อนาคตไทย เศรษฐกิจไทย ทางรอดไทย
โลกเปลี่ยนไปสิ้นเชิงเมื่อมี “แท่นพิมพ์” กูเตนเบิร์ก
โยฮันน์ กูเตนเบิร์ก แห่งเมืองไมนซ์ เยอรมนี กลายเป็นผู้เปลี่ยนโลก เมื่อคิดแท่นพิมพ์ ระบบการพิมพ์หนังสือแบบอุตสาหกรรมขึ้นสำเร็จและพิมพ์หนังสือเล่มแรกของโลกเผยแพร่ในปี ค.ศ.1455
หนังสือชื่อ “42- Line Bible” เป็นคัมภีร์ไบเบิล ภาษาละติน ฉบับมาตรฐานของคริสตจักรโรมันคาทอลิก
คัมภีร์หนา 1,282 หน้า แต่ละหน้ามี 42 บรรทัด ถึงกับพลิกหน้าประวัติศาสตร์จากยุคที่มีแต่นักบวชกับชนชั้นสูงที่เข้าถึงคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นคัมภีร์ที่ทุกผู้คนซึ่งอ่านออกเขียนได้สามารถเข้าถึงและเข้าใจได้โดยง่าย
ในยุคหนึ่ง แท่นพิมพ์และหนังสือเป็นกุญแจไขสู่อารยธรรม
แท่นพิมพ์กับหนังสือร่วมกันขับเคลื่อนโลกมากว่า 500 ปี จนถึงวันนี้ที่เทคโนโลยีการสื่อสารยุคใหม่กำลังกลืนกิน “แท่นพิมพ์” กับ “หนังสือ”
โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุค “กระดาษ” ไปสู่ “ยุคกระจก”
ภาพถ่ายลายเซ็นคอมเมนต์หวานๆ แทนที่จะอยู่ในเล่มอัลบั้มกับกระดาษจดหมาย ทุกวันนี้ฝากเก็บไว้ใน “คลาวด์” น้ำจะท่วมไฟจะไหม้ ทั้งภาพถ่ายและข้อมูลก็ไม่หายไปไหน
โลกเปลี่ยนไปอีกครั้ง !
ที่ประเทศไทย งาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ” ครั้งที่ 30 ระหว่างวันที่ 9-19 ตุลาคม 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพิ่งจะปิดฉากลง
สำนักพิมพ์มติชนร่วมผลิตร่วมสร้างสรรค์หนังสือดีๆ เป็นประจำทุกปี
ในปีนี้ “อนาคตประเทศไทย” ของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ยอดขายขึ้นอันดับ 1 ของค่ายมติชน
“พิธา” เกริ่นในคำนำผู้เขียนว่า หลังถูกตัดสิทธิทางการเมือง การถูกบังคับให้ก้าวออกมาทำให้ต้องตั้งคำถามที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมว่า ประเทศไทยกำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน อะไรคือปัญหาที่จะมองข้ามไม่ได้อีกต่อไป และจะสร้างประเทศที่เป็นของทุกคน ไม่ใช่ของคนส่วนน้อยที่กุมอำนาจอยู่ในวันนี้ได้อย่างไร
จากวิกฤตที่ถูกยัดเยียดให้กลายเป็นโอกาสให้ “พิธา” ได้ท่องไปได้ยินกับหูได้ดูกับตา ประมวลผนึกเป็นตัวอักษร ฉายภาพผ่านหนังสือ “อนาคตประเทศไทย” แจ่มแจ้งแทงทะลุหัวใจ “คนกลุ่มน้อยที่กุมอำนาจอยู่ในวันนี้”
ยังมีหนังสืออีกเล่มของสำนักพิมพ์มติชน ที่ผู้อ่านตอบรับชนิดที่คาดไม่ถึง
นั่นคือ “เศรษฐกิจไทย – ฉบับทางรอด” ของ “สมประวิณ มันประเสริฐ” และ “ก้องภพ วงศ์แก้ว” ยอดขายทะยานขึ้นติดอันดับ 6 ทั้งที่เป็นหนังสือเศรษฐศาสตร์ ซึ่งใครเห็นเข้าก็ต้องเหมาเอาว่ารุงรังไปด้วยตัวเลข อ่านยาก
แต่ตรงกันข้าม !
“เศรษฐกิจไทย – ฉบับทางรอด” ร่ายรำบรรยายให้อ่านสนุก อ่านง่าย อ่านสบายกว่าที่คาดคิดจริงๆ
แค่อ่านคำนิยมจากเกจิทั้งหลายไม่ว่า ประสาร ไตรรัตน์วรกุล บรรยง พงษ์พานิช ประวิช รัตนเพียร และสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ก็จำต้องรีบพลิกหน้าถัดไปใจจดจ่อจนวางไม่ลง
เริ่มต้นบทผู้เขียนถอดรหัสแนวคิด ความหวังและจินตนาการของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จากบทความ “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ตั้งแต่เมื่อครั้ง ค.ศ.1973
“จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ฝันว่าคนไทย (ทุกคน) ควรจะได้รับ
1. โอกาสในการเริ่มต้นชีวิตที่ดี
เริ่มจากการเกิดที่ดี มีสวัสดิการดี เจริญเติบโตดี มีสุขภาพดี และได้มีโอกาสเล่าเรียนดี
เมื่อได้ “เริ่มต้นชีวิตที่ดี” แล้ว ข้อถัดไป
2. ให้มีโอกาสได้ใช้ชีวิตที่มีคุณค่า
กล่าวคือ มีงานอาชีพการงานที่มั่นคงเหมาะสม สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน สามารถมีส่วนร่วมในการสร้างมูลค่าแก่ระบบเศรษฐกิจ ทั้งสามารถจะอุปโภคบริโภคสินค้าและบริการในราคาที่เหมาะสมเป็นธรรมและ
3. เมื่อถึงเวลา ทุกคนก็ควรจากโลกนี้ไปด้วยความรู้สึกที่ดี พึงพอใจกับโอกาสที่เศรษฐกิจและสังคมมอบให้
“สมประวิณและก้องภพ” ถอดรหัสรัฐในฝันทางเศรษฐศาสตร์ของอาจารย์ป๋วยออกมาได้อย่างงดงามยิ่ง
หากแต่เมื่อล่วงผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษ โลกที่เป็นจริงทางเศรษฐศาสตร์และการเมืองไทยกลับน่าหดหู่
หนังสือ “เศรษฐกิจไทย-ฉบับทางรอด” อธิบายให้เห็นว่า ทำไมคนส่วนใหญ่จึงเข้าไม่ถึงโอกาสในการสร้างรายได้ที่เพียงพอและสม่ำเสมอ ทำไมคนส่วนใหญ่จึงขาดโอกาส หรือกระทั่ง “ไม่มีโอกาส” ในการ “เลื่อนชั้นทางสังคม” จากรุ่นสู่รุ่น อันเป็นเหตุให้คนจำนวนหยิบมือผลิตวาทกรรมเหยียดหยันคนส่วนใหญ่ว่า “โง่ จน เจ็บ”
แท้จริงแล้ว “รายได้ไม่พอรายจ่าย” ไม่ใช่เรื่องโชคชะตา
เมื่อการพัฒนาเศรษฐกิจดำเนินมาจนถึงปี 2023 ผลปรากฏว่า คนไทยที่มีรายได้สูงสุดจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์แรก ถือครองรายได้ในสัดส่วนสูงถึง 52.3 เปอร์เซ็นต์
สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
ประสาร ไตรรัตน์วรกุล บรรยายในคำนิยมว่า หนังสือเล่มนี้วิเคราะห์ปัญหาของเศรษฐกิจไทยที่แตกต่าง และอ่านเข้าใจง่าย ตั้งแต่ปัจจัยเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ปัญหาที่รุมเร้า หนี้ครัวเรือน การเงินการคลัง วิกฤตภายในและปัจจัยภายนอกจากสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด เลวร้าย และผันผวน
หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่วิจารณ์ หากแต่ได้รวบรวมวิเคราะห์ทุกปมปัญหามาจัดเรียงลำดับได้อย่างเป็นระเบียบ พร้อมกับนำเสนอแนวคิดให้ปรับสมดุลอย่างแยบยล ตรงเป้าไล่ไปตั้งแต่ระดับรากฐานจนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจและภาคการเงิน ครอบคลุมทั้งในมิติการสร้างสมดุลระหว่างรายได้กับรายจ่ายของครัวเรือนไทย
มิติสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจภายนอกกับภายใน ระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่กับ SMEs
มิติสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนกับความเสี่ยงในภาคการเงิน
พร้อมปิดท้ายอย่างท้าทาย และน่าทึ่งด้วยการเสนอแนวทาง “เปลี่ยนแปลง” อย่างมีส่วนร่วม
ภาคประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการปฏิรูปเศรษฐกิจไทย
ประเทศต้องมีการจัดสรรทรัพยากรสาธารณะอย่างถูกต้อง เป็นธรรม ต้องลดความเหลื่อมล้ำซึ่งไม่ใช่นโยบายประชานิยมที่ยึดโยงกับแรงจูงใจทางการเมือง
อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วสัมผัสได้ถึงความเป็น “คัมภีร์” ที่ทุกคนสามารถใช้สัประยุทธ์ในสมรภูมิเศรษฐกิจ !?!!!
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนาคตไทย เศรษฐกิจไทย ทางรอดไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly