขามีความสำคัญต่อการเมืองของรัสเซีย แต่ต่อมา วิกเตอร์ บูท ได้เข้าร่วมพรรคเสรีประชาธิปไตยแห่งรัสเซีย (LDPR) และเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2566 วิกเตอร์ บู ได้รับการเสนอชื่อให้ลงสมัครชิงที่นั่งในสภานิติบัญญัติของเขตอุลยานอฟสค์ในฐานะสมาชิกของ LDPR ซึ่งในท้ายที่สุดเขาก็ได้รับชัยชนะ

แต่ชื่อของ วิกเตอร์ บูท วัย 57 ปี ได้รับความสนใจอีกครั้งในระดับการเมืองโลก โดยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2567 The Wall Street Journal สื่อของสหรัฐฯ รายงานว่าวิกเตอร์ บูท ได้กลับมาค้าอาวุธอีกครั้งและกำลังหารือกับกลุ่มฮูตี เกี่ยวกับการขายอาวุธขนาดเล็กสำหรับใช้โจมตีการเดินเรือในทะเลแดงของกลุ่มนี้ โดยเชื่อว่าเขากลัมาค้าอาวุธอีกครั้ง โดยได้รับความยินยอมจาก วลาดิมีร์ ปูติน โดยมีเงื่อไขว่า หากข้อตกลงด้านอาวุธกับกลุ่มฮูตีขัดต่อผลประโยชน์ของรัสเซีย รัสเซียก็จะควบคุมเขาไว้

The New York Times รายงานว่า รัสเซียได้พยายามทำข้อตกลงด้านอาวุธกับกลุ่มฮูตีหลายครั้ง และการเจรจาระหว่าง วิกเตอร์ บูท กับกลุ่มฮูตีไม่ได้เป็นเพียงข้อตกลงเดียวที่อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่อาจเป็นข้อตกลงที่อาจส่งอาวุธขนาดเล็กให้กับกลุ่มฮูตี โดยที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายตะวันตกเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัสเซียและผู้ค้าอาวุธรายอื่นๆ มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อตกลงที่อาจจะส่งขีปนาวุธจากรัสเซียไปยังกลุ่มฮูตี

The New York Times ชี้ว่า "อาวุธที่ทันสมัยและแม่นยำยิ่งขึ้นในมือของกลุ่มฮูตีจะทำให้พวกเขาสามารถโจมตีอิสราเอลได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และโจมตีเรือในทะเลแดงได้" ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่จับตากันว่าอาวุธเหล่านี้จะถูกจัดหาให้โดย วิกเตอร์ บูท จริงหรือไม่? และหากเป็นจริงจะมีแสนยานุภาพขนาดไหน?

เบื้องต้นนั้น เจ้าหน้าที่ตะวันตกที่เปิดเผยเรื่องนี้กล่าวว่ายังไม่มีการเคลื่อนย้ายอาวุธหรือขีปนาวุธใดๆ แต่ วิกเตอร์ บูท ยังคงประสานงานข้อตกลงกับกลุ่มฮูตีอยู่

เจ้าหน้าที่เชื่อว่า รัฐบาลรัสเซียกำลังดำเนินการอย่างช้าๆ และกำลังส่งสารถึงตะวันตกด้วยการเจรจากับกลุ่มฮูตี เจ้าหน้าที่ตะวันตกกล่าวว่าหากอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือสหรัฐฯ อนุมัติการโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลมายังรัสเซียโดยยูเครน รัสเซียก็มีแนวโน้มที่จะทำข้อตกลงกับกลุ่มฮูตีให้เสร็จสิ้น "ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การยกระดับความตึงเครียดที่มุ่งกดดันตะวันตกโดยไม่ทำให้รัสเซียปะทะโดยตรงในสงครามกับสหรัฐฯ" จากการระบุของ The New York Times

โดยสรุปแล้ว เจ้าหน้าที่ตะวันตกเชื่อว่าการที่มีชื่อของ วิกเตอร์ บูท ไปเกี่ยวข้องกับ ฮูตี และการเจรจาใหญ่กว่านี้กับกลุ่มฮูตีโดยรัสเซียเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัสเซียมที่จะเพิ่มความตึงเครียด หากสหรัฐและพันธมิตรให้การสนับสนุนยูเครนมากขึ้น

หลังจากที่ชาติตะวันตกสนับสนุนอาวุธให้กับยูเครนทำการโจมตีรัสเซียมากขึ้น จนถึงกับที่รัสเซียต้องออกปากเตือนว่าห้ามมีอาวุธตะวันตกล้ำเข้ามาในดินแดนของรัสเซีย ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายตะวันตกที่เปิดเผยเรื่อง วิกเตอร์ บูท กับสื่อจึงชี้ว่า รัสเซียจึงกำลังพิจารณาทำการสงครามในวงกกว้างขึ้นโดยการช่วยเหลือกลุ่มต่างๆ ที่เป็นปฏิปักษ์กับตะวันตก เช่น กลุ่มฮูตี หากรัฐบาลสหรัฐฯ ยกเลิกข้อจำกัดการใช้อาวุธที่ผลิตในอเมริกาให้ยูเครนใช้โจมตีรัสเซีย

*Photo - วิกเตอร์ บูท เข้าร่วมการประชุมก่อนการเลือกตั้งของพรรค LDPR ในมอสโกเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 (ภาพโดย NATALIA KOLESNIKOVA / AFP)*

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...