โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Negative Income Tax เริ่มปี 70 ทุกคนต้องยื่นภาษี รายได้น้อยรับสวัสดิการ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ส.ค. 2568 เวลา 13.13 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2568 เวลา 06.13 น.

ไทยเตรียมใช้ “Negative Income Tax” ในปี 2570 กำหนดคนไทยทุกคนต้องยื่นภาษีแม้มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลรายได้ โดยผู้มีรายได้สูงต้องเสียภาษีตามปกติ ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยจะได้รับสวัสดิการ

Negative Income Tax คืออะไร

Negative Income Taxหรือภาษีเงินได้ติดลบ โดยกำหนดให้ประชาชนทุกคนต้องยื่นแบบภาษีเงินได้กับกรมสรรพากรแม้มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี เพื่อให้สามารถเห็นข้อมูลรายได้ที่แท้จริงและจัดสรรสวัสดิการได้อย่างถูกต้อง ซึ่งหลักการของNegative Income Taxคือ

  • ผู้ที่มีรายได้สูงกว่าเกณฑ์ จะต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลตามปกติ
  • ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จะไม่เสียภาษี และจะได้รับเงินโอนจากรัฐบาลแทน โดยเงินที่ได้รับจะถูกพิจารณาจากส่วนต่างระหว่างระดับรายได้ที่ได้รับจริงกับเกณฑ์เงินได้ที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายว่าไทยจะเริ่มใช้Negative Income Taxได้ในปี 2570

ทำไมต้องใช้Negative Income Tax

ในแต่ละปีภาครัฐใช้งบประมาณเพื่อจัดสวัสดิการสังคมมากกว่า 1 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็นสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 5% ต่อ GDP ขณะที่การจัดสรรสวัสดิการแต่ละโครงการยังดำเนินการเป็นแบบแยกส่วน และไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลรายได้และสวัสดิการของประชาชน ทำให้การให้สิทธิประโยชน์เกิดความซ้ำซ้อนและใช้งบประมาณมากกว่าที่ควรจะเป็น

ดังนั้นNegative Income Taxจะเป็นการปฏิรูปโครงสร้างทางภาษีที่ให้ความสำคัญกับการกระจายรายได้มากขึ้นและช่วยลดความเหลื่อมล้ำ โดยมุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่มีรายได้น้อยที่สมควรได้รับสวัสดิการได้อย่างตรงกลุ่มทำให้ช่วยประหยัดงบประมาณได้

นอกจากนี้ยังเป็นการดึงคนให้เข้าสู่ระบบภาษีได้มากขึ้นเพราะผู้มีรายได้น้อยก็มีแรงจูงใจในการยื่นภาษีเพื่อรับเงินช่วยเหลือขณะที่เมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีแล้วก็สามารถจัดเก็บภาษีได้ทันทีเพราะอยู่ในระบบฐานภาษีอยู่แล้ว

3 เรื่องต้องพิจารณา หากไทยจะใช้Negative Income Tax

จากรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 3 ปี 2567 สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ระบุว่า แม้การนำNegative Income Taxมาปรับใช้จะมีประโยชน์ทั้งกับประชาชนและภาครัฐ แต่ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณา ได้แก่

  • การกำหนดวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้ความช่วยเหลือให้มีความชัดเจน บนพื้นฐานบริบทของประเทศไทย
  • การกำหนดเกณฑ์รายได้และระดับการช่วยเหลือให้มีความเหมาะสม โดยต้องมีการศึกษาเพื่อให้สามารถกำหนดเกณฑ์รายได้ที่สามารถจูงใจให้คนทำงานเพื่อให้มีรายได้เพิ่ม รวมถึงต้องมีการทบทวนเกณฑ์เป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ
  • การจัดเตรียมงบประมาณเพื่อใช้สนับสนุนการดำเนินการ NIT และศึกษาผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและภาระทางการคลัง อาทิ การพิจารณายกเลิกบางมาตรการที่มีความซ้ำซ้อนของสวัสดิการ โดยรวมการช่วยเหลือเป็นระบบเดียว ควบคู่ไปกับการดึงผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ให้เข้าระบบภาษี พร้อมกับกำหนดบทลงโทษและบังคับใช้อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันแรงจูงใจในการกระทำผิด (Moral hazard)

Negative Income Taxในต่างประเทศ

สิงคโปร์ ใช้ Workfare Income Supplement (WIS) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประเทศ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการออมเพื่อการเกษียณ จึงได้มีการแบ่งเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่งสมทบเข้ากองทุน สำรอง เลี้ยงชีพ

สหรัฐอเมริกา ใช้ Earned Income Tax Credit (EITC) มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้มีงานทำอายุ 25 - 65 ปี ที่มีรายได้น้อย และมีหมายเลขประกันสังคมอย่างถูกต้อง ซึ่งการให้ความช่วยเหลือจะคำนึงถึงภาระ การดูแลสมาชิกในครัวเรือน อาทิ การมีบุตร จำนวนบุตร

เกาหลีใต้ ใช้ EITC โดยพิจารณา ทั้งการมีบุตรและจำนวนบุตร ตลอดจนแหล่งที่มาของรายได้ครัวเรือน (ทางเดียว/สองทาง) รวมทั้ง ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มแรงงานอิสระ ซึ่งจะได้ประโยชน์ในระดับที่แตกต่างกันไป

ออสเตรเลีย มีการประยุกต์ใช้ NIT ในรูปแบบภาษีสำหรับครอบครัว (Family Tax Benefit: FTB) เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนรายได้น้อยในการเลี้ยงดูบุตร โดยจำแนกระดับความช่วยเหลือตามจำนวนบุตร อายุบุตร ตลอดจนลักษณะของครัวเรือน (ครัวเรือนสมบูรณ์/พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว)

ที่มา : กระทรวงการคลัง, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...