โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดู “พระยาช้างตกมัน” กิจกรรมชาวบ้านย่านพระนครยุค ร.7 สนุกสนานประหนึ่งชมกีฬา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 ก.ย 2568 เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2568 เวลา 07.35 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - เพนียดคล้องช้างอยุธยา ภาพจากหนังสือ

เป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงช้างตกมันคือสถานการณ์ที่มนุษย์ไม่ควรเข้าไปรุ่มร่าม แต่ชาวบ้านย่านท่าช้างในอดีตกลับเห็น “พระยาช้างตกมัน”เป็นสิ่งบันเทิงอย่างหนึ่ง ถึงขั้นติดตามดูว่าช้างนั้นจะไปก่อความวินาศสันตะโรอะไรบ้าง !?

เรื่องนี้หม่อมเจ้าหญิงดวงจิตร จิตรพงศ์ ทรงเล่าไว้ในหนังสือ “อาม”ระบุว่า เมื่อครั้งวังท่าพระเป็นวังที่ประทับสมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ถึง รัชกาลที่ 7 ช่วงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ชาวบ้านร้านตลาดบริเวณท่าช้างและวังท่าพระซึ่งอยู่ติดกัน มักมีโอกาสได้ชมพระยาช้างตกมันเป็นเรื่องราวสนุกสนานกันอยู่หลายครั้ง ดังว่า

“ชาวท่าช้างมีโอกาสได้ดูกีฬาที่สนุกตื่นเต้นอีกอย่างหนึ่ง คือ ดูพระเศวตตกมัน”

พระเศวตในที่นี้คือ “พระยาช้าง” หรือช้างสำคัญ (ช้างเผือก) คู่พระบารมีพระมหากษัตริย์ โดย “พระเศวต”ที่หม่อมเจ้าหญิงดวงจิตรทรงเอ่ยถึงคือ “พระเศวตรุจิราภาพรรณ”ช้างสำคัญในรัชกาลที่ 5 ซึ่งอยู่มาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นช้างพลายเผือกเอก ลูกเถื่อน (ลูกช้างป่า) คล้องได้ที่แขวงระแด เจ้ายุติธรรมธร เจ้านครจำปาศักดิ์นำถวาย และสมโภชขึ้นระวางเมื่อ พ.ศ. 2428

ทรงเล่าถึงช้างสำคัญช้างนี้ว่า “พระเศวตรุจิราภาพรรณ แกเป็นเพื่อนเล่นของชาวท่าช้างทุกคน เวลาที่อารมณ์ดีเมื่อมีคนเตรียมกล้วย อ้อย มะพร้าวอ่อนไว้ให้เวลาออกมาอาบน้ำ แกจะยกงวงขึ้นรับของจากมือคนโดยเรียบร้อย แต่บางทีถูกพรายกระซิบก็ตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ยื่นงวงไปล้วงหยิบขวดเหล้าในร้านไปกำนัลควาญเอาดื้อ ๆ เจ้าของก็เพียงแต่โมโหแกมเอ็นดูไม่ถือสาอะไร

แต่ถึงเวลาที่ตกมันก็หงุดหงิด ทำอะไรแผลง ๆ ต่าง ๆ ผู้คนแตกตื่นห้อมล้อมดูกันสนุกสนาน”

โดยทั่วไปไม่ว่าช้างพลายหรือช้างพัง เมื่อเจริญวัยจนร่างกายสมบูรณ์และพร้อมผสมพันธ์ุสามารถตกมันได้ทั้งสิ้น อายุในเกณฑ์ตกมันจะอยู่ระหว่าง 20-40 ปี เมื่อตกมันครั้งแรกแล้วจากนั้นก็จะตกมันทุกปี ปีละครั้ง ส่วนช้างที่ไม่ตกมันคือช้างอ่อนแอหรือเป็นโรค

อาการตกมันของช้างสังเกตได้ไม่ยาก คือมีอาการซึม และบางครั้งก็เกเร ดุร้าย ทำร้ายช้างอื่นหรือแม้กระทั่งคนเลี้ยง ต่อมน้ำมันที่ขมับทั้งสองข้างจะบวม และมีน้ำมันกลิ่นเหม็นรุนแรงไหลออกมา อาการดังกล่าวจะเป็นอยู่ราว 2-3 สัปดาห์แล้วค่อย ๆ หายไป

สำหรับเหตุการณ์ ดูพระเศวตตกมันที่หม่อมเจ้าหญิงดวงจิตรทรงเล่าประทานไว้ ดังนี้

“วันไหนพระเศวตตกมันพอออกจากประตูวิเศษไชยศรี ก็มีเสียงตะโกนบอกต่อ ๆ กันว่า ‘พระเศวตตกมัน’ พวกแม่ค้าต้องรีบเก็บกระจาดหมด แอบไปเสียให้พ้นหูพ้นตา มิฉะนั้นแกก็รี่มาคว้าไปโยนไปขยี้หมด รถรางแล่นมาดี ๆ แกก็เกิดหมั่นไส้ขึ้นมาว่าทำไมถึงจะต้องแล่นในราง ก็จัดแจงเข็นออกมาเสีย เจ๊กลากรถมาท่าทางเก้กังไม่ถูกใจก็แย่งรถเจ็กมาลากเสียเอง พอเบื่อแล้วก็ยกไปโยนทิ้ง

พวกนักดูอยู่ถึงไหน ๆ พอรู้ข่าวก็พากันมา ที่เป็นนักกีฬาเก่งกล้าก็วิ่งตามดูกันเกรียวกราว เล่นเอาเถิดกับพระเศวต พร้อมทั้งตั้งตัวเป็นโฆษกไปด้วย พระเศวตกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนประกาศรู้กันหมด พวกที่ไม่ชอบผจญภัยก็ตีตั๋วดูบนกำแพง บนต้นไม้ บางทีจนสายก็เอาเข้าโรงไม่ได้ยังวิ่งเล่นไล่คนอยู่แถวท้องสนามหลวง ร้อนจนถึงรถดับเพลิงต้องมาช่วยจัดการ

พอได้ช่องตอนแกเผลอ ๆ หันหน้าไปทางประตูวิเศษไชยศรี ก็ฉีดน้ำเข้าที่แถว ๆ หาง แกก็ตกใจวิ่งหนีเข้าโรงไปเอง”

วันที่พระเศวตรุจิราภาพรรณล้ม (ตาย) จึงเป็นเรื่องเศร้าสำหรับชาวท่าช้าง หม่อมเจ้าหญิงดวงจิตรทรงบันทึกว่า ค่ำวันนั้นทหารรักษาวังนับร้อยต้องลากตะเฆ่ (เครื่องลากเข็นของหนัก) ใส่พระเศวตฯ ออกจากประตูวิเศษไชยศรีไปทางท่าช้าง “สองข้างทางประชาชนย่านท่าช้างทุกคน รวมทั้งที่มาจากที่อื่นพากันมาคอยส่งยืนเงียบกริบ น้ำตาไหลด้วยแสนจะอาลัยแก…”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา, ดร. (2528). วังท่าพระ กรมช่างสิปป์หมู่ และเรื่องพิศดารอื่น ๆ. กรุงเทพฯ : หจก. ป.สัมพันธ์พาณิชย์. ที่ระลึกงานฌาปนกิจศพ หม่อมราชวงศ์หญิงทวีลาภา ปูรณะสุคนธ (ชุมสาย) พ.ศ. 2528.

สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์. (2537). ช้างไทย.พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดู “พระยาช้างตกมัน” กิจกรรมชาวบ้านย่านพระนครยุค ร.7 สนุกสนานประหนึ่งชมกีฬา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...