“การที่ท่าน ว. ไปรับนิมนต์มันไม่ผิดหรอก… แต่สิ่งที่ท่านทำแล้วมันน่ารังเกียจ คือท่านไปเที่ยวพูดอุดหนุนบริษัทแบบนี้ ที่มันเป็นการชักชวนมีคนไปลงทุนแบบนี้”
ภายหลังจากที่หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ผู้ดำเนินรายการโหนกระแส ออกรายการในตอนหนึ่ง ซึ่งมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การบรรยายของ ว. วชิรเมธี ให้แก่คณะผู้บริหารดิไอค่อน ทำให้ ว. วชิรเมธี ออกมาวิจารณ์ หนุ่ม-กรรชัยผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่าอย่าทำตัวเป็นศาลเตี้ย ก่อนที่จะลบโพสต์ดังกล่าวไป
แพรี่-ไพรวัลย์ วรรณบุตร นักเขียน นักแสดง และอดีตพระภิกษุชื่อดัง โพสต์คลิปวีดีโอเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2567 โดยมีแคปชั่นว่า “ดิฉันอาจจะพูดในสิ่งที่ท่านวอไม่อยากจะฟังนะคะ” และกล่าววิจารณ์กรณีที่ ว. วชิรเมธี ออกมาวิจารณ์หนุ่ม-กรรชัยเช่นนั้นว่า หนังสือของ ว. วชิรเมธีนั้นเป็นการเล่นสำบัดสำนวน แสดงความไม่พอใจหนุ่ม-กรรชัยแบบอ้อม ๆ โดยอ้างว่าเป็นการกล่าวพูดกันฉันศิษย์
ซึ่งถ้าหาก ว. วชิรเมธีต้องการจะกล่าวกับหนุ่ม-กรรชัยแบบศิษย์-อาจารย์จริง ก็ควรจะพูดกันเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่เอามาโพสต์ในเพจของตัวเอง ที่มีผู้ติดตาม 6 ล้านคน เพื่อให้คน 6 ล้านคนได้เห็น
แพรี่วิจารณ์ ว.วชิรเมธีว่ามีคำหลายคำที่พระไม่ควรจะใช้ ตัวอย่างเช่นคำว่า “ฆาตกรต่อเนื่อง” นั้นหมายความว่าอย่างไร และ ว. วชิรเมธีเองก็เคยใช้คำที่ไม่เหมาะสมอยู่หลายครั้ง เช่น “ฆ่าเวลา บาปไม่น้อยกว่าฆ่าคน” “อร่อยจนลืมกลับวัด” และในครั้งนี้ก็ยังมาพูดว่า “ถ้าอยากรวยก็ต้องดิไอคอนแล้ว”
“ท่าน ว. ก็ไม่สำเหนียกตัวเองเหมือนกัน หลายคําที่ตัวเองพูดนั้นควรสำเหนียกบ้าง หาน้ำใส่บาตรชะโงกดูหน้าตัวเองบ้าง ไม่ต้องมาพูดแบบสำนวนหรอก อันนี้พูดแบบตรงไปตรงมาแบบกัลยาณมิตรเลย แล้วเคสเนี้ยท่านก็ควรจะออกมายอมรับให้มันอย่างตรงไปตรงมา ดิฉันก็พูดไปแล้วดิฉันไม่อยากจะพูดฉันก็อุตส่าห์ปกป้องท่าน
และชั้นก็บอกว่า การที่ท่านจะไปรับนิมนต์ มันไม่ผิดหรอก ดิฉันเห็นด้วยนะ ไปรับนิมนต์ไปถือตาลปัตร ดิฉันไม่ว่าหรอก แต่สิ่งที่ท่านทำแล้วมันน่ารังเกียจคือ ท่านไปเที่ยวพูดอุดหนุนบริษัทแบบนี้ ที่มันเป็นการชักชวนมีคนไปลงทุนแบบนี้” แพรี่กล่าว
แพรี่กล่าวต่อว่า ว. วชิรเมธีไม่ได้ฉลาดไปเสียทุกเรื่อง เป็นพระถือบาตรออกบิณฑบาตขอข้าวฆรวาสกิน แต่การที่ไปพูดเรื่องธุรกิจนั้น มีความรู้เรื่องธุรกิจหรือไม่ ในเมื่อเป็นพระแล้วจะไปสอนเรื่องธุรกิจได้อย่างไร
นอกจากนี้ แพรี่ยังกล่าวด้วยว่าสิ่งที่หนุ่ม-กรรชัยทำลงไปนั้น เป็นการช่วยเหลือชาวบ้านที่ขายของไม่ได้ และอาจจะจบชีวิตของตัวเองลงไป “ท่าน ว. เคยรับรู้ถึงชาวบ้านตาดำ ๆ ไหม? ไม่ใช่วัน ๆ ไปนั่งเทศน์ในห้องแอร์กับพวกหน้าม้าบริษัท” ก่อนที่จะตั้งข้อเรียกร้องทิ้งท้ายให้ ว. วชิรเมธีออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างตรงไปตรงมา