รัฐบาล ขอความร่วมมือ Food Delivery ร่วม “คนละครึ่งพลัส” ไม่ขึ้นราคาสินค้า
รัฐบาลขอความร่วมมือ Food Delivery ร่วม “คนละครึ่งพลัส” ไม่ขึ้นราคาสินค้า โดยแพลตฟอร์มตอบรับดีพร้อมออก “มาตรการล็อกราคา” โดยปิดระบบการแก้ไขราคาชั่วคราว
30 ต.ค. 68 เวลา 11.20 น. ณ บริเวณโถงกลาง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมหารือระหว่างภาครัฐและบริษัทแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ของประเทศไทย อาทิ Shopee Lazada Grab TikTok และ LINE MAN เพื่อหาแนวทางสนับสนุนรัฐบาลในการขับเคลื่อนโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
ทั้งนี้ หลังจากเปิดโครงการเมื่อวานที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างคึกคัก ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการควบคุมราคา และการดูแลความเป็นธรรมของผู้บริโภค โดยได้มีมาตรการ “ล็อกราคา” สินค้าและบริการในช่วงดำเนินโครงการ เพื่อป้องกันการปรับขึ้นราคา ซึ่งถือเป็นอีกแรงสนับสนุนที่สำคัญต่อการดำเนินนโยบายของภาครัฐ
สำหรับ โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ภาคเอกชนได้ให้ความร่วมมือในด้านการควบคุมราคาสินค้าภายในแพลตฟอร์มอย่างเต็มที่ เนื่องจากมีข้อมูลราคาสินค้าเดิมอยู่แล้ว จึงสามารถกำหนดระบบปิดการแก้ไขราคาชั่วคราว เพื่อป้องกันการขึ้นราคาสินค้าในระหว่างโครงการ
ทั้งนี้ แพลตฟอร์มต่าง ๆ มีระบบรายงานผลการใช้จ่ายไปยังกระทรวงการคลังทุกวัน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และติดตามความเคลื่อนไหวได้อย่างโปร่งใส ขณะเดียวกัน สคบ. เปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติม ผ่านสายด่วน 1166 โดยจัดเพิ่มอีก 10 คู่สายเฉพาะกิจ เพื่อรองรับประชาชนที่ประสบปัญหาเรื่องราคาสินค้าหรือได้รับความไม่เป็นธรรมจากการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส
“แพลตฟอร์มด้านบริการส่งอาหาร เช่น Grab หรือ LINE MAN ได้ออกมาตรการพิเศษและโปรโมชั่นร่วมกับรัฐบาล เพื่อลดภาระค่าบริการของประชาชน และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถขายสินค้าได้มากขึ้น ซึ่งนับเป็นความร่วมมือที่สะท้อนถึงพลังของภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศร่วมกัน”
ทั้งนี้โครงการคนละครึ่งพลัสจะเริ่มใช้จ่ายกับแพลตฟอร์มด้านบริการส่งอาหารได้ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. 2568 เป็นต้นไป
นายสันติ ปิยะทัต กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางการป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งแต่ละบริษัทให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยก่อนหน้านี้ ได้มีการประชุมหารือกับหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเยาวชนและประชาชนในวงกว้าง
ซึ่งในปัจจุบันบริษัทแพลตฟอร์มขนาดใหญ่หลายแห่งได้พัฒนาระบบ AI เพื่อช่วยตรวจจับและเฝ้าระวังไม่ให้มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าหรือสินค้าผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและปราบปรามปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมขับเคลื่อนมาตรการในเชิงรุกด้วย