โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาด Long Stay ลักชัวรีบูม La Clef Bangkok อัตราเช่าพุ่ง 30% ชี้ช่องว่างตลาดเหนือคอนโดเช่า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ต.ค. 2568 เวลา 17.56 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2568 เวลา 10.56 น.

ตลาดที่พักระยะยาว (Long Stay) ระดับอัลตราลักชัวรีในกรุงเทพฯ ขยายตัวต่อเนื่องจากดีมานด์หลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ (Expatriates) และคนทำงานอิสระ (Digital Nomads) ที่มองหาที่พักพร้อมบริการครบวงจรในทำเลทองหล่อ ส่งผลให้โครงการใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะนี้ทำผลงานได้ดี

ทั้งนี้ตลาดที่พักระยะยาว (Long Stay) ในปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่เพื่อการท่องเที่ยวระยะสั้น แต่เพื่อการอยู่อาศัย ทำงาน และลงทุนในประเทศไทย ลูกค้ากลุ่มหลักประกอบด้วย:

  • Digital Nomads และ Freelancers: ที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงานและพื้นที่ส่วนตัว
  • Expatriates และครอบครัว: ที่ย้ายถิ่นฐานเพื่อการทำงาน การศึกษา หรือการรักษาพยาบาล (Wellness)
  • กลุ่มเกษียณอายุ: ที่ต้องการย้ายมาใช้ชีวิตระยะยาวในประเทศไทย

กลุ่มเหล่านี้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ห้องพัก แต่ต้องการ "บ้าน" ที่มาพร้อมมาตรฐานความหรูหราและการบริการระดับพรีเมียม ซึ่งแตกต่างจากประสบการณ์โรงแรมทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านที่มีดีมานด์สูงอย่างทองหล่อ ซึ่งเป็นจุดหมายหลักของทั้ง Digital Nomads และ Expatriates

“ตลาด Long Stay เป็นตลาดที่ค่อนข้างยั่งยืนและมีความผันผวนต่ำ เนื่องจากไม่ผูกติดกับ "วงจรการท่องเที่ยวทั่วไป" เช่น Low Season - High Season และได้รับผลกระทบจำกัดจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดนักท่องเที่ยวระยะสั้น เช่น การหายไปของนักท่องเที่ยวจีน”

สิ่งที่น่าสนใจคือตลาด Service Apartment ระดับ Ultra-Luxury ยังคงมีช่องว่าง เนื่องจากคู่แข่งหลักที่เป็น "คอนโดปล่อยเช่า" มักมีข้อจำกัดด้านสัญญาเช่าที่กำหนดระยะเวลามากกว่า 1 ปีขึ้นไป ขณะที่ผู้ประกอบการ Service Apartment สามารถนำเสนอความยืดหยุ่นในการเข้าพักเริ่มต้นที่ 1 เดือน ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Medium Stay (3-4 เดือน) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด La Clef Bangkok by The Crest Collection ซึ่งเป็นลักชัวรีเซอร์วิส เรสซิเดนซ์ มูลค่าลงทุน 5,000 ล้านบาทได้เปิดตัวบนทำเลทองหล่อ โดยเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างแรบบิท โฮลดิ้งส์ ในกลุ่มบีทีเอส กรุ๊ปฯ และอนันดาฯ โดยแบ่งส่วนการพัฒนาเป็น 2 ส่วนหลัก:

  • เซอร์วิสเรสซิเดนซ์ (La Clef Bangkok): จำนวน 115 ยูนิต ตั้งอยู่บนชั้น 12 – 23 ขนาดห้องเริ่มต้น 38 ตารางเมตร ราคาเช่าต่อเดือนเริ่มต้นที่ 120,000 - 130,000 บาทต่อเดือน บริหารโดย The Ascott Limited
  • คอนโดมิเนียมขายขาด (THE RESIDENCES 38): จำนวน 56 ห้อง ตั้งอยู่บนชั้น 24 – 36 รูปแบบห้องสตูดิโอ - เพนต์เฮ้าส์ ราคาขาย 22.9 - 246 ล้านบาทต่อยูนิต

นายแอนดรูว์ คอร์เนลิโอ ผู้จัดการทั่วไปของ La Clef Bangkok by The Crest Collection เปิดเผยว่า ตั้งแต่แรกเจ้าของโครงการตั้งใจทำเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ตั้งแต่ต้น โดยเลือกแบรนด์ที่ไม่เคยมีในประเทศไทยเข้ามาเปิดตลาด

“เจ้าของมองเห็นโอกาสในตลาดอัลตราลักชัวรีและลองสเตย์ ซึ่งเป็นตลาดที่ไม่เกี่ยวข้องกับ “วงจรการท่องเที่ยวทั่วไป” เช่น Low Season - High Season หรือการหายไปของตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งไม่ค่อยมีผลกระทบมากนักกับตลาดลองสเตย์ ซึ่งไม่ได้เข้ามาเพื่อเหตุผลในการท่องเที่ยว แต่เข้ามาเพื่อทำงาน อยู่ยาว หรือเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพราะฉะนั้นจึงเป็นตลาดที่ค่อนข้างยั่งยืน”

ทั้งนี้ La Clef Bangkok by The Crest Collectionเริ่มเปิดให้บริการกลางเดือนมิถุนายน 2568 และได้รับการตอบรับที่ดี ปัจจุบันมีอัตราการเช่าอยู่ที่ประมาณ 30% จากจำนวน 115 ห้อง ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้โดยสัดส่วนผู้เช่าหลักมาจาก “ชาวอเมริกัน” และ กลุ่มรอง: ชาวเอเชีย-อเมริกัน (จีนและเกาหลี), ญี่ปุ่น, ยุโรป และตะวันออกกลาง ส่วนใหญ่เป็นการเช่าแบบ Medium Stay (3-4 เดือน) โดยมีสัดส่วนสัญญาเช่าระยะยาว 1 ปี อยู่ที่ประมาณ 15%

“ถ้าเทียบกับโรงแรมที่อยู่ในระดับเดียวกันราคาของเราจะถูกกว่า เช่น โรงแรมระดับ 5-6 ดาวราคาที่พักต่อคืนอยู่ที่ราว ๆ 8,000 - 10,000 บาท หรือราว ๆ 300,000 บาทต่อ 30 วัน ของเราแพงที่สุดอยู่ที่ประมาณ 220,000 บาทต่อเดือน เมื่อหารออกมาก็อยู่ที่ราว ๆ วันละ 7,000 บาท ราคาเริ่มต้นปกติตอนนี้โปรโมชันอยู่ที่ 115,000 บาท หรือราว ๆ 3,500 บาทต่อวัน ซึ่งสำหรับชาวต่างชาติที่เคยอยู่โรงแรมก็เป็นทางเลือก (Option) ที่ดีกว่าและมีคุณค่า (Value) มากกว่า”

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่าจุดสำคัญคือในละแวกทองหล่อยังไม่มี Service Apartment ที่อยู่ในกลุ่มอัลตราลักชัวรีเหมือน La Clef ซึ่งมีราคาสูงกว่า Service Apartment ระดับพรีเมียมหรือลักซัวรี่ในละแวกนี้ประมาณ 1.5-2 แสนบาท แต่ La Clefนำเสนอ (Offer) วัสดุ อุปกรณ์ของใช้ สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในและภายนอกห้องเป็นของลักชัวรีหรือท็อปแบรนด์ระดับโลกทั้งหมด เช่น ก๊อกน้ำ Axor, ที่นอน Omaz ซึ่งลูกค้ายินดีจ่าย นอกจากนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อให้ได้ห้องใหญ่กว่า ปัจจุบันห้องไทป์1 ห้องนอนและ 2 ห้องนอนมีสัดส่วนการเช่าใกล้เคียงกัน

“ตั้งแต่ประมาณปี 1970 กว่า ๆ Ascott เป็นผู้ริเริ่มคอนเซ็ปต์Service Apartment เพราะเห็นความต้องการของตลาดที่ต้องการอยู่แบบอพาร์ตเมนต์ยาว ๆ แต่ต้องการบริการแบบโรงแรม ดังนั้นในเซกเมนต์ อัลตราลักชัวรี มาร์เก็ต (Ultra-Luxury Market) เราสามารถให้บริการแบบโรงแรม แต่ความสามารถในการรองรับ (Capacity) ในห้องเหมาะสำหรับอยู่ยาว

และอีกหนึ่งจุดแข็งคือ บัตเลอร์เซอร์วิส (Butler Service) ซึ่งเป็นผู้ช่วยในการจองบริการต่าง ๆ เช่น ห้องอาหาร ออนเซ็น ทัวร์ ร้านตัดเสื้อต่าง ๆ เพราะชาวต่างชาติอาจไม่คุ้นเคยกับประเทศไทย

หลังจากตลาดรู้จักกับ La Clef เราคาดว่าจะมีลูกค้าพัก Long Stay เป็นรายปีเพิ่มมากขึ้น เพราะโอกาสของเราคือคู่แข่งที่เป็น “คอนโดปล่อยเช่า” มักจะมีข้อจำกัดสัญญาเช่ามากกว่า 1 ปีขึ้นไป แต่เราสามารถเข้าพักได้ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป แต่เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ เราก็ตั้งเป้าว่าจะหาลูกค้าที่ Long Stay”

ทั้งนี้ La Clef Bangkok ตั้งเป้าหมายเพิ่มอัตราการเช่าเป็น 60% ภายในสิ้นปี 2569 โดยเน้นกลยุทธ์การทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อขยายฐานลูกค้า Long Stay ได้แก่

  • การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ: กับสถานทูต, ศูนย์เวลเนส, โรงพยาบาล และสมาคมต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์และเข้าถึงกลุ่ม Expatriates และผู้มารับบริการทางการแพทย์
  • การใช้ช่องทางเอเจนซี: ทำงานกับเอเจนซีที่ช่วยในการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติ
  • การใช้เครือข่าย Ascott: ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการจอง (Booking Network) ของ Ascott ทั่วโลก

สำหรับส่วนของคอนโดมิเนียมขายขาด (THE RESIDENCES 38) ปัจจุบันสามารถปิดการขายไปได้มาก โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งลูกค้าของทั้งสองส่วนสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ร่วมกันในชั้น 10 ได้แก่ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส บาร์ และออนเซ็น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...