โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อินเดียเผชิญภาษีสหรัฐฯ สูงที่สุดในโลกเริ่มสัปดาห์นี้ สะเทือนเศรษฐกิจ-ความสัมพันธ์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 01.15 น.
อินเดียเตรียมเผชิญภาษีส่งออกไปสหรัฐฯ สูงสุดในโลก ร้อยละ 50 สะเทือนเศรษฐกิจ-ความสัมพันธ์ทวิภาคี เป็นการลงโทษอินเดียที่ยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

การส่งออกสินค้าของอินเดียไปยังสหรัฐฯ จะเผชิญกับอัตราภาษีที่สูงที่สุดในโลกภายในสัปดาห์นี้ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงนาทีสุดท้ายจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ หลังจากทรัมป์เชื่อมโยงประเด็นสงครามและสันติภาพเข้ากับการค้า โดยขู่ว่าจะเก็บภาษีสูงถึงร้อยละ 50 ต่ออินเดีย เพื่อตอบโต้การที่อินเดียยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งสหรัฐฯ อ้างว่าเป็นการสนับสนุนทางการเงินต่อสงครามของมอสโกในยูเครน

มาตรการภาษีเชิงรุกนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและอินเดีย เปิดโอกาสให้อินเดียหันมาปรับปรุงความสัมพันธ์กับจีนครั้งใหม่ และส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 5 ของโลกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ทรัมป์ได้กำหนดเส้นตาย 3 สัปดาห์เพื่อปรับขึ้นภาษีสินค้าจากอินเดีย โดยคาดว่าภาษีจะเริ่มมีผลในเช้าวันพุธที่ 27 สิงหาคม ตามเวลาอินเดีย

ในปี 2567 สหรัฐฯ ถือเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของอินเดีย โดยมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 87,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นักวิเคราะห์จากโนมูระ วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เตือนว่า การเก็บภาษีในระดับร้อยละ 50 เทียบเท่ากับ “การคว่ำบาตรทางการค้า” ซึ่งจะส่งผลรุนแรงต่อผู้ประกอบการรายย่อยที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำและกำไรเล็กน้อย

ส่วนการาริมา กาปูร์ จากบริษัทหลักทรัพย์และวิจัยการลงทุน Elara Securities กล่าวว่า ภายใต้ภาษีระดับนี้ “ไม่มีสินค้าอินเดียใดสามารถแข่งขันได้ในตลาดสหรัฐฯได้เลย”

นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า มาตรการดังกล่าวอาจทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ของอินเดียหดตัวลง 70 ถึง 100 จุดพื้นฐานในปีงบประมาณนี้ ทำให้อัตราการเติบโตต่ำกว่าร้อยละ 6 ซึ่งจะเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ยุคโควิด

ผู้ส่งออกในอุตสาหกรรมสิ่งทอ, อาหารทะเล และเครื่องประดับ เริ่มรายงานการยกเลิกคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ และสูญเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งอย่างบังกลาเทศและเวียดนาม ซึ่งอาจนำไปสู่การปลดพนักงานจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อยกเว้นบางส่วน เช่น ยาและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึง iPhone ที่ประกอบในอินเดีย ซึ่งยังไม่ถูกเก็บภาษีในรอบนี้

S&P คาดว่าการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจะมีมูลค่าเทียบเท่ากับร้อยละ 1.2 ของ GDP ของอินเดีย แต่ระบุว่าเป็น “แรงกระแทกแบบครั้งเดียว” ที่ “จะไม่ส่งผลต่อแนวโน้มการเติบโตระยะยาว” ของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...