โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ทฤษฎีจิตวิทยา อธิบายเหตุเด็กทำร้ายครู เพราะไม่ใจคะแนนสอบ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 11 ส.ค. 2568 เวลา 06.26 น.
ข่าวเด็กทำร้ายครู หลังไม่พอใจคะแนนสอบ มองภาพจากที่เกิดขึ้นโดยใช้ทฤษฎีทางจิตวิทยา อาจเป็นไปได้จากหลายสาเหตุ

กลายเป็นประเด็นพูดกันอย่างมากในโลกออนไลน์ จากคลิปข่าวเหตุการณ์นักเรียนชายชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.อุทัยธานี เข้าทำร้ายร่างกายครูอย่างรุนแรง หลังไม่พอใจคะแนนสอบกลางภาค ทำให้คุณครูได้รับบาดเจ็บซี่โครงอักเสบ

นอกจากการดำเนินคดีและการเยียวยาจิตใจของครูแล้ว อีกประเด็นที่ต้องมองคือพฤติกรรมแสดงความรุนแรงของเด็กแบบนี้ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร? โดยหากมองภาพจากที่เกิดขึ้นโดยใช้ทฤษฎีทางจิตวิทยา อาจเป็นไปได้จากหลายสาเหตุ

ทฤษฎีจิตวิทยา ทำไมเด็กถึงเลือกใช้ความรุนแรง

1. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม หรือ Social Learning Theory

พูดถึงว่าเด็กคนหนึ่งจะเรียนรู้พฤติกรรมต่างๆ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง จากการสังเกตคนรอบข้างและเลียนแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีความสำคัญต่อพวกเขา เช่น พ่อแม่ คนในครอบครัว หรือคนที่อุปการะเลี้ยงดู เมื่อเด็กเห็นพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงซ้ำๆ เรียนรู้ว่าเป็นเรื่องของการแสดงออกทั่วไป ก็มีแนวโน้มที่จะเอาพฤติกรรมอบบนี้มาใช้ในสังคม หรือกับคนที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว

2. ทฤษฎีความคับข้องใจ-ความก้าวร้าว หรือ Frustration-Aggression Theory

ทฤษฎีนี้ อธิบายไว้ว่า เมื่อมีความรู้สึกไม่พอใจ หรือเกิดอุปสรรคที่ขัดขวางเป้าหมาย เด็กเลือกจะแสดงความก้าวร้าวออกมาเพื่อจัดการกับความรู้สึกทางลบเหล่านั้น เด็กที่ประสบกับความคับข้องใจซ้ำๆ อาจเรียนรู้ที่จะใช้ความรุนแรงเพื่อตอบสนองต่อความคับข้องใจ

3. ทฤษฎีสัญญาณความก้าวร้าว หรือ Aggression Cues Theory

อธิบายว่า สถานการณ์หรือสิ่งเร้าภายนอกบางอย่างสามารถกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว แม้ว่าตัวเด็กจะไม่ได้รู้สึกคับข้องใจมาก่อนก็ตาม ตัวอย่างเช่น การเห็นอาวุธหรือการได้ยินคำพูดที่รุนแรง อาจกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กได้

ผลจากสังคมหรือการเลี้ยงดู

แน่นอนความรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นมาโดยธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นการการล่อหลอม และสิ่งแวดล้อมรอบตัวของเด็ก ทฤษฎีเหล่านี้จึงมองว่าความรุนแรงไม่ได้เป็นเพียงการกระทำของเด็กที่แสดงออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ

แต่การแสดงออกอย่างรุนแรงของเด็ก ยังเป็นผลมาจากโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมที่สนับสนุนความรุนแรงด้วย เช่น การเลี้ยงดูในครอบครัวที่มีความรุนแรง หรือการอยู่ในสังคมที่ยอมรับความรุนแรง อาจส่งเสริมให้เด็กมีพฤติกรรมรุนแรง

ในกรณีของเด็กชาย ม.5 รายนี้ อาจต้องทำความเข้าใจถึงภูมิหลังของเด็กว่าเป็นเช่นไหร่ ครอบครัวได้มีความคาดหวังหรือกดดันต่อตัวเด็กหรือไม่ และควรจะต้องอยู่ใกล้ชิดการดูแลของจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา แน่นอนว่า พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นต่อทั้งผู้เรียนและผู้สอน สังคมไม่ควรเข้าข้าง หรือตัดสินเอนเอียงฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ทุกฝ่ายต้องได้รับการตัดสินอย่างยุติธรรม เมื่อดูแลสภาพจิตใจของเด็กแล้ว ก็จำเป็นต้องเยียวยาทั้งทางร่างกายและจิตใจของครูด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...