โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไทตาด” ชาติพันธุ์(ใกล้) ถูกลืม มีร่องรอยอพยพจากแคว้นสิบสองปันนา ขึ้นฝั่งแม่น้ำโขงนครพนม

77kaoded

เผยแพร่ 15 พ.ค. 2565 เวลา 13.19 น. • 77 ข่าวเด็ด

“ไทตาด” ชาติพันธุ์(ใกล้) ถูกลืม มีร่องรอยอพยพจากแคว้นสิบสองปันนา ขึ้นฝั่งแม่น้ำโขงนครพนม สภาวัฒนธรรมฯ เตรียมชำระประวัติศาสตร์เป็นชนเผ่าที่ 9 ของจังหวัด

https://youtu.be/MUrJelsNM1o

“ไทตาด” เป็นชาติพันธุ์เล็กๆที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครพนม แต่ไม่มีใครรับรู้มาก่อนเลยว่ามีกลุ่มชาติพันธุ์นี้อยู่ในจังหวัดนครพนม และจากการค้นคว้าประวัติของชนเผ่าไทตาด ตลอดจนคำบอกเล่าของกลุ่มนักปราชญ์ประจำชุมชน ได้คัดลอกประวัติจากใบลาน พบว่าไทตาดเป็นกลุ่มชนที่มีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่แคว้นสิบสองปันนา มลฑลยูนนาน ประเทศจีน และได้อพยพหนีภัยจากประเทศจีนมาอยู่ในประเทศพม่า(เมียนมา) ภายหลังเกิดความขัดแย้งกับกลุ่มชนพม่า จึงโยกย้ายครอบครัวล่องมาตามลำแม่น้ำโขงเข้าสู่เมืองหลวงพระบาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ก่อนจะเคลื่อนย้ายมาถึงเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว โดยตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านผาตาด เมืองยมราช

หลังจากนั้นราว 30 ปีชาวไทตาดได้พากันข้ามแม่น้ำโขงขึ้นที่ฝั่งไทย บริเวณท่าน้ำวัดโอกาส เขตเทศบาลเมืองนครพนมในปัจจุบัน และได้แยกย้ายกันออกไปตั้งบ้านเรือนเพื่อประกอบอาชีพ โดยไทตาดกลุ่มใหญ่ตั้งชุมชนอยู่ที่ ต.บ้านผึ้ง ส่วนหนึ่งแยกไปอยู่บ้านหนองบัว ต.นาราชควาย อีกส่วนหนึ่งไปตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านนาคำกลาง ต.นาทราย โดยทั้ง 3 หมู่บ้านทั้งหมดตั้งอยู่ในเขต อ.เมืองนครพนม และยังมีอีกส่วนหนึ่งที่แยกไปอยู่ ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม

จังหวัดนครพนม ปัจจุบันได้ยอมรับกลุ่มชาติพันธุ์ลุ่มน้ำโขงรวม 8 ชนเผ่า ได้แก่ 1.เผ่าผู้ไท (ภูไท) 2.ญ้อ(ย้อ) 3.แสก 4.กะเลิง 5.โส้(โซ่) 6.ข่า 7.ไทยลาว (ไทยอีสาน) และ 8.เผ่าไทยกวน นอกจากนี้ยังมี 2 เชื้อชาติรวมอยู่ด้วย คือ จีน เวียดนาม

กลุ่มชนเผ่าไทตาดแม้จะมีการค้นพบในเวลาไล่เลี่ยกับชนเผ่าอื่นๆในลุ่มแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนม แต่เหมือนถูกทอดทิ้งและกำลังจะถูกลืมเลือนไปกับกาลเวลา ทั้งที่มีเรื่องราวสืบสานประเพณีจากรุ่นสู่รุ่น และมีนักวิชาการเข้ามาศึกษาประวัติศาสตร์ ค้นหาร่องรอยหลายชุด รวมระยะเวลาแล้วนับสิบปี แต่ทุกอย่างเหมือนย่ำอยู่กับที่ ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวไทตาดที่รู้ประวัติชาติพันธุ์ของตนก็เริ่มล้มหายตายจาก ประกอบกับศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมถูกศิลปะสมัยใหม่เข้ามากลืนกิน ความเป็นชนเผ่าโบราณก็เริ่มสูญหายไปทีละน้อยๆ

ล่าสุด เกิดมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เมื่อพระราชสิริวัฒน์หรือเจ้าคุณเพชร เจ้าคณะจังหวัดนครพนม(มหานิกาย)/เจ้าอาวาสวัดสว่างสุวรรณาราม เขตเทศบาลเมืองนครพนม ผู้มีเชื้อสายชนเผ่าไทตาด ไม่ยอมให้ชาติพันธุ์นี้สาบสูญไปกับกาลเวลา ได้ปรารภกับผู้ใกล้ชิด ว่า ต้องการให้มีการชำระประวัติศาสตร์ของชนเผ่าไทตาดอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที ดังนั้น ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล วันที่ 15 พฤษภาคม 2565 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา เจ้าคุณเพชรถือฤกษ์มหามงคลวางศิลาฤกษ์สร้างพระธาตุแสงนคร โดยนำนางรำชนเผ่าไทตาดกว่า 120 ชีวิต จัดแสดงชุดฟ้อนรำบูชาพระธาตุ อันเป็นวิถีชีวิตของชนเผ่าไทตาดที่แสดงออกถึงการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงการบ่งบอกถึงวิถีชีวิตที่สืบทอดมาแต่โบราณ เพื่อบอกเป็นนัยๆว่า ในนครพนมยังมีชนเผ่าไทตาดที่ยังรอการขึ้นทำเนียบเป็นชนเผ่าที่ 9 ประจำจังหวัดอยู่

ขณะเดียวกัน นายคมสิน ศรีมานะศักดิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม ได้มีแนวคิดเช่นเดียวกับเจ้าคุณเพชร ถึงขั้นนำงานวิจัยเชิงสำรวจ คุณภาพ ด้านนิเวศวัฒนธรรม เรื่อง”ไทตาด ความหลากหลายทางชีว-ชาติพันธุ์ที่ลุ่มน้ำโขงนครพนม” โดยอาจารย์ธันวา ใจเที่ยง หัวหน้าชุดโครงการศึกษาเพื่อการพัฒนากลุ่มชน 2 ฝั่งโขง ถ่ายเอกสารงานวิจัยดังกล่าว เผยแพร่สู่ภายนอกได้รับรู้ถึงความเป็นมาของชนเผ่าไทตาด และเตรียมเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์หลากหลายสาขา เข้าร่วมชำระประวัติศาสตร์ เพื่อสืบหาร่องรอยชนเผ่าไทตาด โดยจะกำหนดวันที่แน่ชัดอีกทีในปลายเดือน พค.นี้ โดยมีนายทองเย็น สุดทะมา รองนายก อบต.บ้านผึ้ง เป็นผู้ร่วมประสานปราชญ์ชาวบ้านตลอดจนผู้รู้ประวัติความเป็นมาในพื้นที่

ความเป็นชาติพันธุ์ไทตาด ภาษาก็ถือเป็นจุดเด่นของชาวไทตาด โดยจัดอยู่ในกลุ่มภาษาไท-กะได(Tai-Kadai) ซึ่งเป็นภาษาไทยตระกูลหนึ่ง และถือเป็นกลุ่มชนที่ใช้ภาษาที่มีรากศัพท์เช่นเดียวกับคำในภาษาถิ่นอื่นๆ ทั่วไป โดยมีสำเนียงเอียงไปทางชาวไทญ้อ,ลาว และผู้ไท แต่มีเอกลักษณ์พิเศษตรงคำลงท้ายมักจะมีคำว่า “เห้อ” ตามหลังเสมอ เช่น “ไปไสเห้อ” “มาแต่ได๋เห้อ” นอกจากนี้ในภาษาชาวไทตาด ยังใช้อักษรควบ เช่น “คว” “ขว” เหมือนในภาษาราชการในปัจจุบันอีกด้วย อย่างคำว่า “ขวา” ในภาษาอีสานกลุ่มอื่นมักใช้คำว่า “ขัว” แต่ภาษาไทตาดใช้คำว่า “ขวา” อย่างชัดถ้อยชัดคำ เป็นต้น

ประเพณีการละเล่นที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ “การลงข่วง” ที่ฝ่ายหญิงจะเป็นคนเข็นฝ้าย(ปั่นฝ้าย) และฝ่ายชายจะเข้ามาพูดคุยในยามกลางคืน เป็นการเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้พูดเกี้ยวเป็นผญาเกี้ยวสาว อันเป็นถ้อยคำและกิจกรรมคนหนุ่มสาวของชาวอีสาน ชาวบ้านกล่าวว่าเป็นประเพณีดั้งเดิมประจำหมู่บ้าน หลังการตั้งบ้านเรือนในแถบจังหวัดนครพนมแล้ว

นอกจากนี้ยังมีการละเล่น”ตาดกินดอง(งานแต่งงาน)” รวมถึงประเพณีกินดองที่ไม่มีใครเหมือน และประเพณีการเลี้ยงผีใหญ่ โดยจะจัดขึ้น 3 ปีต่อหนึ่งครั้ง มีกว้านจ้ำ(ผู้นำการบวงสรวง สังเวยผี และเทวดาประจำหมู่บ้านหรือผีปู่ตาเป็นผู้ช่วยสื่อสารระหว่างคนกับผี ฯ) เป็นผู้สื่อสารระหว่างลูกหลานชาวตาดกับบรรพชน ซึ่งในงานนั้นกลุ่มชนไทตาดไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใด จะต้องส่งเสบียงอาหาร หรือไม่ก็รวบรวมเงินทองมาช่วย มีส่วนร่วมในการจัดเลี้ยง จัดพิธี ในประเพณีและพิธีกรรมดังกล่าว

สำหรับประวัติ ต.บ้านผึ้ง ซึ่งเป็นถิ่นชุมชนชาวไทตาดที่ใหญ่สุด แต่เดิมชื่อบ้านโคกคำ ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นบ้านโคกดาวควัน เล่ากันว่าระหว่างนั้นได้เกิดสงครามทุ่งไหหินในพื้นที่ สปป.ลาว มีทหารไทยชื่อ”หลวงมน” ได้รับบาดเจ็บจากศึกสงครามนั้น และข้ามแม่น้ำโขงมาโดยได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านโคกดาวควัน ด้วยการนำตัวหลวงมนไปรักษาตัวในหมู่บ้านโคกดาวควัน ต่อมาบ้านโคกดาวควันจึงเปลี่ยนเป็นบ้านพึ่ง(หมายถึงการพึ่งพาอาศัย) และเพี้ยนภาษาเขียนมาเป็น”บ้านผึ้ง”ในที่สุด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...