โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สรุปเงื่อนไข ‘คนละครึ่ง พลัส’ ลงทะเบียนได้ถึงเมื่อไหร่ คุณสมบัติผู้เข้าร่วม ?

BT Beartai

อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 05.43 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 05.43 น.
สรุปเงื่อนไข ‘คนละครึ่ง พลัส’ ลงทะเบียนได้ถึงเมื่อไหร่ คุณสมบัติผู้เข้าร่วม ?

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง หลังจากประกาศว่าจะสร้างภาคต่อของจักรวาล “คนละครึ่ง” มาเป็น “คนละครึ่งพลัส” ในยุคนายกหนู วันนี้ BT beartai จะมาเปิดเงื่อนไขใหม่ล่าสุดของคนละครึ่งพลัส เพราะจากอัปเดตล่าสุดคือผู้เข้าร่วมโครงการต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืน

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’

“นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่ง ยุครัฐบาล “ลุงตู่” มาใช้ใหม่ นอกจากจะมีการอัปวงเงินเพิ่มเป็น 200 บาท/วัน จากเดิม 150 บาท/วัน ยังมีเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติม ดังนี้

  • มีสัญชาติไทย
  • มีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ทำการลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน ต้องเป็นผู้ที่มีบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ตการ์ดที่ยังไม่หมดอายุ
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะต้องไม่เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) โดยยึดตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่มีประวัติเสียจากโครงการของรัฐ ต้องไม่เป็นผู้ที่เคยถูกระงับสิทธิ หรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการหรือโครงการอื่น ๆ ของรัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งในระยะที่ 1-5 ที่ผ่านมา

สรุปง่าย ๆ คือ ต้องเป็นคนไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป มีบัตรประชาชน และไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงไม่เคยมีปัญหาในการเข้าร่วมโครงการอื่น ๆ ของรัฐ ก็สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ได้เลยครับ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับวงเงินเพิ่มแทน

แต่สำหรับผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ต้องตกใจไปนะครับ ไม่ได้หมดสิทธิไปซะทีเดียว ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับการดูแลผ่านอีกมาตรการหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายช่วยเหลือค่าครองชีพในช่วงปลายปี โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ได้รับวงเงินช่วยเหลือเพิ่ม : 1,700 บาท/คน ตลอดระยะเวลาโครงการ
  • ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ : ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับสิทธินี้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องทำการลงทะเบียนใด ๆ เพิ่มเติม

รูปแบบการจ่ายเงิน : รัฐบาลจะโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้โดยตรง แบ่งจ่ายเป็น 2 เดือน คือ

  • เดือนพฤศจิกายน 2568 : ได้รับเงินเพิ่ม 850 บาท (รวมกับวงเงินซื้อสินค้าปกติ 300 บาท เป็น 1,150 บาท)

  • เดือนธันวาคม 2568 : ได้รับเงินเพิ่ม 850 บาท (รวมกับวงเงินซื้อสินค้าปกติ 300 บาท เป็น 1,150 บาท)

  • การใช้จ่าย : วงเงินที่ได้รับเพิ่มนี้จะรวมอยู่ในวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ และหากใช้ไม่หมดในแต่ละเดือน จะไม่สามารถทบไปเดือนถัดไปได้

คนละครึ่งพลัส วงเงินทั้งหมดเท่าไหร่

คนละครึ่งพลัสจะแบ่งวงเงิน สำหรับผู้ยื่นแบบภาษีและผู้ที่ไม่ยื่นภาษี

  • สำหรับผู้ยื่นแบบภาษี 2,400 บาท/คน ตลอดโครงการ
  • สำหรับผู้ไม่ยื่นภาษี 2,000 บาท/คน ตลอดโครงการ
  • ใช้สิทธิไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน

คนละครึ่งพลัส ลงทะเบียนได้ถึงเมื่อไหร่ ระยะเวลาโครงการ

สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิได้ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยมีกำหนดการดังนี้

  • วันที่ : 20 – 26 ตุลาคม 2568
  • เวลา : ตั้งแต่ 06:00 น. ถึง 22:00 น. ของทุกวัน

คนละครึ่งพลัส ใช้สิทธิได้ตอนไหน

เพื่อรักษาสิทธิในโครงการ หลังจากได้รับ SMS ยืนยันแล้ว ผู้ได้รับสิทธิจะต้องเริ่ม “ใช้จ่ายครั้งแรก” ภายในวันที่กำหนด ไม่งั้นจะถูกตัดสิทธิออกจากโครงการทันที

– ต้องใช้สิทธิครั้งแรก : วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 (ก่อนเวลา 23:00 น.)

– ระยะเวลาใช้จ่ายในโครงการ : สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 (ในช่วงเวลา 06:00 – 23:00 น.)

คนละครึ่งพลัส ใช้กับ “ฟูดดิลิเวอรี” ได้เช่นเดิม

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ยังคงอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สิทธิสามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟูดดิลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • แพลตฟอร์มที่เข้าร่วม : GrabFood, LINE MAN, ShopeeFood และ Robinhood
  • เงื่อนไขการสนับสนุน : รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย เฉพาะค่าอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น (ไม่รวมค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น)
  • ช่วงเวลาที่ใช้ได้ : สามารถใช้สิทธิสั่งอาหารดิลิเวอรีได้ตั้งแต่เวลา 06:00 น. ถึง 21:00 น.

สำหรับใครที่เคยลงทะเบียนไว้ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด แค่รอเปิดแอปฯ เป๋าตัง ในช่วงวันที่เปิดให้ลงทะเบียน มองหาแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” กดยอมรับเงื่อนไขและกดยืนยันเพื่อรับสิทธิ และก็รอใช้ได้เลยครับ

และสำหรับใครที่ไม่เคยลงทะเบียนเลย แนะนำให้ โหลดแอปฯ ‘เป๋าตัง’ และเปิดบริการ G-Wallet ไว้ก่อนได้เลยครับ

จะรับสิทธิ์คนละครึ่งพลัสได้ ต้องมีบัญชีกรุงไทยมั้ย ?

การมีบัญชีธนาคารกรุงไทยและแอปฯ Krungthai NEXT เป็นเพียง “ทางเลือกหนึ่ง” ในการยืนยันตัวตน (KYC) ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดสำหรับคนที่มีบัญชีอยู่แล้ว แต่ไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ ยังสามารถลงทะเบียนได้เช่นกัน

สำหรับผู้ที่ไม่มีบัญชีกรุงไทย ต้องทำอย่างไร ?

หลังจากโหลดแอปฯ มาแล้ว สามารถยืนยันตัวตนเพื่อเปิดใช้งาน G-Wallet ได้ด้วยวิธีการต่อไปนี้แทนครับ

  • ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า เป็นวิธีมาตรฐานที่แอปฯ เป๋าตังจะให้ทำเป็นขั้นตอนแรกหลังจากกรอกข้อมูลบัตรประชาชน
  • ทำตามขั้นตอนการสแกนใบหน้าที่แนะนำในแอปฯ
  • ยืนยันตัวตนที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย (ตู้สีเทา) ในกรณีที่สแกนใบหน้าในแอปฯ ไม่ผ่านหลายครั้ง สามารถนำ “บัตรประชาชน” ไปยืนยันตัวตนที่ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทยได้ทุกสาขา
  • เมื่อไปถึงเลือกเมนู “ยืนยันตัวตน” บนหน้าจอ (ไม่ต้องใช้บัตร ATM) แล้วเสียบบัตรประชาชนในช่องที่กำหนดเพื่อทำตามขั้นตอนต่อไป

เมื่อทำทุกขั้นตอนสำเร็จแล้ว หน้าจอ G-Wallet ของคุณก็จะพร้อมใช้งาน สามารถเติมเงินและรอรับสิทธิจากโครงการของรัฐได้เลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...