โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เจ้านาย" หรือ "ผู้นำ" อำนาจจากตำแหน่ง VS อิทธิพลที่ได้ใจคน

SpringNews

อัพเดต 09 ส.ค. 2568 เวลา 02.37 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2568 เวลา 02.13 น.

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนถึงมีแต่คนเต็มใจทำตามหรือรับฟัง ในขณะที่บางคนต้องดิ้นรนเพื่อให้คนยอมทำตามหรือยอมรับฟัง? คำตอบมักอยู่ที่ความแตกต่างเพียงอย่างเดียว นั่นคือ "คาริสม่า" (Charisma) หรือลักษณะทางธรรมชาติบางอย่างที่ดึงดูดใจผู้คน

การชนะใจคนไม่ได้ใช้แค่สมอง แต่คือลักษณะและคุณสมบัติหลายด้านของบุคคลนั้น เช่น การสื่อสารที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย การปฏิบัติที่จริงใจ รวมถึงการมีทักษะทางอารมณ์และสังคม ในโลกของการทำงาน เราจะได้พบกับหัวหน้าหรือผู้บริหารที่มีลักษณะการบริหารงานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่งผลต่อประสบการณ์และประสิทธิภาพในการทำงานของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง "เจ้านาย" (Boss) กับ "ผู้นำ" (Leader) จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราปรับตัวได้อย่างเหมาะสม และสำหรับผู้บริหารเองก็จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาตัวเองให้เป็นที่ยอมรับและสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างแท้จริง

ภาพเปรียบเทียบและการมองเห็นความแตกต่าง ลองนึกภาพเรือลำหนึ่ง เจ้านาย เปรียบเสมือนกัปตันผู้ควบคุมหางเสือเรือ เขาคอยตะโกนสั่งการ เรียกร้องให้ลูกเรือพายแรงขึ้น ผลักดันให้เร็วขึ้น โดยอาจไม่สนว่าลูกเรือจะเหนื่อยแค่ไหน ในทางตรงกันข้าม ผู้นำ คือกัปตันผู้พับแขนเสื้อที่ลงเรือพร้อมกับลูกเรือ และเริ่มพายไปด้วยกัน ให้กำลังใจ สนับสนุน และสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นพายไปด้วยกัน ด้วยความเชื่อมั่นว่า "พลังของทีม" จะพาพวกเขาฝ่าคลื่นลมที่รุนแรงไปได้

โดยพื้นฐานแล้ว ความแตกต่างระหว่างเจ้านายกับผู้นำเป็นเรื่องของวิสัยทัศน์และทัศนคติ เราสามารถแบ่งความแตกต่างที่สำคัญได้ 5 ประการ

1. อำนาจ vs. อิทธิพล

เจ้านาย ใช้อำนาจในการควบคุมและสั่งการ พนักงานในทีมให้ความเคารพเพราะตำแหน่งหรือความอาวุโสที่ได้รับการแต่งตั้ง บางครั้งก็ทำตัวเหนือกว่าลูกทีม ต้องการได้รับการเคารพนอบน้อม

ผู้นำ สร้างความเคารพและอิทธิพลผ่านความไว้วางใจและการร่วมมือกัน พวกเขาเป็นผู้ที่สร้างความเป็นผู้นำโดยการเป็นแบบอย่างให้พนักงานในทีมเดินตามรอยเท้าและคำแนะนำของเขา พนักงานให้ความเคารพเพราะการกระทำ ผู้นำจะไม่ทำตัวเหนือกว่า แต่จะเดินเคียงข้างทีมงานและมักจะเดินไปข้างหน้าเป็นผู้นำที่ทำให้ทีมอยากเดินตาม

2. มุ่งเน้นงาน vs มุ่งเน้นคน

เจ้านาย ให้ความสำคัญกับการทำงานให้เสร็จ อาจมองข้ามความอยู่ดีมีสุขของคนทำงาน พวกเขาเน้นดูผลลัพธ์ของงานและผลกำไรขององค์กร

ผู้นำ สร้างสมดุลระหว่างการบรรลุเป้าหมายกับการสนับสนุนความต้องการทางอารมณ์และสังคม ผู้นำไม่ได้มุ่งเน้นแค่ผลลัพธ์ แต่ยังมุ่งเน้นสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับผู้คน พวกเขาสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนรู้สึกปลอดภัย มีคุณค่า และได้รับแรงบันดาลใจ เพื่อให้คนทำงานได้อย่างดีมีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากนี้ ผู้นำยังชอบปั้นคน อยากให้พนักงานได้พัฒนาเป็นคนเก่งเหมือนตัวเอง ด้วยทัศนคติว่าความสำเร็จมักเกิดจากการร่วมมือกันของทีม

3. สั่งการ vs สอนงาน

เจ้านาย เน้นสั่งการในสิ่งที่ต้องทำ โดยอาจไม่ได้เปิดรับความคิดเห็น พวกเขามักจะบอกให้ทีมทำโน่นทำนี่ แต่ไม่ได้ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง การสื่อสารมักเป็นแบบไม่ค่อยอธิบายที่มาที่ไปหรือบริบท ทำให้ลูกน้องรู้สึกเหมือนเป็นเพียงเครื่องมือ

ผู้นำ ให้คำแนะนำ ปรึกษา และช่วยให้ทีมเติบโตทั้งทางอารมณ์และเส้นทางอาชีพ พวกเขาจะทำให้ดูเป็นตัวอย่าง (Lead by Example) Leader ที่ดีจะสื่อสารเป้าหมายและความคาดหวังได้อย่างชัดเจน พร้อมอธิบายเหตุผลและความสำคัญของงานที่มอบหมาย ทำให้ลูกน้องรู้สึกมีส่วนร่วมและเข้าใจบทบาทของตัวเองในภาพรวม ผู้นำจะใช้หลักการสร้างแรงจูงใจ ให้กำลังใจ และชื่นชม เพื่อให้ทีมงานทำงานกันอย่างมีความสุข แทนที่จะใช้การข่มขู่

4. ควบคุม vs ร่วมมือ

เจ้านาย พยายามควบคุมทุกการตัดสินใจและผลลัพธ์ พวกเขาอาจชอบควบคุมให้สิ่งต่างๆ เป็นไปตามแผน แต่เมื่อไม่ได้ดั่งใจอาจโมโหหรือเหวี่ยงวีนได้ง่าย การทำงานกับ Boss ที่เน้นการควบคุมและไม่เปิดกว้างต่อข้อเสนอแนะ จะทำให้ลูกน้องรู้สึกไม่มีแรงจูงใจ

ผู้นำ ส่งเสริมความร่วมมือ การเปิดใจคุย และการตัดสินใจร่วมกัน พวกเขาจะเริ่มต้นที่การจัดการตนเองเพื่อรักษาความสงบและความมั่นคงในจิตใจตนเองก่อน และจะเน้นให้คำปรึกษา คำแนะนำ และไว้วางใจให้ทีมแก้ปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันการบริหารงานสไตล์ควบคุมจุกจิก (Micromanagement) Leader ที่ดีจะสร้างบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตร มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และเปิดกว้างต่อความคิดสร้างสรรค์

5. กล่าวโทษ vs รับผิดชอบ

เจ้านาย โยนความผิดเมื่อล้มเหลว หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ เมื่อทีมงานทำผิดทำพลาด เจ้านายจะหัวเสีย หงุดหงิด และลงโทษตำหนิทีมงาน

ผู้นำ รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ขณะเดียวกันก็สนับสนุนทีมผ่านความท้าทายต่างๆ ผู้นำจะคิดเสมอว่าการลงโทษทีมงานที่ทำผิดต้องคิดหลายชั้น และควรหาทางป้องกันมากกว่าการลงโทษ

ผลลัพธ์ของการเป็นเจ้านายและผู้นำ การเป็นเจ้านายมากเกินไปอาจสร้างวัฒนธรรมแห่งความกลัวหรือวัฒนธรรมที่ยอมตาม ซึ่งจะปิดประตูความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความกระตือรือร้นของคนภายในทีม แม้คุณอาจพบว่าพวกเขาจะทำงานให้เสร็จ แต่พวกเขาจะไม่ทุ่มเทเกินหน้าที่ เพราะพวกเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับ "คุณค่า" ผู้นำที่มุ่งเน้นการสร้างความผูกพันทางอารมณ์และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยนั้นเปรียบเสมือนการบำรุงเลี้ยงต้นไม้ให้เติบโตแข็งแรง ผู้นำจะสร้างไฟในใจทีมให้ลุกโชกโชนด้วยวิธีการสื่อสารให้มองเห็นเป้าหมายร่วมกันและแสดงให้เห็นทางสู่ความสำเร็จร่วมกัน

ทักษะทางอารมณ์และสังคม (Social and Emotional Learning - SEL) ที่ช่วยผู้นำ #การเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม หรือ SEL สามารถแยกย่อยออกเป็น 2 ทักษะสำคัญ คือ ทักษะทางอารมณ์ และทักษะทางสังคม ทักษะเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้นำ

ทักษะทางอารมณ์ (Emotional Skills)

การตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness): ผู้นำที่ฝึกฝน SEL จะเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของตน ซึ่งช่วยให้พวกเขาจัดการอารมณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์ที่ท้าทาย ผู้นำจะหยุดไตร่ตรอง สังเกตอารมณ์ และตอบสนองอย่างรอบคอบ แทนที่จะตอบสนองด้วยความหุนหันพลันแล่นเหมือนเจ้านาย

การจัดการตนเอง (Self-management): คือความสามารถในการควบคุมอารมณ์และการกระทำของตนเอง ผู้นำจะเริ่มต้นที่การจัดการตนเองเพื่อรักษาความสงบและความมั่นคงในจิตใจตนเองก่อน

การตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible decision-making): เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจอย่างมีจริยธรรมและรอบคอบโดยคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อื่น ผู้นำจะพิจารณาผลกระทบระยะยาวของการตัดสินใจที่มีต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงานและความอยู่ดีมีสุขของทีมงาน

ทักษะทางสังคม (Social Skills)

การตระหนักรู้ทางสังคม (Social awareness): ผู้นำส่วนใหญ่จะมีทักษะการตระหนักรู้ทางสังคมสูง พวกเขามีความเห็นอกเห็นใจ และเข้าใจความต้องการทางอารมณ์ของสมาชิกในทีม ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกมีคุณค่า

ทักษะด้านความสัมพันธ์ (Relationship skills): เป็นหัวใจสำคัญของความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบด้วยการฟังอย่างตั้งใจ การสื่อสารที่ชัดเจน และความสามารถในการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ ผู้นำสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งโดยให้คำแนะนำและการสนับสนุน

8 เทคนิคเปลี่ยนจาก Boss เป็น Leader

คุณจะกลายเป็นคนที่ชนะใจผู้อื่น และเป็นผู้นำที่มีทักษะทางอารมณ์และสังคมได้อย่างไร? ต่อไปนี้คือ 8 เทคนิค ที่จะช่วยให้คุณก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ

1. ฟังมากกว่าพูด (Listen More Than You Speak): ผู้นำที่ดีคือผู้ฟังที่ดี พวกเขาใช้เวลาในการรับฟังความกังวล ความคิด และข้อเสนอแนะของทีม

2. แสดงความเห็นอกเห็นใจ (Show Empathy): การเข้าใจความรู้สึกและความท้าทายของผู้อื่นช่วยสร้างความไว้วางใจ

3. ให้เครดิต (Give Team Credit): ผู้นำเฉลิมฉลองความสำเร็จร่วมกับทีม อย่ากลัวที่จะฉายแสงไปที่คนอื่น

4. ให้คำแนะนำ ไม่ใช่คำสั่ง (Provide Guidance, Not Orders): แทนที่จะบอกคนอื่นว่าต้องทำอะไร จงช่วยให้พวกเขาเติบโต ให้คำแนะนำ แบ่งปันความรู้ และให้พวกเขามีอิสระในการเป็นเจ้าของงานของตนเอง

5. เป็นตัวอย่าง (Lead by Example): ผู้นำที่แท้จริงจะไม่ขอให้คนอื่น "ทำในสิ่งที่ตัวผู้นำไม่ทำด้วยตัวเอง"

6. มีความยืดหยุ่น (Resilient): ผู้คนมักมองหาผู้นำที่นิ่งสงบภายใต้แรงกดดันและมองหาทางออก มากกว่าที่จะโทษคนอื่นหรือสถานการณ์

7. ผู้นำที่อ่อนน้อมถ่อมตน (Humble Leadership): ความถ่อมตนไม่ได้หมายถึงการโอนอ่อนผ่อนตาม แต่เป็นการมองเห็นหรือให้คุณค่ากับผู้อื่น โดยพยายามลดความสำคัญของตัวเองลง ทำให้คุณดูเป็นคนน่าเข้าหาและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

8. มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน (Visionary): ผู้นำที่ดีจะสามารถกำหนดอนาคตที่จูงใจให้ผู้คนมารวมตัวกันและทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันได้ รวมถึงสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น

ในท้ายที่สุดแล้ว "ผู้คนไม่ได้ทำตามเจ้านาย แต่พวกเขาทำตามผู้นำ" การทำงานกับผู้นำที่แท้จริงจะช่วยให้เรามีความสุข มีแรงบันดาลใจ และมีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตัวเอง เมื่อคุณใช้เวลาในการสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์ สนับสนุนทีม และเป็นผู้นำด้วยความเห็นอกเห็นใจ คุณกำลังสร้างวัฒนธรรมแห่งความภักดี ความไว้วางใจ และการมีส่วนร่วม "ผู้คนจะไม่ได้แค่ทำงานเพื่อคุณเท่านั้น แต่พวกเขาจะทำงานร่วมไปกับคุณ" และนี่คือจุดแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง "เจ้านาย" กับ "ผู้นำ" การเลือกที่จะเป็นผู้นำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะได้ใจคนและสร้างผลงานที่โดดเด่น

อ้างอิง

Selminder / Dots / SEG / DEONE /

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...