โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Rare Earth ทรัพยากรแห่งโลกอนาคต ใครครองอำนาจ?

Finnomena

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2568 เวลา 11.30 น. • Finnomena Funds

รู้จัก Rare Earth แร่หายากแห่งโลกอนาคต หัวใจสำคัญของเมกะเทรนด์ ประเทศไหนผลิตได้มากที่สุด ถูกใช้ในอุตสาหกรรมอะไรบ้าง พร้อมแนะนำกองทุน Rare Earth ได้แก่ DAOL-RARE และ TRAREEARTH

เวลาพูดถึงทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ หลายคนอาจนึกถึงน้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ แต่ในศตวรรษที่ 21 มีวัตถุดิบอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกเรียกว่า “หัวใจลับของเทคโนโลยี” นั่นคือ Rare Earth หรือแร่หายาก

ถึงแม้จะมีชื่อว่าหายาก แต่จริง ๆ แล้วสามารถพบได้ทั่วไปในเปลือกโลก เพียงแต่การขุดและการแยกสกัดอาจทำได้ยากและมีต้นทุนสูง บวกกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงไม่ใช่ทุกประเทศจะสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ได้

Rare Earth พลังเงียบเบื้องหลังเทรนด์โลก

17 แร่ Rare Earth

17 แร่ Rare Earth

เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กังหันลมกลางทะเล หรือแม้แต่สมาร์ทโฟนในชีวิตประจำวัน ทั้งหมดนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้หากไม่มี Rare Earth และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้าก็อาจไม่ได้เกิดขึ้นรวดเร็วอย่างทุกวันนี้

ตัวอย่าง Rare Earth ที่สำคัญ

  • แม่เหล็กถาวร Neodymium-Iron-Boron (NdFeB) คือหัวใจที่ทำให้มอเตอร์ EV มีขนาดเล็กแต่ทรงพลัง และทำให้กังหันลมผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแม่เหล็กถาวรชนิดที่แข็งแกร่งที่สุดในเชิงพาณิชย์เท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน
  • Lanthanum (La) และ Cerium (Ce) อยู่เบื้องหลังหน้าจอที่คมชัด และกระบวนการผลิตแผงโซลาร์
  • Europium (Eu), Terbium (Tb), Praseodymium (Pr) เติมเต็มสีสันให้ LED และจอทีวี
  • ขณะที่ในอดีต แบตเตอรี่NiMH ของรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรก ๆ ก็ต้องพึ่ง Rare Earth เช่นกันมิติด้านความมั่นคง

ความสำคัญของ Rare Earth ไม่ได้จำกัดอยู่ในสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ยังลึกไปถึงเทคโนโลยีทางทหาร โดยเครื่องบินรบF-35 หนึ่งลำใช้แร่หายากกว่าหลายร้อยกิโลกรัม รวมถึงในระบบนำวิถีจรวด เรือดำน้ำ และเรดาร์ ล้วนต้องพึ่ง Rare Earth ทั้งสิ้น

นี่คือเหตุผลที่ ศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา (CSIS) เคยนิยามว่า Rare Earth เป็น “ทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์” เพราะการครอบครองหรือควบคุมห่วงโซ่อุปทานหมายถึงการได้เปรียบทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคง

จีน จักรพรรดิแห่ง Rare Earth

Rare Earth แร่หายาก

หากน้ำมันเคยถูกเรียกว่า “อาวุธยุทธศาสตร์” ของตะวันออกกลาง Rare Earth เองก็เป็น “อาวุธเงียบของจีน”

  • ปี 2024 จีนผลิต Rare Earth คิดเป็น เกือบ 70% ของโลก (ประมาณ 270,000 ตัน)
  • มีปริมาณสำรองราว 34% ของโลก (ประมาณ 44 ล้านตัน)
  • และที่สำคัญที่สุดคือ เกือบ 100% ของการแปรรูป Rare Earth หนักเกิดขึ้นในจีน

นั่นหมายความว่า ต่อให้ประเทศอื่นมีแร่ในดิน แต่ก็ยังต้องพึ่งจีนในขั้นตอนการสกัดและทำให้บริสุทธิ์

จีนยังเดินเกมครบวงจร ตั้งแต่เหมืองยักษ์ ไป๋หยันโอโบ (Baiyun Obo) การควบคุมโควตาการผลิต ปราบเหมืองเถื่อน ไปจนถึงการตั้งคลังสำรอง Rare Earth แบบเดียวกับที่โลกเคยเห็นในยุทธศาสตร์น้ำมัน

นี่คือเหตุผลที่ Rare Earth ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบ แต่เป็นเครื่องมือเจรจาในเกมภูมิรัฐศาสตร์ ที่จีนสามารถเปิด-ปิดก๊อกได้ตามสถานการณ์ จึงไม่แปลกที่สหรัฐฯ และยุโรปต่างกังวล และพยายามสร้างห่วงโซ่ทางเลือก

ประเทศอื่น ๆ พยายามไล่ตาม

  • สหรัฐฯ มีเหมือง Mountain Pass ในแคลิฟอร์เนียเป็นหัวหอก ผลิตได้ราว 45,000 ตันต่อปี ครองตำแหน่งผู้ผลิตอันดับ 2 ของโลก และกำลังเร่งลงทุนสร้างโรงงานแปรรูปเพื่อลดการพึ่งพาจีน โดยมีนโยบายเชิงรุกอย่างการตั้งกำแพงภาษี 25% กับแม่เหล็กแรร์เอิร์ธจากจีน (มีผลปี 2026) และท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลใหม่ที่ต้องการความมั่นคงของแร่ธาตุสำคัญ
  • เมียนมา ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตอันดับ 3 ของโลกด้วยกำลังการผลิต 31,000 ตันต่อปี และเป็นแหล่งสำคัญของ “แรร์เอิร์ธหนัก” (Heavy Rare Earths) ที่จีนต้องพึ่งพาถึง 70% อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมในเมียนมามีความเปราะบางสูงจากปัญหาเหมืองนอกระบบ และความไม่สงบทางการเมืองล่าสุดที่กองกำลังอิสระเข้ายึดพื้นที่เหมืองสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานของจีน

ออสเตรเลีย, ไทย และไนจีเรีย เป็นกลุ่มประเทศผู้ผลิตระดับกลางที่มีบทบาทน่าสนใจ ด้วยกำลังการผลิตเท่ากันที่ 13,000 ตันต่อปี

  • ออสเตรเลีย เดินเกมผ่านบริษัท Lynas และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีปริมาณสำรองในประเทศสูงเป็นอันดับ 4 ของโลกที่ 5.7 ล้านตัน
  • ไทย มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด และกำลังตอกย้ำบทบาทการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สำคัญจากการลงทุนของ BYD และมีโรงงานแปรรูปแม่เหล็กอยู่แล้ว
  • ไนจีเรีย กลายเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่น่าจับตาจากแอฟริกา และเพิ่งลงนามความร่วมมือกับฝรั่งเศสเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญ

กลุ่มยักษ์หลับ ประเทศที่มีปริมาณสำรองมหาศาล แต่ยังคงมีกำลังการผลิตในระดับต่ำด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน

  • รัสเซีย แม้จะมีแร่สำรองมากเป็นอันดับ 5 แต่ผลิตได้เพียง 2,500 ตัน และกำลังพยายามหาทางร่วมมือกับชาติตะวันตกเพื่อพัฒนาโครงการที่ล่าช้า
  • อินเดีย มีศักยภาพสูงจากแร่ชายหาด แต่ผลิตได้ 2,900 ตัน และกำลังพยายามยกระดับอุตสาหกรรมผ่านการเข้าร่วมกลุ่ม Minerals Security Partnership (MSP) ที่นำโดยสหรัฐฯ
  • เวียดนาม มีปริมาณสำรองอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ผลิตได้เพียง 300 ตัน เนื่องจากอุตสาหกรรมหยุดชะงักจากปัญหาคอร์รัปชันครั้งใหญ่ที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอแผนโอกาสลงทุนกองทุนธีม Rare Earth

DAOL-RARE

  • เป็นกองทุนที่ลงทุนใน VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF (REMX) เพียงกองเดียว
  • REMX เน้นลงทุนในหุ้นผู้ผลิต Rare Earth และ Strategic Metals โดยตรง เช่น บริษัทเหมืองและผู้ผลิตแร่
  • จุดเด่นคือ โฟกัสเฉพาะแร่หายากและโลหะสำคัญแบบตรงตัว

TRAREEARTH

  • เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในวัตถุดิบหายากและโลหะเชิงยุทธศาสตร์ (Rare Earth & Strategic Metals) กองนี้กระจายไป 2 กอง ETF อย่างละครึ่ง คือ

  • VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF (REMX)

  • Global X Lithium & Battery Tech ETF (LIT)

  • โดย LIT ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่ลิเธียมและแบตเตอรี่ ซึ่งไม่ได้มีแค่เหมือง แต่รวมถึงหุ้นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรม EV และแบตเตอรี่ เช่น Tesla, CATL, Samsung SDI, LG

  • จุดเด่นคือ ได้ทั้ง Rare Earth + Lithium + EV Ecosystem

อ้างอิง: US Geological Survey (USGS), Investing News Network, Visual Capitalist, Mineral Commodity Summaries

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...