โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เศรษฐีภูธรไล่ตามความหรู ‘ภูเก็ต พัทยา หัวหิน เขาใหญ่’ บูมคอนโดแพง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ย 2568 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2568 เวลา 08.31 น.

คอลัมน์ : รายงานพิเศษ ผู้เขียน : เมตตา ทับทิม

เริ่มต้นนับ 1 รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล กับช่วงโค้งสุดท้ายปี 2568 เป็นจังหวะที่ดีในการอัพเดตภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับลักเซอรี่ในต่างจังหวัด

โฟกัสสินค้า“คอนโดมิเนียม” เพราะมีความพิเศษตรงที่มีส่วนผสมของลูกค้าต่างชาติเข้ามาเป็นกำลังซื้อหลัก จากการที่กฎหมายไทยเปิดช่องให้ซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ได้ในสัดส่วน 49% หรือที่เรียกว่าโควตา 49% รวมทั้งลูกค้าต่างชาตินิยมซื้อแบบสิทธิการเช่าหรือลีสโฮลด์ ที่มีอายุสัญญา 30+30 ปี ทำให้หัวเมืองท่องเที่ยวไทยขายดีเทน้ำเทท่า เพราะตึกไหนที่ขายแบบโอนกรรมสิทธิ์หมดโควตา ก็แค่สวอปมาเป็นสัญญาขายแบบลีสโฮลด์ระยะยาว

ในที่นี้ โจทย์หลักอยู่ที่สถานการณ์คอนโดฯหรูราคาเกิน 50 ล้านบาท ในตลาดต่างจังหวัดเป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากได้เห็นภาพภาวะร้อนแรงของตลาดคอนโดฯ ราคาเกินห้องละ 100 ล้านบาท ในเขตกรุงเทพฯมาแล้ว

ภูเก็ตคอนโดฯแพงสุด 391 ล้าน

โดย “ภัทรชัย ทวีวงศ์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า ตลาดคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักเซอรี่ในไทย กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ไม่ใช่จำกัดความนิยมซื้อแค่ในกรุงเทพฯ แต่ยังมีหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศที่กลายเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะ “เศรษฐีภูธร” และนักลงทุนต่างชาติ ที่กำลังมองหาทั้งที่พักผ่อนส่วนตัวและโอกาสในการลงทุนระยะยาว

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของเศรษฐกิจภูมิภาคและความเชื่อมั่นต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างชัดเจน

โดยพบว่า “ภูเก็ต” เป็นตัวแทนของหัวเมืองใต้ ที่ยังคงเป็นศูนย์กลางอสังหาฯระดับโลก ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดฯหรูอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ด้วยทำเลที่สวยงามระดับโลก และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามา โดยภูเก็ตมีคอนโดฯที่มีราคาขายต่อยูนิตสูงกว่า 50 ล้านบาท มากที่สุดในประเทศ ด้วยสัดส่วนซัพพลายไม่ต่ำกว่า 77% ของทั้งประเทศ แถมมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น

โดยเฉพาะโครงการในทำเลยอดนิยมอย่าง “หาดบางเทา-ลายัน-ราไวย์-ป่าตอง” ที่ยังคงพบมีโครงการใหม่ ๆ ทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการ “Banyan Tree Beach Residences Oceanus” เป็นเจ้าของสถิติที่สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยราคาต่อยูนิตสูงที่สุด 391 ล้านบาท/ยูนิต หรือเฉลี่ย 384,615.38 บาท/ตารางเมตร และเป็นราคาสูงที่สุดในตลาดปัจจุบัน

ตามมาด้วยโครงการคุณภาพอื่น ๆ อาทิ โครงการ Gardens of Eden ที่มีราคา 157.5 ล้านบาท/ยูนิต, โครงการ Botanica Hythe ราคา 135 ล้านบาท/ยูนิต และโครงการ Banyan Tree Grand Residence Phuket ราคา 142 ล้านบาท/ยูนิต แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาโครงการเซ็กเมนต์นี้ ไม่ใช่แค่การขายอสังหาฯ แต่คือการสร้างไลฟ์สไตล์ระดับโลกให้กับผู้ซื้อ

คอนโดแพง

พัทยา-หัวหิน ทำเลต้องมา

ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ไม่ใช่แค่ภูเก็ตเท่านั้นที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำเลดังอย่าง “หัวหิน-พัทยา” ซึ่งเป็นทำเลที่คนกรุงคุ้นเคยและเข้าถึงง่าย ก็เริ่มมีบทบาทในตลาดซูเปอร์ลักเซอรี่มากขึ้นเช่นกัน โดย “หัวหิน” รักษาภาพลักษณ์เมืองตากอากาศหรูหราและคลาสสิกเอาไว้ได้อย่างคงเส้นคงวา อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ทำให้หัวหินกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่มองหาบ้านหลังที่สอง เพื่อการพักผ่อนระยะสั้นและระยะยาว

โครงการเด่น อาทิ “Intercontinental Residence Hua Hin” มีราคาขายสูงที่สุด 121 ล้านบาท/ยูนิต หรือแม้กระทั่งโครงการ “VEHHA Hua Hin-เวหา หัวหิน” เจ้าของโครงการกลุ่มเดียวกัน คือ บมจ.พราว เรียลเอสเตท ราคา 56 ล้านบาท/ยูนิต ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสงบส่วนตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

สำหรับ “พัทยา” เมืองตากอากาศระดับโลกอีกแห่งของไทย เป็นเสมือนตัวแทนห้องชุดระดับซูเปอร์ลักเซอรี่ของภาคตะวันออกได้อย่างโดดเด่นและชัดเจน ล่าสุดพัทยาได้พลิกโฉมจากเมืองแห่งแสงสีมาเป็นศูนย์กลางแห่งการลงทุนและการพักผ่อนที่หรูหรา เพราะรับอานิสงส์เป็นพื้นที่การลงทุนของเมกะโปรเจ็กต์รัฐ ไม่ว่าจะเป็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 3 จังหวัดภาคตะวันออก หรือ EEC ทำให้นาทีนี้ พัทยามีศักยภาพที่น่าจับตามองในระยะยาว

ที่สำคัญ โครงการใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ตลาดลักเซอรี่-ซูเปอร์ลักเซอรี่อย่างชัดเจน ยกตัวอย่าง โครงการ Once Wongamat มีราคาสูงถึง 146 ล้านบาท/ยูนิต, โครงการ “The Panora Estuaria และ Aquarous Pattaya” ที่มีราคายูนิตกว่า 70 ล้านบาท การพัฒนาเหล่านี้ทำให้พัทยาไม่ใช่แค่เมืองแห่งการท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่ยังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ที่ดึงดูดผู้มีกำลังซื้อสูงจากทั่วภูมิภาค

เขาใหญ่ชูจุดขายเมาน์เท่นวิว

สำหรับในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหวกม่านการเติบโตของตลาดคอนโดฯหรูไม่ได้จำกัดอยู่แค่จังหวัดหัวเมืองทะเลเท่านั้น แต่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชั้นนำที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ “เขาใหญ่” ก็เริ่มมีบทบาทในตลาดนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ

มีตัวชี้วัดจากโครงการ “Banyan Tree Residence Creston Hill” ที่นำเสนอคอนเซ็ปต์ใหม่ของการพักอาศัยท่ามกลางขุนเขา ด้วยห้องชุดขนาดใหญ่ไซซ์ 295 ตารางเมตร ณ ราคา 56 ล้านบาท/ยูนิต เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง ต้องการจะสัมผัสกับความสงบและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติอย่างแท้จริง

กระเถิบขึ้นไปบนพื้นที่ภาคเหนือ ตลาดคอนโดฯหรูที่มีราคาขายต่อยูนิตสูงกว่า 50 ล้านบาท/ยูนิต อาจจะไม่พบว่ามียูนิตขายอยู่ในตลาด หรือมีคอนโดฯโครงการใดในเขตภาคเหนือที่มีราคาขายต่อยูนิตสูงกว่า 50 ล้านบาท แม้ว่าจะมีความต้องการจากนักลงทุนบางส่วน แต่จำนวนยูนิตและขนาดของห้องค่อนข้างจำกัด

ตัวอย่างที่พอพบได้ คือ โครงการ “อนันตรา เชียงใหม่ เซอร์วิส สวีทส์” ที่มีราคาเฉลี่ยต่อยูนิต 25,588,384 บาท สำหรับห้องชุด 3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 162 ตารางเมตร และโครงการ “Twin Peaks ราคา 25,000,000 บาท/ยูนิต สำหรับห้องชุด 3 ห้องนอน ไซซ์ 188 ตารางเมตร

แต่อย่างน้อยที่สุด ก็เป็นภาพสะท้อนว่า ห้องชุดระดับลักเซอรี่ในต่างจังหวัด โซนเขาใหญ่กำลังเป็นพื้นที่ดาวรุ่งในเซ็กเมนต์เกิน 50 ล้านบาท/ยูนิต

อัตราการขาย 31-68%

บิ๊กดาต้ารัว ๆ ณ ครึ่งปีแรก 2568 พบว่า ซัพพลายคอนโดฯเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย ที่มีราคาขายมากกว่า 50 ล้านบาทต่อยูนิต มีทั้งหมด 286 ยูนิต มูลค่ารวม 21,202 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 74 ล้านบาท/ยูนิต ในจำนวนนี้ขายไปแล้ว 180 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 13,344 ล้านบาท เท่ากับมียูนิตรอการขาย 106 ยูนิต มูลค่ารอขาย 7,858 ล้านบาท

โดยพบว่า “ภูเก็ต” ยังคงเป็นศูนย์กลางของตลาดคอนโดฯหรู มีซัพพลายเปิดขาย 222 ยูนิต ขายไปแล้ว 150 ยูนิต เหลือขาย 72 ยูนิต คิดเป็นอัตราการขายสูงถึง 68% สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการสูงในทำเลรีสอร์ตระดับบน สาเหตุจากนักลงทุนและผู้ซื้อทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจในภูเก็ตเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นทำเลที่สามารถผสมผสานการพักอาศัยส่วนตัวกับโอกาสลงทุนเชิงท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว

ในขณะที่ “พัทยา” มีซัพพลายราคาเกิน 50 ล้านบาท ทั้งหมด 29 ยูนิต ขายไปแล้ว 14 ยูนิต เหลือขาย 15 ยูนิต อัตราการขายอยู่ที่ 48% ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความสนใจในตลาดรีสอร์ต แต่ยังไม่เข้มข้นเท่ากับภูเก็ต ตลาดพัทยาจึงถือว่าอยู่ในช่วงเติบโต และยังมีโอกาสพัฒนาเพิ่มเติม หากมีการสร้างโครงการที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อเพื่อพักอาศัยและนักลงทุน

ทำเลใกล้พัทยา ก็คือ “ระยอง” จังหวัดที่มีสถิติรายได้ประชากรต่อหัวสูงที่สุดในไทย สูงกว่ากรุงเทพฯ มีซัพพลาย 12 ยูนิต ขายไปแล้ว 5 ยูนิต เหลือขาย 7 ยูนิต คิดเป็นอัตราการขาย 42% สะท้อนถึงความสนใจที่กำลังเติบโต และยังมีโอกาสสูงในการพัฒนาโครงการตอบสนองดีมานด์นักท่องเที่ยวและนักลงทุน ที่ต้องการทำเลชายทะเลที่มีศักยภาพ

และ “หัวหิน” แม้มีซัพพลายราคาเกิน 50 ล้านบาทเพียง 7 ยูนิต แต่ขายไปแล้วถึง 6 ยูนิต อัตราการขายสูงถึง 86% ชี้ให้เห็นถึงความต้องการที่มั่นคงในทำเลพิเศษ แม้จำนวนยูนิตจะน้อย แต่ตลาดนี้มีเอกลักษณ์ชัดเจน และตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อที่มองหาคอนโดมิเนียมหรูในทำเลเฉพาะตัว

สำหรับ “เขาใหญ่” มีซัพพลาย 16 ยูนิต ขายไปแล้ว 5 ยูนิต เหลือขาย 11 ยูนิต อัตราการขายอยู่ที่ 31% แสดงให้เห็นว่าตลาดยังเป็นเฉพาะกลุ่มและความนิยมยังไม่สูงมาก อย่างไรก็ดี เขาใหญ่มีศักยภาพในการเติบโต หากสามารถเน้นจุดขายด้านความสงบ ร่มรื่น และเหมาะกับการพักผ่อนแบบรีสอร์ต ซึ่งสามารถดึงดูดกลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ไซซ์ 200-400 ตร.ม.นิยมสุด

สรุปในภาพการกระจายตัวของซัพพลายพบว่า ภูเก็ตครองสัดส่วนมากที่สุด 77% ของยูนิตทั้งหมด รองลงมา “พัทยา-เขาใหญ่-ระยอง” รวมกันมีสัดส่วน 21% และ “หัวหิน” มีสัดส่วนเพียง 2-3% ของตลาดต่างจังหวัดในภาพรวม

“ภาพรวมนี้ช่วยให้เห็นว่า ตลาดคอนโดมิเนียมหรูในประเทศไทย ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังสะท้อนถึงพฤติกรรมการลงทุนและความชื่นชอบของผู้ซื้อในแต่ละทำเลอย่างลึกซึ้ง”

ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคในเซ็กเมนต์ห้องชุดราคาเกิน 50 ล้านบาท ให้ความนิยมเลือกซื้อห้องชุดไซซ์ขนาดไหน โดยพบว่ามีขนาดตั้งแต่ 210-829 ตารางเมตร ค่าเฉลี่ยส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 280-650 ตารางเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุนเชิงรีสอร์ต

ห้องขนาดเล็กสุดอยู่ที่ 210-220 ตารางเมตร มักเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการสัมผัสความหรูหรา แต่ยังคงอยู่ในงบประมาณเริ่มต้นของตลาด 50 ล้านบาทขึ้นไป

ห้องไซซ์ 200-400 ตารางเมตร ถือเป็นห้องพักหลักที่นักลงทุนและผู้ซื้อทั่วไปนิยม เนื่องจากมีความเหมาะสมทั้งสำหรับการอยู่อาศัยและการปล่อยเช่าในรีสอร์ต

ในขณะที่ห้องไซซ์ 400-650 ตารางเมตร มักเป็น Penthouse หรือห้องแบบ Duplex (ห้องชุด 2 ชั้น) ที่สะท้อนถึงความหรูหราระดับสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการพื้นที่กว้างขวางและความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ส่วนห้องไซซ์เกิน 650 ตารางเมตร แม้จะมีเพียงส่วนน้อย แต่กลับมีความพิเศษสูงสุด มักขายให้กับกลุ่ม UHNWI-Ultra High Net Worth ที่มองหาความเป็นส่วนตัวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพียงหนึ่งเดียว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐีภูธรไล่ตามความหรู ‘ภูเก็ต พัทยา หัวหิน เขาใหญ่’ บูมคอนโดแพง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...