“ทูตประศาสน์” เผย ผลประชุม JBC ไทย-กัมพูชา หลัง ถก นานกว่า 8 ชม. เห็นพ้องสำรวจ-วางหมุดชั่วคราว ชายแดน บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว
“ทูตประศาสน์” เผย ผลประชุม JBC ไทย-กัมพูชา หลัง ถก นานกว่า 8 ชม. เห็นพ้องสำรวจ-วางหมุดชั่วคราว ชายแดน บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ก่อนเสนอความเห็นชอบ รบ. ด้าน กัมพูชาขอไม่ให้ใช้คำว่า “โยกย้ายหรือถอนทำลาย” แต่ให้ใช้คำว่า ปรับการถือครองที่ดิน พร้อม ปัดวาระสร้างรั้วชายแดนทิ้ง อ้าง ไม่ได้อยู่ในอำนาจการตัดสินใจ
เวลา 01.00 น. ที่จังหวัดจันทบุรี หลังจบการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย กัมพูชา หรือ JBC สมัยวิสามัญ โดยมี นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธาน JBC ฝ่ายไทย เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ร่วมประชุมกับ ฬำ เจีย ประธาน JBC ฝ่ายกัมพูชา ทั้งยังมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานความมั่นคงเข้าร่วม สำหรับการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2568
ด้านนายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวกับสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย กัมพูชา หรือ JBC สมัยวิสามัญ ว่า การแถลงข่าวในวันนี้ล่าช้าออกไปเล็กน้อย เนื่องจากการประชุมเสร็จสิ้นในเวลาประมาณสามทุ่ม และทั้งสองฝ่ายต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการตรวจสอบและปรับแก้เอกสารก่อนลงนามอย่างเป็นทางการ
นายเบญจมินทร์ ระบุว่า การประชุม JBC ครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–22 ตุลาคม 2568 โดยฝ่ายไทยมีนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศด้านเขตแดน เป็นประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายไทย ร่วมประชุมกับนายฬำ เจีย รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบสำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งชาติกัมพูชา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายกัมพูชา
ในส่วนของคณะผู้แทนไทย นอกจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ เพื่อร่วมพิจารณาในประเด็นทางเทคนิคและข้อหารือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดน
นายเบญจมินทร์ กล่าวว่า การหารือเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนรายละเอียดเชิงเทคนิค รวมถึงแนวทางการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ JBC ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการเร่งสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกให้แล้วเสร็จตามกรอบความตกลงระหว่างประเทศ
นายเบญจมินทร์ยังระบุว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการออกแถลงข่าวร่วมหรือ Joint Press Release Statement ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความจริงใจของทั้งสองประเทศในการลดความตึงเครียด สร้างความเข้าใจ และแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี
ขณะที่นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศด้านเขตแดน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย กัมพูชา (JBC) ฝ่ายไทย แถลงสรุปผลการประชุม JBC สมัยวิสามัญ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–22 ตุลาคม 2568 ที่จังหวัดจันทบุรี โดยมีนายฬำ เจีย รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบสำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งชาติกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายกัมพูชา
นายประศาสน์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ดำเนินไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความร่วมมือ ทั้งสองฝ่ายได้หารืออย่างละเอียดในประเด็นทางเทคนิคภายใต้กรอบอำนาจของ JBC เพื่อเร่งรัดกระบวนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยสาระสำคัญของการประชุมประกอบด้วย
1.มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม (Joint Technical Sub-Commission: JTSC) ดำเนินการสร้างหลักเขตแดนใหม่ทดแทนหลักเขตเดิมที่ชำรุดหรือสูญหาย จำนวน 15 หลัก โดยจะคืนหลักเขตเหล่านี้สู่ตำแหน่งเดิมตามพิกัดที่เคยกำหนดไว้
2.ตกลงร่วมกันจัดทำหลักเขตแดนใหม่ทดแทนหลักเขตที่จมน้ำ จำนวน 3 หลัก โดยจะหารือร่วมกันเพื่อกำหนดตำแหน่งใหม่ภายหลัง
3.เห็นพ้องให้เร่งรัดการแก้ไข Terms of Reference 2003 (TOR 2003) ว่าด้วยการจัดทำแผนที่ภาพถ่าย (Orthophoto Maps) เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Light Detection and Ranging (LiDAR) มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการสำรวจ
4.เห็นชอบให้หารือเพื่อจัดทำคำแนะนำทางเทคนิค (Technical Instruction: TI) สำหรับการสำรวจและวางหมุดชั่วคราวบริเวณหลักเขตที่ 42–47 ครอบคลุมพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว โดยเมื่อสำรวจแล้วเสร็จ จะเสนอผลต่อรัฐบาลทั้งสองฝ่ายเพื่อกำหนดกลไกการปรับการถือครองที่ดินอย่างเหมาะสม
5.การวางหมุดชั่วคราวดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการสำรวจเท่านั้น ไม่กระทบต่อสิทธิของทั้งสองประเทศในประเด็นเขตแดนตามกฎหมายระหว่างประเทศ
6.ทั้งสองฝ่ายตกลงกำชับให้หน่วยงานท้องถิ่น ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน รับประกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่สำรวจจากทุ่นระเบิด ตามข้อ 3 ของ MOU ปี 2543 เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปโดยปลอดภัยและไม่เกิดการยั่วยุที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียด
7.เห็นพ้องร่วมกันจัดประชุม JBC ครั้งต่อไปในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2569 ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา
ส่วนกรณีการสร้างรั้วชายแดนไทย กัมพูชา นายประศาสน์ เผยว่า ในระหว่างการประชุมตนได้หยิบยกแนวคิดการสร้างรั้วตามแนวชายแดนขึ้นเสนอในช่วงกล่าวเปิด เพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบเข้าเมือง การลำเลียงสินค้าผิดกฎหมาย รวมถึงยาเสพติด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกัมพูชาแจ้งว่าไม่ได้รับมอบอำนาจให้หารือในประเด็นดังกล่าว จึงมีมติร่วมกันให้นำเรื่องนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุม
แม้ประเด็นเรื่องรั้วจะไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระ แต่ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวคิดนี้นานกว่า 30 นาที โดยยึดหลักความร่วมมือและความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและรักษาบรรยากาศที่ดีในการประชุมครั้งนี้ ทั้งนี้ การหารือเรื่องรั้วยังคงอยู่ในขั้นเสนอแนวคิดเท่านั้น และไม่ได้ถือเป็นมติหรือการตัดสินใจใด ๆ อย่างเป็นทางการ
เมื่อถามถึงบริเวณบ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว เราได้มีการพูดคุยว่าอย่างไรบ้าง นายประศาสน์ กล่าวว่า เรามีการหารือเรื่องบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ตกลงว่าก่อนที่เราจะรู้ว่าเขาล้ำหรือไม่ เราก็ต้องวางหลักชั่วคราวระหว่างหลักที่เขาอ้างกับหลักที่เราอ้าง ระยะทางกำลังเจรจากันอยู่ว่าจะปักถี่แค่ไหน ซึ่งจะเห็นหลักเขตของเขาและหลักของเรา แล้วจะได้ส่งต่อให้กลไกที่เหมาะสม คือหารือกับทางรัฐบาล
“เขาใช้คำว่าปรับการถือครองที่ดิน ขอไม่ใช้คำว่าโยกย้ายหรือถอนทำลาย เพราะมันอาจจะมากกว่านั้นหรือแล้วแต่ แต่เราใช้คำกลางๆ ไป ปรับการถือครอง ปรับการครอบครองที่ดิน” นายประศาสน์ กล่าว
เมื่อถามว่าเรามีระยะเวลาหรือไม่ว่ากี่วันในการดำเนินการ นายประศาสน์ กล่าวว่า ยังไม่ขอลงรายละเอียด ซึ่งหากปักหลักเสร็จแล้ว จะเสนอให้รัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะตัดสินใจว่าจะมอบหมายให้ใคร ของฝ่ายเราใครเป็นกลไกล ของฝ่ายเขาใครเป็นกลไก และหารือกันว่าจะทำแผนปฏิบัติการได้อย่างไรในการแก้ไขปัญหาการปรับตรงนี้ เพราะฉะนั้น กลไกในอนาคตต้องรอสำรวจให้เสร็จ ต้องใช้เวลาสักพัก ขอความเห็นใจ เพราะติดค้างมา 26 - 27 ปีแล้ว เราก็พยายามเร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
ถามต่อว่าครั้งที่แล้วมีการคุยเรื่องหลักหมุดบ้านคลองแผง ตาพระยา หลักหมุดที่ 33-35 ที่มีการลุกลามของชาวกัมพูชาเช่นเดียวกัน วันนี้มีการพูดคุยถึงตรงนี้หรือไม่ นายประศาสน์ กล่าวว่า ตนได้มีการเตรียมการประชุมฝ่ายไทย โดยหารือทางกองทัพและจังหวัด ว่ามีอะไรที่จะให้ยกเป็นเรื่องด่วนในขณะนี้ครั้งนี้สมัยวิสามัญเป็นเรื่องด่วนก็มีการตกลงกันว่าเรื่องด่วนเป็นบ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจาน ส่วนปัญหาอื่นรอในโอกาสต่อไป ตนได้รับความเห็นชอบว่าเอา 2 เรื่องนี้ให้จบก่อน ขอเอาเรื่องร้อนตรงนี้ก่อน ดับไฟให้ได้ตรงนี้ก่อน ซึ่งเป็นที่มาของการนัดเร็วที่สุดในครั้งถัดไปในเดือน ม.ค.
ทั้งนี้ถามย้ำว่ากัมพูชาจะมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ในการพูดคุยกับเราเรื่องบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว นายประศาสน์ กล่าวว่า เราไม่ลงรายละเอียด เพราะต้องนำไปเสนอรัฐบาล ซึ่งประเด็นนี้แลกเปลี่ยนกัน 2 ชั่วโมง เราพูดได้แค่นี้ว่าจะคุยกันแค่นี้ ตอนนี้เรายังยังไม่รู้เลยว่าเขตที่แต่ละฝ่ายอ้างสิทธิ์ พื้นที่จริงอยู่ที่ไหน ต้องไปปักเขตให้เห็นก่อนว่าที่เห็นต่างจะทำอย่างไรต่อ ทำทีละลำดับ หาตำแหน่งให้เสร็จ ได้แนวมาแล้วรัฐบาลก็จะแต่งตั้งว่าใครจะเป็นคนคุย จะคุยอย่างไร ยังอีกยาว แต่เราพยายามเร่งรัดเร็วที่สุดแล้ว ถึงได้ดึกขนาดนี้ ถึงเวลานั้น กว่าจะทำคู่มือเสร็จไม่ต่ำกว่า 6 สัปดาห์ ตอนนี้ตกลงหลักการไว้ถึงเวลาเราต้องระดมกำลังของเรา
ทั้งนี้ นายเบญจมินทร์ กล่าวย้ำภายหลังการประชุมว่า การหารือในครั้งนี้มุ่งเน้นเฉพาะประเด็นหลักเขตแดน ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ JBC เท่านั้น โดยผลการประชุมจะถูกนำเสนอให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป ส่วนประเด็นอื่นที่อยู่นอกกรอบการเจรจา เช่น เรื่องการสร้างรั้วชายแดน จะมีการชี้แจงเพิ่มเติมจากกระทรวงการต่างประเทศในโอกาสต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและรักษาบรรยากาศความร่วมมืออันดีระหว่างสองประเทศ